บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ
Some elements on this page did not load. Refresh your site & try again.

istrong.co_certificate-basic.png

เราเป็นซึมเศร้าหรือเราแค่เครียดกันนะ

 

ในสภาวะที่เราต้องเผชิญเรื่องกดดันมากๆ ไม่ว่าจะเป็นอากาศร้อน นอนไม่หลับ เงินไม่พอใช้ แฟนไม่รับโทรศัทพ์ และอีกบลาๆ จนเกิดอาการเครียด กินไม่ได้ นอนไม่หลับ อยู่ไม่เป็นสุข จนมานึกสงสัยว่า เอ๊ะ! นี่เราเครียดหรือเป็นโรคซึมเศร้าไปแล้วเนี้ย หากคุณผู้อ่านกำลังอยู่ในช่วงสับสนปนเครียดซับซ้อนกับเรื่องราวเช่นที่กล่าวมา มาค่ะ ในบทความนี่มีคำตอบ.... เราจะสังเกตตัวเองอย่างไรว่าเราแค่เครียด หรือกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่กันแน่

 

 

 

 

วิธีสังเกตว่าคุณกำลัง “เครียด”

 

ต้องขอบอกก่อนเลยค่ะว่า “ความเครียด” สามารถเกิดได้ทุกที่ทุกเวลา แถมเกิดได้หลายสาเหตุตามที่เกริ่นไปข้างต้น ตามหลักสุขภาพสากลแล้ว “ความเครียด” มีด้วยกัน 2 แบบค่ะ 

 

1. Acute Stress หรือความเครียดที่เกิดขึ้นทันทีและร่างกายก็ตอบสนองต่อความเครียดนั้นทันที

โดยมีการหลั่งฮอร์โมนความเครียด เมื่อความเครียดหายไป ร่างกายก็จะกลับสู่ปกติเหมือนเดิม ฮอร์โมนก็จะกลับสู่ปกติ ความเครียดประเภทนี้ เช่น เครียดเพราะงานเร่ง แต่พอทำงานเสร็จความเครียดก็หายไป    เป็นต้น ความเครียดประเภทนี้ถึงจะไม่ส่งผลดีต่อความรู้สึก แต่ส่งผลดีต่อสุขภาพค่ะ เพราะร่างกายได้รับการกระตุ้น มีการหลังสารอะดรีนาลีน (Adrenaline) ให้กล้ามเนื้อได้ตื่นตัว 

 

2. Chronic Stress หรือความเครียดเรื้อรัง

เป็นความเครียดที่เกิดขึ้นทุกวัน และร่างกายไม่สามารถตอบสนองหรือแสดงออกต่อความเครียดนั้น ซึ่งเมื่อนานวันเข้าความเครียดนั้นก็จะสะสมเป็นความเครียดเรื้อรัง เช่น คนที่ต้องอยู่ในภาวะกดดันเป็นเวลานานนับเดือน คุณแม่ลูกอ่อนที่อดหลับอดนอนเลี้ยงลูก คนที่ตกงานและยังหางานใหม่ไม่ได้ คุ่รักที่ทะเลาะกันรุนแรงทุกวันติดต่อกันเป็นเวลานาน เป็นต้น ซึ่งความเครียดประเภทหลังนี่เองที่ก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หัวใจเต้นเร็ว แน่นท้อง มือเท้าเย็น และหากยังไม่สามารถจัดการความเครียดเรื้อรังได้ ก็จะทำให้กลายเป็นโรคทางจิตเวชอื่นๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า (Major Depressive) โรคย้ำคิดย้ำทำ (obsessive-compulsive disorder ; OCD)       โรควิตกกังวล (Anxiety disorder) เป็นต้น