Human Resource พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) เมื่อความเครียดทำให้เกิดภาวะ Dead Inside ใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุข
- Chanthama Changsalak
- 6 hours ago
- 2 min read

ทุกวันนี้เราเหนื่อยเพราะทำงานหนัก หรือเราเหนื่อยเพราะข้างในไม่รู้สึกมีชีวิตอีกแล้วกันแน่? คำถามนี้เป็นคำถามสำคัญที่ “เฟรน” ตัวละครเอกของภาพยนตร์พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) (Human Resource) เฝ้าถามตัวเองอยู่ทุกวัน เพราะเธอต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความกดดัน และทุกความกดดันได้กัดกร่อนจิตใจ จนทำให้ทุกการแสดงออกของเธอดูไร้ความรู้สึก แม้เธอยังใช้ชีวิตได้ปกติ แต่ความรู้สึกภายในของเธอค่อย ๆ “ด้านชา”
ซึ่ง “เฟรน” ในภาพยนตร์พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) (Human Resource) มีพฤติกรรมหลายอย่างที่สามารถนำมาเชื่อมโยงกับแนวคิด Dead Inside โดยเฉพาะในบริบทของคนทำงานยุคใหม่ที่กำลังเผชิญภาวะหมดแรงทางอารมณ์ (Emotional Exhaustion) และความรู้สึกแปลกแยกจากตนเอง (Alienation) ซึ่งพฤติกรรมหลายอย่างของ “เฟรน” สามารถสะท้อนลักษณะบางประการที่คล้ายกับภาวะ Dead Inside ได้ชัดเจนอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้ค่ะ
ทำทุกอย่างตามหน้าที่ แต่ไม่รู้สึกมีชีวิตชีวา
ตั้งแต่เปิดเรื่องมา เราจะเห็นว่าเฟรนต้องรับมือกับบทบาทหน้าที่ใหม่ในชีวิต คือ “การเป็นแม่” และยังต้องรักษาหน้าที่เดิมของเธอในอาชีพการงาน ไปพร้อม ๆ กับการดูแล “เทม” สามีในหน้าที่ภรรยา รวมไปถึงการทำหน้าที่ใช้ชีวิต ด้วยการดูแลตัวเอง จนภายในของเธอเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและคำถามว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มีความหมายจริงหรือไม่
เพราะถึงแม้เฟรนจะทำหน้าที่ทุกอย่างได้ตามมาตรฐาน หลายอย่างสูงกว่ามาตรฐานเสียด้วยซ้ำ แต่เธอกลับ “ไร้ความรู้สึก” กับสิ่งที่เธอทำ ซึ่งสะท้อนลักษณะบางประการที่คล้ายกับภาวะ Dead Inside
อารมณ์ถูกกดทับจนแทบไม่แสดงออก
ในพนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา) (Human Resource) ผู้กำกับ คุณเต๋อ นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ตั้งใจทำให้ Mood & Tone ของหนังเอื่อย ช้า เฉื่อย แช่ภาพนิ่ง ๆ นาน ๆ เน้นสีเทา และภาพมืด ๆ ชวนให้ผู้ชมรู้สึกอึดอัด นั่นเพราะต้องการให้ผู้ชมเข้าใจถึงความรู้สึกของ “เฟรน” ที่ถูกกดทับทางอารมณ์ จนแสดงออกไม่ได้ ดังเช่น ตอนที่เฟรน ถูก “พี่จักร” ผู้บริหารที่มีพฤติกรรมกดดันและสร้างความอึดอัดในการทำงาน เรียกมาตำหนิหน้าลิฟท์
