บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ
Please reload

original_1164948181 copy.jpg

สุขภาพดีขึ้นได้เมื่อรู้ทันความเครียด

 

จากภาวะฝุ่นควันที่รุนแรงขึ้นทุกวันทำให้ชาวเราที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล รวมไปถึงเชียงใหม่ มีคุณภาพชีวิตที่ลดลงเพราะมีความเครียดที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งทุกวันนี้เราก็เครียดมากพอแล้วกับหลายๆเรื่อง พอมาเจอเรื่องอันตรายจากฝุ่น PM 2.5 ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เขาไปอีก จบข่าวเลยค่ะ และผู้เขียนบอกได้เลยว่าเรา ๆ จะโดนพิษจากความเครียดเล่นงานก่อนพิษฝุ่นจะทันออกฤทธิ์แน่นอนค่ะ เพราะความเครียดจะพามาทั้งโรควิตกกังวล โรคกะเพราะอาหาร โรคความดัน การขับถ่ายไม่ปกติ ไมเกรน ปวดศีรษะ และอีกมากมาย

 

 

จากการศึกษาของ Kelly McGonigal นักจิตวิทยาสายสุขภาพ และอาจารย์มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ได้ตามติดชีวิตชาวสหรัฐอเมริกา จำนวน 30,000 คน ในระยะเวลา 8 ปี พบว่า ในจำนวนนี้เสียชีวิตเพราะโรคเครียด  ถึง 12,000 คน แต่นัยสำคัญของการศึกษาอยู่ที่ คนที่เสียชีวิตนั้นไม่ได้เสียชีวิตเพราะความเครียดจริงๆ     แต่เสียชีวิตเพราะ “ความเชื่อที่ว่า ความเครียดไม่ดีต่อสุขภาพ”

 

 

ดังนั้น McGonigal จึงได้ทำการศึกษาต่อในกลุ่มตัวอย่างที่มากขึ้น ผลการศึกษาพบว่า ชาวสหรัฐอเมริกา 182,000 คน ตายก่อนวัยอันควร แต่สาเหตุไม่ได้มาจากความเครียด แต่มาจากความเชื่อที่ว่า ความเครียดนั้นไม่ดีต่อสุขภาพ นั่นคือ คนตายเพราะความเชื่อนี้มากกว่า 20,000 คนต่อปี ทำให้ความเชื่อที่ว่าความเครียดไม่ดีต่อสุขภาพ เป็นสาเหตุหลักอันดับที่ 15 ของการตายในสหรัฐอเมริการ ในปี ค.ศ. 2012 ซึ่งฆ่าคนไปมากกว่ามะเร็งผิวหนัง เอดส์ และการฆาตกรรมเสียอีก

 

 

จากผลการศึกษาข้างต้นก็ได้นำไปสู่การศึกษาที่ให้ผลที่แตกต่างไปจากความเชื่อเดิมๆ ที่เราเคยเชื่อมา คือ เพราะความเครียดจึงนำไปสู่อาการทางกายมากมาย กลายเป็น “หากเราสามารถเปลี่ยนความคิดที่มีต่อความเครียดจะทำให้เรามีสุขภาพที่ดีขึ้นได้” เพราะเมื่อเราสามารถเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับความเครียด เราก็จะสามารถเปลี่ยนการตอบสนองของร่างกายที่มีความเครียดได้ 

 

 

ในงานวิจัยที่ทำโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) ก่อนที่ผู้เข้าร่วมวิจัย จะเข้าทำการทดสอบความเครียดทางสังคม พวกเขาจะถูกสอนให้เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับปฏิกิริยาตอบสนองความเครียดเสียใหม่ว่ามีประโยชน์ ว่าหัวใจที่เต้นแรงช่วยให้เราเตรียมพร้อมสำหรับการกระทำ ถ้าเราหายใจเร็วขึ้นมันจะทำให้ออกซิเจนไปที่สมองคุณมากขึ้น และผู้เข้าร่วมที่ได้เรียนรู้ว่าปฏิกิริยาตอบสนองความเครียดเป็นประโยชน์ต่อความสามารถของพวกเขา

 

 

ผลการวิจัยพบว่า ผู้เข้าร่วมวิจัยเครียดน้อยลง กังวลน้อยลง มีความมั่นใจมากขึ้น และข้อค้นพบที่สำคัญที่สุดก็คือ ความเปลี่ยน แปลงที่เกิดกับปฏิกิริยาทางร่างกายที่ตอบสนองต่อความเครียดโดยทั่วไป คือ อัตราการเต้นของหัวใจที่สูงขึ้น ทำให้เส้นเลือดหดตัวลง นั้นเป็นเหตุผลว่า ทำไมคนที่มีความเครียดเรื้อรังถึงเป็นโรคหัวใจ แต่ในงานวิจัยนี้พบว่า แม้หัวใจของผู้เข้าร่วมวิจัยยังเต้นแรง แต่เส้นเลือดของพวกเขากลับผ่อนคลาย ซึ่งมีผลดีต่อสุขภาพกาย

 

 

นอกจากความเครียดจะสัมพันธ์กับโรคทางกายแล้ว ความเครียดยังสัมพันธ์กับฮอร์โมนในสมองตัวหนึ่งที่เราได้ยินชื่อกันบ่อยๆ คือ “ออกซิโทซิน” เมื่อเราเครียดออกซิโทซินจะถูกปล่อยออกมา เพื่อตอบสนองความเครียด มันจะกระตุ้นให้เรามองหากำลังใจ กระตุ้นให้เราบอกใครสักคนว่าเรารู้สึกยังไง