ติดตามเราบน Facebook
  • Facebook Social Icon
บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ

5 เทคนิคสร้างแรงจูงใจให้ลุกขึ้นมาทำงานทุกวัน

 

 

 

หลังจากผ่านวันหยุดยาวมา หลายๆ คนอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการทำงานที่กำลังมาถึง การสร้างแรงจูงใจให้กลับมามีความกระตืนรือร้น อยากจะทำงานจึงเป็นเรื่องที่ต้องใช้พลังงานอย่างมาก

 

 

บ่อยครั้งที่พอเราทำงานกันมาจนถึงจุดๆหนึ่ง เราย่อมรู้สึกว่าไม่อยากทำแล้ว แค่ตื่นมาทำงานก็รู้สึกไม่อยากลุกออกจากเตียงแล้ว รู้สึกว่างานไม่น่าตื่นเต้น ไม่มีอะไรให้น่าสนใจ หรือถ้าใช้คำพูดตามที่ กำลังนิยม ก็คือ “รู้สึกไม่มี Passion กับงานอีกต่อไปแล้ว”

 

 

แต่ด้วยปากท้องที่ยังต้องกินยังต้องใช้ ยังมีภาระทางการเงินให้รับผิดชอบ ยังมีภาระครอบครัวให้ดูแล และด้วยเศรษฐกิจและการเมืองของบ้านเราที่ผันผวนเช่นนี้ การจะหางานใหม่ที่ตรงกับความสนใจก็ทำไม่ได้ง่ายนัก ดังนั้น วันนี้ผู้เขียนจะขอรวบรวมและสรุปผลการศึกษาของนักวิจัยต่างประเทศหลายๆท่าน ที่พูดถึงการเพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน ออกมาเป็นวิธีการเพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน 5 วิธี ดังนี้

 

 

 

1. ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายให้ตัวเอง

 

ทุกเป้าหมายทีความท้าทายอยู่เสมอ ดังนั้นเมื่อเราตั้งเป้าหมายแล้ว เราจะรู้สึกว่าต้องพิชิตเป้าหมายนั้นให้ได้ ซึ่งความต้องการที่จะบรรลุเป้าหมายให้สำเร็จนี้เองที่ David I. McClelland นักจิตวิทยาชื่อดัง ได้ทำการทดลองโดยใช้แบบทดสอบการรับรู้ของบุคคล (thematic apperception test (tat) เพื่อวัดความต้องการของมนุษย์ พบว่า ความต้องการความสำเร็จ (need for achievement) เป็นความต้องการที่จะทำสิ่งต่างๆให้เต็มที่และดีที่สุดเพื่อความสำเร็จ โดยบุคคลที่ต้องการความสำเร็จสูง จะมีลักษณะชอบการแข่งขัน ชอบงานที่ท้าทาย และต้องการได้รับข้อมูลป้อนกลับเพื่อประเมินผลงานของตนเอง มีความชำนาญในการวางแผน มีความรับผิดชอบสูง และกล้าที่จะเผชิญกับความล้มเหลว ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะมีแรงจูงใจในการทำงานสูงมาก

 

 

 

2. ให้รางวัลกับตัวเองเมื่องานสำเร็จ

 

Victor Harold Vroom อาจารย์จาก Yale School of Management ได้ค้นคว้าหาความสัมพันธ์ระหว่างประสิทธิภาพในการทำงานและผลตอบแทนที่ได้รับ และพบว่ามนุษย์ตัดสินใจทำสิ่งใด ก็เป็นเพราะความคาดหวังถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น ดังนั้น หากเราตั้งรางวัลตามความสำเร็จให้แก่ตนเองไว้ก็จะเป็นการสร้างแรงจูงใจในการทำงานได้อย่างดี

 

โดยแรงจูงใจนั้นอาจจะเป็นของรางวัลในรูปแบบต่างๆ ที่เราพอใจ และมีความท้าทายความต้องการของเราให้เหมาะสมกับระดับความยากของเป้าหมายความสำเร็จที่เราได้ตั้งไว้ เช่น หากคุณผู้อ่านเป็นเซลล์ และตั้งเป้าหมายในการทำงานว่า หากขายงานได้จะซื้อกระเป๋าหนังเป็นรางวัลให้ตนเอง หรือหากได้เลื่อนตำแหน่ง คุณผู้อ่านจะให้รางวัลตนเองด้วยการไปเที่ยวต่างประเทศ เป็นต้น การให้รางวัลตนเองเช่นนี้เป็นที่นิยมกันมากในกลุ่มคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก เพราะสามารถสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเชิงบวกได้เป็นอย่างดี 

 

 

 

3. เปลี่ยนบรรยากาศโต๊ะทำงาน

 

หากคุณผู้อ่านอยู่ที่ทำงานแล้วรู้สึกห่อเหี่ยว ขาดความสดใส การปรับเปลี่ยนบรรยากาศที่โต๊ะทำงานใหม่ก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อยในการเพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน โดย Frederick Herzberg นักจิตวิทยาชาวเยอรมัน ได้เสนอแนวคิดว่าสภาพแวดล้อมทางกายภาพในการทำงาน เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดแรงจูงใจให้คนทำงานอย่างมีความสุขและมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึก

 

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ หากคุณผู้อ่านมีความรู้สึกไม่ดีเวลาอยู่ที่ทำงาน ก็ขอให้ปรับฮวงจุ้ยที่โต๊ะทำงานเพื่อความสบายใจเสีย โดยอาจจะมีต้นไม้ ดอกไม้ หรือของใช้น่ารักๆ มาเพิ่มความสดใสให้โต๊ะทำงาน หากคุณผู้อ่านตกแต่งโต๊ะทำงานจนเป็นที่พอใจแล้ว คุณผู้อ่านจะรู้สึกโดยอัตโนมัติว่า โต๊ะทำงานคือที่ของคุณ และคุณผู้อ่านจะรู้สึกว่าต้องมาทำงานนะเพื่อดูแลที่ที่เป็นของคุณ และเมื่อคุณผู้อ่านได้ทำงานในสถานที่ที่เป็นของตนเองแล้ว คุณผู้อ่านจะรู้สึกผ่อนคลาย อบอุ่น ปลอดภัย มีความสบายใจในการทำงานเพิ่มขึ้น และแน่นอนว่าจะมีแรงจูงใจในการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

 

 

 

4. ขอย้ายแผนก/เปลี่ยนรูปแบบงานที่รับผิดชอบ

 

เมื่อเราลาออกไม่ได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่ได้ทำงานที่ตรงกับความต้องการของเรา        วิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคนที่รู้ตัวว่างานปัจจุบันที่ทำอยู่ไม่ถูกจริตกับตนเอง ก็คือ การขอย้ายไปทำงาน ที่ตรงกับความสามารถ ถูกจริต และเหมาะสมกับความคาดหวังของตนเอง การขอย้ายแผนกนี้อาจใช้เวลา  สักหน่อย แต่รับรองเลยว่าคุ้มค่า (หากงานใหม่ตรงกับใจของคุณผู้อ่าน) และไม่ต้องเสี่ยงกับการเสียงานnเสียโอกาสในการเลื่อนตำแหน่ง