6 สิ่งที่พ่อแม่ยุค Thailand 4.0 ควรรู้

คุณผู้อ่านทุกท่านคงทราบดีว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังพัฒนาเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 ซึ่งส่งผลให้คนไทยทุกคนต้องมีการปรับตัวเพื่อก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลง ทีนี้ภาระหนักจะตกไปอยู่ที่คุณผู้อ่านที่เป็นคุณพ่อ คุณแม่ ที่มีลูกๆ กำลังโต เพราะจะเกิดคำถามว่า “ควรจะเลี้ยงลูกอย่างไรดีในยุค Thailand 4.0 ดี” ในบทความนี้มีคำตอบให้ค่ะ



Thailand 4.0 ส่งผลต่อเราอย่างไร ?


Thailand 4.0 (ไทยแลนด์ 4.0) เป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย ที่เปลี่ยนเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยในปัจจุบันประเทศไทยยังติดอยู่ในโมเดลเศรษฐกิจแบบ “ทำมาก ได้น้อย” จึงต้องการปรับเปลี่ยนเป็น “ทำน้อย ได้มาก” ก็จะต้องเปลี่ยนจากการผลิตสินค้า “โภคภัณฑ์” ไปสู่สินค้าเชิง “นวัตกรรม” และเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมนั้นหมายความว่า การศึกษาหรืออาชีพการงานในอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนานวัตกรรมเป็นหลัก



สิ่งพ่อแม่ในยุค Thailand 4.0 ควรรู้


จากการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 ส่งผลให้การพัฒนาเด็กในมิติของสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมแบบเดิม ต้องถูกเปลี่ยนแนวคิด รูปแบบวิธีการ ความเชื่อ ตามเทคโนโลยี นวัตกรรมที่เกิดขึ้น โดยคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองสามารถสนับสนุนช่วยเพิ่มทักษะและการพัฒนาที่เหมาะสมสำหรับเด็กๆ ได้ ดังนี้



1.ปล่อยให้ลูกเล่นอย่างอิสระ


เพราะการเล่นทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่น การเล่นทรายหรือการวาดภาพจะทำให้เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อ เรียนรู้เกี่ยวกับการสัมผัส การสังเกต และที่สำคัญคือเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือการปั่นจักรยาน จะทำให้เด็กได้ฝึกทักษะทั้งทางการมองเห็น การคิดตัดสินใจ การทรงตัว และยังทำให้เด็กได้พัฒนาสมองทั้งสองซีกไปพร้อมๆกัน รู้แบบนี้แล้ว คุณพ่อ คุณแม่ควรจะเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นเพื่อพัฒนาทักษะอย่างรอบด้านของเด็กนะคะ (อ่านบทความ...เคล็ด(ไม่)ลับในการส่งเสริมทักษะพัฒนาสมองให้ลูก https://www.istrong.co/single-post/executive-functions-of-the-brain-for-children)




2.สื่อสารกับลูกอย่างสร้างสรรค์

คุณพ่อ คุณแม่ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ลูกพัฒนา ในด้านการสื่อสารได้มาก โดยเริ่มแรกควรหัดให้ลูกเป็นผู้ฟังที่ดีเพื่อให้ลูกได้ฝึกประสาทการฟัง การแยกแยะเสียง สอนให้ลูกมีสติมีสมาธิในการฟังโดยการเงียบและตั้งใจฟังสิ่งที่ได้ยิน สอนให้ลูกฟังพ่อแม่พูดให้จบก่อนแล้วลูกถึงจะพูดต่อ หรือสอนให้ลูกฟังเพลงเพียงอย่างเดียวโดยไม่ทำกิจกรรมอื่นควบคู่ไปด้วย เมื่อลูกสามารถฟังได้แล้วพ่อแม่ควรให้โอกาสลูกได้พูด สื่อความรู้สึกของตนเองออกมาด้วย




