{ "data": [ { "event_name": "Purchase", "event_time": 1618419539, "action_source": "website", "user_data": { "em": "7b17fb0bd173f625b58636fb796407c22b3d16fc78302d79f0fd30c2fc2fc068", "ph": null }, "custom_data": { "currency": "THB", "value": null } } ] }
 
คอร์สเพิ่มอำนาจให้ภาษากาย
เพื่อความมั่นใจ
Empower Your Body Language
body language cover.jpg

"การฟังในสิ่งที่เขาไม่ได้พูดออกมา

คืออำนาจในการต่อรอง"

Power of Body Language:
  • ตำรวจจับผู้ร้ายคดีฆาตกรรมที่ไร้หลักฐานและร่องรอยได้ จากเพียงการกรอกตาเพียงเล็กน้อยตอนผู้ต้องหาดูภาพเหยื่อ

  • การตอบคำถามด้วยการมองด้านซ้ายหรือด้านขวา บ่งบอกได้ว่าคนคนนั้นกำลังบอกความจริงหรือแต่งเรื่อง

  • สีเสื้อผ้าบ่งบอกถึงเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จในการเจรจาต่อรอง

  • ท่าทางที่แตกต่างของคุณ สามารถทำให้อีกฝ่ายรู้สึกสบายใจหรืออึดอัดก็ได้

  • เปลี่ยนโทนเสียงเพียงนิดเดียว สามารถสร้างความรู้สึก Negative หรือ Positive ได้

  • คำพูดบ่งบอกความจริงได้ไม่ถึง 50% ในขณะที่ภาษาท่าทาง บ่งบอกได้มากถึง 93%

ในการสื่อสารและความสัมพันธ์ ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นตลอดเวลา:
  • ในการเจรจา เราไม่เข้าใจภาษาท่าทางที่เขากำลังสื่อ จึงตามไม่ทันเกมหรือรับมือไม่ทัน

  • พนักงานขายไม่สามารถเปิดใจผู้ที่คาดหวังจะเป็นลูกค้าได้ เพราะอ่านภาษากายไม่ออก

  • เจ้าหน้าที่ Recruitment ไม่สามารถอ่านภาษากายเพื่ออ่านใจของผู้สมัคร

  • พ่อแม่เข้าใจว่าพูดกับลูกดี ๆ แต่น้ำเสียง คำพูด และภาษาท่าทางบ่งบอกว่าไม่ใช่แบบนั้น

  • ในการโค้ชหรือให้คำปรึกษา อีกฝ่ายไม่ยอมเปิด ไม่ยอมบอกหมด เพราะรู้สึกไม่ไว้วางใจโค้ชหรือผู้ให้คำปรึกษา

  • หัวหน้าทีมที่ลูกน้องไม่กล้าเข้าหา ไม่ยอมบอกความจริง บอกแล้วกลัวโดนด่า

  • คู่รักที่ละเลยภาษากาย กำลังรู้สึกว่าความสัมพันธ์ห่างเหิน ไม่ไว้วางใจกันเหมือนเดิม

pexels-ekaterina-bolovtsova-4051134.jpg
ทำไมการรู้ทันภาษากายจึงสำคัญ:
  • เมื่อเข้าใจภาษากาย รู้วิธีสื่อสารผ่านภาษากาย จะทำให้คุณได้เปรียบในการเจรจาต่อรองที่สำคัญ

  • เจ้าหน้าที่สรรหา (Recruitment) จะคัดเลือกคนได้ตรงมากขึ้น หากอ่านภาษากายเข้าใจอย่างลึกซึ้ง

  • หากพนักงานขายเข้าใจภาษากาย อ่านน้ำเสียงออก ดูแววตาออก จะช่วยให้ปิดการขายได้ดีขึ้น

  • ช่วยให้นักให้คำปรึกษาและโค้ชเข้าถึงความรู้สึกคนมากขึ้น

  • การอ่านภาษากายเป็นการฟังขั้นสูงสุด คือการฟังอารมณ์ ความรู้สึก และความต้องการในสิ่งที่คนไม่ได้พูดออกมา

  • ทักษะในการอ่านภาษากายเป็นส่วนหนึ่งของ EQ (ความฉลาดทางอารมณ์) และ Empathy (การเข้าอกเข้าใจคนอื่น) ทักษะที่จำเป็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในศตวรรษที่ 21

  • หากอ่านภาษากายได้ และปรับภาษากายตัวเองได้ จะทำให้คุณทำงานง่ายขึ้นในการติดต่อสื่อสาร และโน้มน้าวผู้คน

ความรู้เชิงลึกและทักษะด้านภาษากาย (Body Language) จะช่วยให้คุณ :
  • สามารถสร้างความประทับใจผู้คนใน 8 วินาทีแรก

  • ปรับภาษากายเพียงนิดเดียวเพื่อทำให้อีกฝ่ายเปิดใจในการรับฟังสิ่งที่คุณจะพูด

  • ทำให้อีกฝ่ายไว้วางใจในการตรึกตรองในสิ่งที่คุณนำเสนอหรือสื่อสารออกไป

  • สื่อสารความรู้สึกข้างในให้อีกฝ่ายรับรู้ โดยไม่ต้องพูดออกไป

  • สามารถอ่านใจและอ่านความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ จากสีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง สายตา และการแต่งกาย

  • ตรวจสอบได้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดโกหกอยู่หรือไม่

