

Employee Burnout Is a Business Risk เมื่อความเหนื่อยล้าของคนทำงานกลายเป็นต้นทุนทางธุรกิจ
องค์กรส่วนใหญ่มักมองว่าคนทำงานเครียดเป็นเรื่องธรรมดา หมดไฟบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา หรือแม้กระทั่งเห็นคนระเบิดอารมณ์ใส่กันกลางที่ทำงาน ก็ยังมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งที่สิ่งเหล่านี้สร้าง ผลกระทบมากมาย ไม่ใช่แค่เรื่องทางการเงิน หรือผลผลิตในงาน แต่ยังรวมถึงการค่อย ๆ บ่อนทำลายวัฒนธรรมการทำงานที่ดีลงช้า ๆ


เมื่อสังคมสอนให้ “อดทน” แต่ไม่สอนให้ “ขอความช่วยเหลือ” ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ในสังคมไทย
ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ หรือศัพท์ในทางจิตวิทยาเรียกว่า “Passive Death Wish” หรือ ที่ “Passive Suicidal Ideation” ในสังคมไทยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่มาก แต่เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในโลกออนไลน์ โดยความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ หรือ Passive Death Wish หมายถึง ภาวะที่บุคคล ๆ หนึ่ง มีความคิดที่จะจบชีวิตตนเองแบบเงียบ แต่ไม่ได้มีความตั้งใจ หรือวางแผนอย่างจริงจัง


คนที่พูดว่า “ไม่เป็นไร” บ่อยที่สุด อาจเป็นคนที่กำลังเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว
บางคนเวลามีปัญหาจะไม่ค่อยพูดอะไร ถามว่าไหวไหมก็ตอบว่า “ไหว” ถามว่าเหนื่อยไหมก็บอก “ไม่เป็นไร” ทั้งที่จริง ๆ แล้วข้างในอาจกำลังเต็มไปด้วย ความกดดัน ความเครียด ความผิดหวัง หรือความเหนื่อยที่สะสมมานาน แต่พวกเขาเลือกเก็บมันไว้คนเดียว เพราะไม่อยากเป็นภาระใครหรือไม่ก็เคยชินกับการต้อง “รับมือเอง” มาตลอด


บางคนไม่ได้มีปัญหาการสื่อสาร แต่กำลัง “ไม่กล้ารู้สึก” กับความจริงข้างในตัวเอง
หลายคนคิดว่าตัวเอง “สื่อสารไม่เก่ง” พูดไม่เป็นอธิบายความรู้สึกไม่ถูกคุยกันทีไรก็ทะเลาะยิ่งพยายามอธิบาย ยิ่งห่างกัน แต่บางครั้งปัญหาอาจไม่ใช่เรื่อง “การพูด” แต่อาจเป็นเพราะเราไม่เคยกล้ารู้สึกกับ “ความจริงข้างในตัวเอง” ต่างหาก


คุณอาจไม่ได้เหนื่อยเพราะชีวิต แต่เหนื่อยเพราะต้อง “เป็นบางอย่าง” ตลอดเวลา
หลายคนไม่ได้เหนื่อยเพราะชีวิตยาก แต่เหนื่อยเพราะต้องพยายามเป็นบางอย่างตลอดเวลา บทความจิตวิทยาเชิงลึกจากแนวคิด Satir ที่ช่วยให้เราเข้าใจโลกภายในของตัวเอง ความสัมพันธ์ และมนุษย์มากขึ้น


7 วิธีรับมือกับโรคซึมเศร้าเมื่อชีวิตดูมืดมน
คนที่มีอาการของโรคซึมเศร้าโดยเฉพาะช่วงที่อาการอยู่ในระดับรุนแรงมักจะมองเห็นชีวิตของตัวเองไปในทางมืดมน สิ้นหวัง และไม่มีใครสามารถช่วยได้เลย


ความว่างเปล่าภายใน : การมองภาวะสิ้นยินดีผ่านมุมมอง จิตวิทยาอัตถิภาวนิยม
ภาวะสิ้นยินดีเป็นภาวะที่พบได้บ่อยขึ้นในปัจจุบัน สำหรับผู้เขียนแล้วภาวะนี้ค่อนข้างจะมีความน่ากลัวเพราะมันมีลักษณะเป็น “ภัยเงียบ” ที่เราไม่สามารถสังเกตเห็นจากภายนอกได้ หลายคนที่มีภาวะนี้ก็ยังคงเรียนหนังสือ ทำงาน หรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ว่าข้างในจิตใจนั้นกลับรู้สึกว่างเปล่า หากมองจากมุมมองจิตวิทยา แนวคิดที่น่าสนใจในการนำมาใช้เป็นมุมมองต่อภาวะสิ้นยินดีก็คือ “จิตวิทยาอัตถิภาวนิยม” เพราะเป็นแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่อง “ความหมายของชีวิต” และ “การไร้ความหมายในชีวิต”


5 วิธีเรียบง่ายที่จะช่วยให้คุณไม่จมดิ่งไปกับความคิดมากของตัวเอง
ไม่ใช่เพราะความทุกข์ที่ทำให้เราคิดมาก แต่เป็นเพราะความคิดมากที่ทำให้เราทุกข์” เป็นประโยคที่ผู้เขียนเคยอ่านเจอบ่อย ๆ แต่แม้ว่ามันจะดูคมคายน่าประทับใจ ผู้เขียนกลับพบว่ามันจะเป็นเรื่องที่ยากหากคนที่อยากเลิกเป็นคนคิดมากไม่รู้ว่าวิธีการที่เป็นรูปธรรมในการรับมือกับความคิดมากของตัวเองคืออะไร


เหนื่อยเพราะงาน หรือเพราะความคาดหวังในใจ จิตวิทยาที่จะช่วยให้คุณหยุดกดดันตัวเองเกินไป
“งานก็ไม่หนักมาก แต่ทำไมใจมันเหนื่อยเหลือเกิน?” หลายคนมีช่วงเวลาที่ถามตัวเองแบบนี้ ทำงานตามหน้าที่ไม่ได้มีดราม่าในทีมไม่ได้ทะเลาะกับใครงานก็ไม่ได้ล้นจนรับไม่ไหว แต่ทำไมใจมันหนัก เหนื่อย อ่อนล้า แบบไม่มีเหตุผล?


Drama Overload: เมื่อการเสพข่าวดราม่าทำงานกับสมองและอารมณ์มากกว่าที่คุณคิด
การเสพข่าวเหล่านี้อาจไม่ได้ให้แค่ข้อมูลกับคุณนะคะ แต่ยังฝากร่องรอยทางอารมณ์ไว้ในใจคุณโดยไม่รู้ตัว ยิ่งเสพมาก ยิ่งสะสมมาก จนส่งผลกระทบทั้งต่ออารมณ์ การทำงาน ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิตโดยรวม
