ติดตามเราบน Facebook
  • Facebook Social Icon
บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ

10 วิธีการสร้างความไว้วางใจในครอบครัว

 

“ครอบครัว” คือ คำสองพยางค์ที่ควรให้ความรู้สึกอบอุ่น ควรเป็น “บ้าน” ที่คนในบ้านพร้อมกลับไปหาได้เสมอ และควรเป็นสถานที่เต็มไปด้วยความรัก

 

แต่จากข่าวหรือสื่อต่างๆในทุกวันนี้ กลับสะท้อนให้เห็นว่า “ครอบครัว” ไม่ใช่ที่ที่ปลอดภัยอีกต่อไป ไม่ว่าจะข่าวเด็กสาววัยรุ่นที่ถูกแม่กดดัน จนหนีออกจากบ้านไปกับผู้ปกครองของเพื่อนร่วมชั้น หรือข่าวพ่อแท้ๆ ข่มขื่นลูกสาว ข่าวลูกทำร้ายพ่อแม่ และอีกสารพัดข่าวที่บั่นทอนจิตใจให้รู้สึกหดหู่ แล้วเราจะทำอย่างไรละถึงจะสร้างความไว้วางใจให้กับคนในครอบครัว เพื่อให้เกิดความรู้สึกที่ว่า “ครอบครัวควรเป็นครอบครัว”

 

ซึ่งผู้เขียนได้นำวิธีการสร้างความไว้วางใจจากหนังสือเรื่อง The 8 th Habit : From Effectiveness to Greatness มานำเสนอในบทความนี้ เพื่อเป็นประโยชน์แก่คุณผู้อ่านค่ะ

 

 

 

 

เริ่มที่วิธีแรก การเข้าใจคนอื่นๆในครอบครัว

ความเข้าใจ เป็นสิ่งสำคัญที่คนในครอบครัวต้องมีให้แก่กัน เพราะการที่เรารู้จักธรรมชาติของคนในบ้าน เราก็จะสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างมีความสุข แต่หากเราไม่เข้าใจกันแล้ว แม้เรื่องเล็กๆน้อยก็เป็นปัญหาได้ และเมื่อคนในบ้านทะเลาะกันแล้ว ความร้อน        ก็จะเกิดขึ้นในจิตใจ จนไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ยากที่จะเกิดความสงบขึ้นได้ 

 

 

2. การรักษาสัญญา

เมื่อเอ่ยปากว่าจะทำอะไรให้ใครแล้ว และคนในครอบครัวสามารถรักษาสัญญานั้นไว้ได้ คนผู้นั้นก็จะเป็นผู้ที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นบุคคลที่ทั้งบ้านสามารถฝากความหวัง ฝากชีวิตไว้ได้ ทำให้การอยู่ร่วมกันในบ้านมีความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย อบอุ่นใจ แต่ในทางกลับกันหากคนใดคนหนึ่งในครอบครัวไม่สามารถรักษาสัญญาไว้ได้ และหนักกว่านั้น ไม่สามารถรักษาสัญญาได้บ่อยครั้ง คนผู้นั้นจะมีภาพลักษณ์ที่ติดลบทันที กลายเป็นคนไม่น่าเชื่อถือ คนในบ้านไม่กล้ามอบหมายงานสำคัญ และจะทำให้บุคคลนั้นมีความสำคัญในบ้านลดลง ซึ่งอาจนำมาสู่โรคซึมเศร้าแก่ตัวเขาเองได้ 

 

 

3. ความซื่อตรง

 ความหมายง่ายๆของคำนี้ คือ ไม่โกหก คิดอะไรพูดอย่างนั้น เปิดเผย ไม่มีความลับกับคนในบ้าน บ้านที่จริงใจแก่กันย่อมอบอุ่นและปลอดภัยกว่าบ้านที่ไม่พูดความจริงแก่กัน และเมื่อใดที่ความจริงเปิดเผย ความเชื่อใจของคนในบ้านก็จะไม่มีอีกต่อไป และหากการใช้ชีวิตในบ้านเป็นไปอย่างหวาดระแวง เชื่อถือใครไม่ได้แล้วละก็ การใช้ชีวิตในสังคมกับคนที่เราไม่รู้จักยิ่งจะเป็นเรื่องยากเสียแล้ว

 

 

4. ความเมตตา

ความหมายที่เป็นสากลของคำนี้ คือ ความรัก ความเอ็นดู ความต้องการให้คนอื่นมีความสุข หากทุกคนในครอบครัวต่างปรารถนาดีต่อกัน ใส่ใจกัน สนับสนุนกันในทางที่ดี ครอบครัวนั้นจะงอกงามทั้งทางสถานภาพและจิตใจของคนในครอบครัว และเชื่อเถอะค่ะว่าเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่เปี่ยมไปด้วยความรัก จะสามารถเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพให้แก่สังคมได้ แต่หากครอบคครัวใดขาดความรัก มีแต่เรื่องทะเลาะเบาะแว้ง ก็ยากที่จะผลิตคนดีให้แก่สังคมได้

 

 

5. การคิดแบบ Win/Win

คือ เป็นความคิดที่ทุกการกระทำจะมีผลให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ คนที่มีทัศนคติแบบ Win/Win จะคิดถึงผู้อื่นเสมอว่าจะได้รับผลกระทบต่อการกระทำของเขาอย่างไร และหากคนในครอบครัวสามารถคิดเช่นนี้ต่อกันได้ ทุกคนจะรู้สึกว่าได้รับความยุติธรรม สามารถอยู่ในบ้านได้อย่างมีความสุข แต่หากบ้านใดที่แม้แต่คนในบ้านยังเอาเปรียบกัน ความสงบสุขในบ้านคงเกิดได้ยาก

 

 

6. การสื่อสารที่ชัดเจน

หากคนในบ้านต้องการสิ่งใดและสื่อสารออกไปอย่างตรงไปตรงมา การทะเลาะเบาะแว้ง หรือการเข้าใจผิดระหว่างกันคงเกิดขึ้นได้ยาก ยิ่งสื่อสารได้ชัดเจนเท่าไหร่ ความเข้าใจคลาดเคลื่อนก็จะยิ่งเกิดขึ้นได้น้อยมาก ความเข้าใจกันระหว่างคนในบ้านจะยิ่งมีมากขึ้นตามไปด้วย

 

 

7. ความภักดี

 ตามความหมายแล้ว ความภักดี หมายถึง ความจงรัก ความเลื่อมใส แปลเป็นภาษาง่ายๆก็คือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะไม่เปลี่ยนใจไป ดังนั้นแล้ว ครอบครัวที่มีสมาชิกจงรักภักดีต่อครอบครัวมาก ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ความสามัคคีจะยิ่งมีมาก เพราะฉะนั้นแล้วรับประกันได้เลยค่ะว่า ไม่ว่าครอบครัวนี้จะเผชิญปัญหาหนักหนาแค่ไหนก็จะสามารถจับมือกันผ่านเรื่องร้ายๆ มาได้อ