3.​จัดระบบชีวิตลูก

กิจกรรมสำคัญของวัยเด็กไม่ใช่แค่เล่นหรือเรียนเพียงอย่างเดียว แต่คุณพ่อ คุณแม่จะต้องเริ่มหัดให้เด็กๆ ใช้ชีวิตอย่างมีระบบระเบียบเพื่อเป็นการเรียนรู้ที่จะจัดการชีวิตอย่างเป็นขั้นตอน รวมทั้งเริ่มฝึกเรื่องระเบียบวินัยและการเรียนรู้ที่จะปฏิบัติตามกฎ ซึ่งต่อไปจะทำให้เด็กๆ สามารถทำตามกฎหมายและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้




4.ควบคุมการใช้สื่อและเทคโนโลยีของลูก

ต้องยอมรับเลยว่า ในปัจจุบันเด็กๆ สามารถเข้าถึงอุปกรณ์และเทคโนโลยี ทั้งโทรศัพท์มือถือ แทบเล็ต และอินเตอร์เน็ตได้โดยง่าย ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ดังนั้น คุณพ่อ คุณแม่ควรช่วยเด็กๆ เลือกสิ่งเหล่านี้ เช่น มีการเลือกเกมที่เหมาะสมกับการพัฒนาสมองและทักษะของลูก มีการจำกัดการใช้ไม่ให้มากเกินไปเพื่อไม่ให้มีปัญหากับสายตา และที่สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่เองก็จะต้องเป็นตัวอย่างในการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ด้วย




5.สอนวัฒนธรรมและจิตสำนึกให้กับลูก

สิ่งสำคัญที่เด็กยุคใหม่ขาดไป คือ เรื่องของวัฒนธรรมมารยาทสังคมและจิตสำนึก แต่สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก เพื่อให้ติดตัวของพวกเขาไปเมื่อโตขึ้น ดังนั้น หากเด็กๆ ทำอะไรผิด ควรมีการตักเตือนและบอกเหตุผลเพื่อให้เด็กๆ เข้าใจ หรือเริ่มจากเรื่องเล็กน้อย เช่น การเข้าแถว การไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น การขอโทษ หรือการขอบคุณ ซึ่งเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกับคนในสังคมเมื่อพวกเขาโตขึ้น


6.​ให้ลูกใช้ชีวิตในแบบของเขา

เมื่อเด็กๆโตขึ้นพวกเขาจะต้องออกไปใช้ชีวิตและมีชีวิตเป็นของตนเอง ดังนั้น เด็กๆ ควรจะต้องได้รับการฝึกให้ช่วยเหลือตัวเอง ได้ลองตัดสินใจด้วยตนเอง ซึ่งจะทำให้พวกเขาได้ฝึกทักษะในการคิดวิเคราะห์และการตัดสินใจ อันนำไปสู่ทักษะการเป็นผู้นำ หรือทักษะอื่นๆ



จะเห็นได้ว่า การที่จะพัฒนาเด็กให้เป็นคนที่มีคุณภาพในยุค Thailand 4.0 นั้น เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาและอาศัยการทำความเข้าใจ เพื่อปรับความคิดความเชื่อใหม่ตั้งแต่ระดับครอบครัวจนถึงระบบการศึกษา ในการให้การช่วยเหลือและพัฒนาเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองท่านใดต้องการคำแนะนำที่มีประโยชน์ในการดูแลเด็กๆ เพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงาน I strong ของพวกเราได้เสมอนะคะ (https://www.istrong.co/contact)


อ้างอิง :

1. https://www.it24hrs.com

2.สิรินทร์ ลัดดากลม บุญเชิดชู และมุจลินท์ กลิ่นหวล.(2559).

กิจกรรมทัศนศึกษาเพื่อส่งเสริมสมรรถนะการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยในศตวรรษที่21.

Veridian E-Journal,Silpakorn University,9(2).

3. http://taamkru.com/th

ปรึกษานักจิตวิทยา chat.png
บทความล่าสุด
original_1164948181 copy.jpg
ค้นหาตามประเภทบทความ
istrong.co_certificate-basic.png
บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2020 I Am Strong Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon