ติดตามเราบน Facebook
  • Facebook Social Icon
บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ
original_1164948181 copy.jpg

6 สิ่งที่พ่อแม่ยุค Thailand 4.0 ควรรู้

 

 

คุณผู้อ่านทุกท่านคงทราบดีว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังพัฒนาเข้าสู่ยุค Thailand 4.0  ซึ่งส่งผลให้คนไทยทุกคนต้องมีการปรับตัวเพื่อก้าวให้ทันการเปลี่ยนแปลง ทีนี้ภาระหนักจะตกไปอยู่ที่คุณผู้อ่านที่เป็นคุณพ่อ คุณแม่ ที่มีลูกๆ กำลังโต เพราะจะเกิดคำถามว่า “ควรจะเลี้ยงลูกอย่างไรดีในยุค Thailand 4.0 ดี”  ในบทความนี้มีคำตอบให้ค่ะ

 

 

Thailand 4.0 ส่งผลต่อเราอย่างไร ?

 

Thailand 4.0  (ไทยแลนด์ 4.0) เป็นวิสัยทัศน์เชิงนโยบาย ที่เปลี่ยนเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม โดยในปัจจุบันประเทศไทยยังติดอยู่ในโมเดลเศรษฐกิจแบบ “ทำมาก ได้น้อย” จึงต้องการปรับเปลี่ยนเป็น “ทำน้อย ได้มาก” ก็จะต้องเปลี่ยนจากการผลิตสินค้า “โภคภัณฑ์” ไปสู่สินค้าเชิง “นวัตกรรม” และเปลี่ยนจากการขับเคลื่อนประเทศด้วยภาคอุตสาหกรรม ไปสู่การขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมนั้นหมายความว่า การศึกษาหรืออาชีพการงานในอีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้า จะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนานวัตกรรมเป็นหลัก   

 

 

สิ่งพ่อแม่ในยุค Thailand 4.0 ควรรู้

 

จากการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยเข้าสู่ยุค Thailand 4.0 ส่งผลให้การพัฒนาเด็กในมิติของสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมแบบเดิม ต้องถูกเปลี่ยนแนวคิด รูปแบบวิธีการ ความเชื่อ ตามเทคโนโลยี นวัตกรรมที่เกิดขึ้น โดยคุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครองสามารถสนับสนุนช่วยเพิ่มทักษะและการพัฒนาที่เหมาะสมสำหรับเด็กๆ ได้ ดังนี้

 

 

 

1.ปล่อยให้ลูกเล่นอย่างอิสระ 

 

เพราะการเล่นทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 เช่น การเล่นทรายหรือการวาดภาพจะทำให้เด็กได้พัฒนากล้ามเนื้อ เรียนรู้เกี่ยวกับการสัมผัส การสังเกต และที่สำคัญคือเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ หรือการปั่นจักรยาน จะทำให้เด็กได้ฝึกทักษะทั้งทางการมองเห็น การคิดตัดสินใจ การทรงตัว และยังทำให้เด็กได้พัฒนาสมองทั้งสองซีกไปพร้อมๆกัน รู้แบบนี้แล้ว คุณพ่อ คุณแม่ควรจะเปิดโอกาสให้เด็กได้เล่นเพื่อพัฒนาทักษะอย่างรอบด้านของเด็กนะคะ          (อ่านบทความ...เคล็ด(ไม่)ลับในการส่งเสริมทักษะพัฒนาสมองให้ลูก https://www.istrong.co/single-post/executive-functions-of-the-brain-for-children)

 

 

 

 

2.สื่อสารกับลูกอย่างสร้างสรรค์ 

คุณพ่อ คุณแม่ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ลูกพัฒนา     ในด้านการสื่อสารได้มาก โดยเริ่มแรกควรหัดให้ลูกเป็นผู้ฟังที่ดีเพื่อให้ลูกได้ฝึกประสาทการฟัง การแยกแยะเสียง สอนให้ลูกมีสติมีสมาธิในการฟังโดยการเงียบและตั้งใจฟังสิ่งที่ได้ยิน สอนให้ลูกฟังพ่อแม่พูดให้จบก่อนแล้วลูกถึงจะพูดต่อ หรือสอนให้ลูกฟังเพลงเพียงอย่างเดียวโดยไม่ทำกิจกรรมอื่นควบคู่ไปด้วย เมื่อลูกสามารถฟังได้แล้วพ่อแม่ควร