บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ
Please reload

original_1164948181 copy.jpg

จิตวิทยาการเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง

 

การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติของชีวิตที่ทุกๆ ท่านทราบดีอยู่แล้ว แต่พอเราเจอการเปลี่ยนแปลงเข้าจริงๆ พวกเราส่วนใหญ่ กลับทำใจลำบากที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงนั้น และค่อนข้างมีความยากลำบากในการปรับตัว ซึ่งผู้เขียนเองก็เช่นเดียวกันค่ะ ต้องบอกเลยว่าถ้าเจอเรื่องเซอร์ไพส์ก็ไปไม่เป็นเช่นกัน

 

 

จากทฤษฎี แนวคิด และงานวิจัยทางจิตวิทยา

ที่เกี่ยวข้องกับการเผชิญหน้าต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงพบว่า การที่เราจะรอดจากการเปลี่ยนแปลงได้ ก็คือ เราต้อง “ปรับตัว” เหมือนที่ชาร์ล ดาวิน นักวิทยาศาสตร์ทางชีววิทยากล่าวไว้ว่า “ผู้ที่ปรับตัวเท่านั้นคือผู้อยู่รอด” 

 

 

ในทางจิตวิทยา “การปรับตัว” เป็นพฤติกรรมประเภทหนึ่งที่ใช้เปลี่ยนพฤติกรรม หรือใช้ปรับพฤติกรรมให้เข้ากับสถานการณ์ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าเป็นพฤติกรรมประเภทที่ช่วยให้บุคคลอยู่รอดในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น การที่เราจะสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้ ก็คือการรักษาสมดุลระหว่างตัวเราเอง กับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป  

 

       

การปรับตัวที่ส่งผลให้เราสามารถประสบความสำเร็จได้นั้น จะต้องเป็นการปรับตัวที่อยู่บนพื้นฐานของความสร้างสรรค์ โดยผู้ที่เผชิญกับความเปลี่ยนแปลงต้องมีกระบวนการทางความคิดที่เป็นระบบระเบียบ มีการกำหนดเป้าหมายในการปรับตัว จึงจะนำไปสู่พฤติกรรม “Conformal” หรือพูดภาษาเข้าใจง่าย ก็คือ “อยู่เป็น”  

 

กล่าวคือ เมื่อเราต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นปัญหา เราจะต้องเรียนรู้ว่าอะไรคือ อุปสรรคภายนอกและภายใน โดยอุปสรรคภายนอกก็คือ ความกดดันจากคนรอบข้าง ความเร่งด่วน   ฉุกเฉินของสถานการณ์   ส่วนอุปสรรคภายในก็คือ   ภาวะสติแตกของเรา

นั่นเอง เมื่อเรารู้แล้วว่าอะไรคืออุปสรรค และอะไรคือเป้าหมาย กระบวนการของการปรับตัวจึงจะดำเนินการผ่านกลไกการป้องกันตน (Defense Mechanism) ของแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็น การเก็บกด (Repression) การป้ายความผิดให้แก่ผู้อื่น (Projection) การหาเหตุผลเข้าข้างตนเอง (Rationalization) การถดถอย (Regression) การแสดงปฏิกิริยาตรงข้ามกับความปรารถนาที่แท้จริง (Reaction Formation) การฝันกลางวัน (Fantasy) การแยกตัว (Isolation) การระบายอารมณ์โกรธ (Displacement) การเลียนแบบ (Identification) ซึ่งผลลัพธ์ของการปรับตัวนั้นก็ขึ้นอยู่กับวิธีการและการแสดงออกที่แต่ละคนเลือก  

 

 

ทั้งนี้ ความสำเร็จของการปรับตัวจะถูกกำหนดโดยการทำงานของร่างกายและจิตใจของแต่ละบุคคล หากทั้งร่างกายและจิตใจทำงานได้สอดประสานกัน ก็มีแนวโน้มสูงว่าการปรับตัวในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจะประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในการที่เราจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอน ก็ต้องพึ่งพาและเข้าใจปัจจัย ดังต่อไปนี้

 

1.ปัจจัยความแตกต่างของแต่ละบุคคล

เช่นที่กล่าวถึงข้างต้นว่า บุคคลแต่ละคนเมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่รู้สึกว่าเป็นปัญหาก็จะใช้กลไกการป้องกันตน (Defense Mechanism) ตามที่ตนได้เรียนรู้มาหรือตามที่ตนถนัด   โดยผสานกับบุคลิกภาพ และพื้นฐานความคิดความเชื่อ เช่น ในสถานการณ์ที่องค์กรต้อง Dow sizing และ A กับ B กลายเป็นผู้ที่ถูกให้ออก.  หาก A   เป็นบุคคลที่มอง