  • สร้างอิทธิพลทางความรู้สึก/ความคิดเมื่ออยู่ต่อหน้าคนจำนวนมาก หรือเมื่อต้องขึ้นพูดบนเวที

  • เป็นนักโน้มน้าวใจผู้คนที่ทรงพลัง

  • เป็นนักขายที่ประสบความสำเร็จมากขึ้น

  • เป็นผู้นำที่รู้ใจลูกน้อง มี EQ และ Empathy สูงขึ้น

  • เป็นคู่รักที่เข้าอกเข้าใจคนรัก แม้เขาไม่ได้บอกออกมาตรง ๆ

ตัวอย่างหัวข้อการเรียนรู้
  • วิธีการอ่านภาษาท่าทาง (Non-verbal Language) ของคน แบบนักจิตวิทยา : สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง สายตา และการแต่งกาย

  • สังเกต ตรวจจับ และอ่านความรู้สึกที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่

  • วิธีจับโกหก ภาษาท่าทางที่บ่งบอกว่าบุคคลนั้นกำลังโกหก

  • First Impression : วิธีปรับภาษาท่าทางของคุณให้อีกฝ่ายประทับใจใน 8 วินาทีแรก

  • การเปลี่ยน Moment จาก negative เป็น positive feelings

  • Positive Body Language : วิธีปรับภาษาท่าทางของคุณให้อีกฝ่ายไว้วางใจและเปิดใจรับฟัง

  • ภาษาท่าทางสำหรับโค้ชและนักให้คำปรึกษา

  • วิธีทำให้ลูกน้องกล้ามาขอคำปรึกษาและเปิดใจพูดคุย

  • ภาษาท่าทางในการเจรจาต่อรองธุรกิจหรือเรื่องที่สำคัญมาก ๆ

  • เทคนิคการอ่านภาษากายของผู้สมัครงาน

  • การแต่งกายเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น เพื่อสร้างความเป็นมิตร เพื่อการเจรจาต่อรอง เพื่อให้ดูมั่นใจ เพื่อสร้างอิทธิพลและดูมีพลัง

  • การใช้ภาษาท่าทางเพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นบวกและความสัมพันธ์ที่ดี

  • จิตวิทยาการสร้างความรู้สึกว่า 'เป็นพวกเดียวกัน'

IMG_9902.JPG
Key features:
  • สอนโดยนักจิตวิทยาการให้คำปรึกษา ที่มีประสบการณ์มานานกว่า 30 ปี โดยเฉพาะการอ่านภาษาท่าทางของผู้ที่ถูกสอบปากคำ และต้องขึ้นศาล

  • Shortcut ลัดสั้น ไม่เน้นวิชาการ แต่เน้นประสบการณ์จริง เทคนิคที่นำไปใช้ได้จริง เรื่องเล่าจากชีวิตจริง วิธีการนำไปใช้ได้จริงและทันที และการฝึกปฏิบัติจนเกิดทักษะและเป็นธรรมชาติ

  • ผู้สอนดูแลตอบคำถามหลังจากจบคลาสเรียน ในระหว่างฝึกปฏิบัติ ผ่าน LINE กลุ่ม

  • มีประกาศนียบัตรรับรองการผ่านหลักสูตร

คอร์สนี้เหมาะสำหรับใคร:
  • นักธุรกิจและผู้บริหาร ที่ต้องเจรจาต่อรอง

  • หัวหน้าทีม ที่ต้องการสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและไว้วางใจกันในการทำงานและพูดคุยกันในที่ทำงาน

  • พนักงานขาย ที่ต้องการสร้างบรรยากาศที่เป็นมิตรและไว้วางใจกันกับลูกค้า

  • เจ้าหน้าที่สัมภาษณ์งาน ที่ต้องอ่านใจผู้สมัครงาน

  • คนทำงาน ที่ต้องการภาพลักษณ์ที่มั่นใจในการนำเสนองานและการประชุม

  • โค้ช นักให้คำปรึกษา ที่ต้องการสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยในการพูดคุยกัน

รายละเอียดคลาสเรียน

วันอาทิตย์ที่ 21 มีนาคม 2564 เวลา 9.00 - 17.00 น. โรงแรม SC PARK Hotel เลียบทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์

จัดกิจกรรมกลุ่มเล็ก รับจำนวนจำกัด!

 

ราคาปกติ 7,900 บาท

>> คลิกรับส่วนลดพิเศษที่นี่

สอบถามทีมงานเพิ่มเติมได้ที่:

LINE : @istrong

Call : 02-0268949

Email : contact@istrong.co

อ.วราภรณ์ ชุมภูทอง จงสกุล
ผู้สอน​ : นักจิตวิทยาการให้คำปรึกษาทั้งปริญญาตรีและโท ประสบการณ์ 30 ปี อดีตข้าราชการสังกัดกระทรวงยุติธรรม ที่มีประสบการณ์การทำงานกับบุคคลที่ต้องขึ้นศาล และการให้คำปรึกษากับผู้คนและครอบครัวจำนวนมาก
 
ผู้ผ่านหลักสูตรประกาศนียบัตรด้านการให้คำปรึกษาและจิตบำบัดมากมาย รวมทั้ง Satir's, Past Life Regression Therapy, Family Therapy, Art Therapy ฯลฯ อ.วราภรณ์จะมาแชร์กรณีศึกษาที่พบเจอจริงจำนวนมาก รวมทั้งวิธีการรับมือในเคสต่าง ๆ
contact us.001.png