เฟรนทำได้แค่ “ทำตามความต้องการของอีกฝ่าย” อยากให้ขอโทษก็ขอโทษ ถามคำตอบคำ ทำให้เรื่องมันจบ ๆ ไปตามหน้าที่ โดยพยายามไม่รู้สึกอะไร ซึ่งแสดงให้เห็นถึง “ภาวะชาด้านอารมณ์” (Emotional Numbing) ของเฟรน ที่รับรู้ว่าอารมณ์ของตนเองลดทอนลง หรือรู้สึกได้ยากขึ้น หรือไม่สามารถเข้าถึงความรู้สึกต่าง ๆ ได้เหมือนเดิม ทั้งอารมณ์ด้านลบและด้านบวก ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของภาวะ Dead Inside
อยู่ท่ามกลางผู้คน แต่รู้สึกโดดเดี่ยว
แม้ว่าเฟรนจะทำงานด้าน HR หรือ Human Resource ซึ่งต้องติดต่อกับผู้คนตลอดเวลา แต่เฟรนกลับต้องเผชิญคำถามและความกังวลต่าง ๆ เพียงลำพัง เธอดูเหมือนจะสนิทกับ “เต้น” เพื่อนพนักงาน HR ด้วยกัน แต่เธอก็ยังไม่ได้เปิดใจเล่าทุกอย่างในชีวิตให้เต้นฟัง เธอยังต้องแบกความเหนื่อย ความเครียด ความกดดันเอาไว้ เธอดูรักสามีมากแต่ทุกครั้งที่สามีพูดเรื่องลูกเธอมักจะเงียบ หรือแม้แต่เรื่องที่เธอนอนไม่หลับจนต้องพึ่งยานอนหลับ สามีเธอก็ดูไม่รู้เรื่องนี้ เพราะเธอไม่เคยบอก
มีฉากที่สามีพาเธอไปทานข้าวกับลูกค้าของเขา เพื่อน ๆ ของเขา เธอยิ้ม เธอหัวเราะ แต่ภายในใจกลับว่างเปล่า ไม่ได้อิน ไม่ได้รู้สึกร่วมไปกับผู้คน โดยภาวะนี้คล้ายกับสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า “Lonely in a Crowd” หรือ ภาวะที่รู้สึกเหงา รู้สึกโดเดี่ยวแม้จะอยู่ท่ามกลางคนมากมาย ซึ่งสามารถนำไปสู่ภาวะ Dead Inside ต่อไปได้
ใช้ชีวิตแบบ Auto-Pilot
ในทุกฉากทุกตอนที่ผู้ชมหลายคนบ่นว่า ภาพยนตร์ค่อนข้าง “น่าเบื่อ” เพราะเราจะเห็นเฟรนทำกิจวัตรเดิม ๆ ซ้ำ ๆ นั่นเพราะผู้กำกับทำให้เราเห็นว่าเฟรน “ดำเนินชีวิต” มากกว่ากำลัง “ใช้ชีวิต” เฟรนตื่นขึ้นมาแล้วก็ทำหน้าที่ไปเรื่อย ๆ เพราะเธอ “ต้องทำ” ไม่ใช่ “อยากที่จะทำ” จนเหมือนเธอไร้หัวใจ ไร้ความรู้สึก
แม้แต่งาน HR ของเธอที่พนักงานหลายคนรวมถึง “จูน” หวังจะพึ่งพายามร้อนใจ เธอก็ตอบแค่ว่า “ทน ๆ ไปก่อน สู้ไปด้วยกัน” ทำให้บางครั้งเธออาจหลงลืมไปว่าคนอื่น ๆ ก็ยังต้องการความเข้าอกเข้าใจในฐานะเพื่อนมนุษย์เช่นกัน จนเมื่อเธอพบกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจ จึงได้มาถามตัวเองว่า “ฉันทำอะไรอยู่?”
ภาวะ Dead Inside ก็เหมือนอาการบาดเจ็บทางจิตใจอื่น ๆ ทางจิตวิทยา คือ กว่าจะรู้ตัวว่าเป็น ก็ไม่มีความสุขเสียแล้ว เหมือนที่กำลังเกิดขึ้นกับเฟรน แต่ Dead Inside ไม่ใช่จุดจบของชีวิต เพราะตราบใดที่มนุษย์ยังสามารถรับรู้ความหมาย ความสัมพันธ์ และความหวังได้ หัวใจที่เคยเงียบงันก็สามารถกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้เช่นกัน โดยผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาได้แนะนำเทคนิคการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แม้จะเกิดภาวะ Dead Inside เอาไว้ดังนี้
ตามหาความหมายของ “ชีวิต”
หลายครั้งคนที่เกิดภาวะ Dead Inside ไม่ได้ขาดความสามารถ ไม่ได้ขาดความสำเร็จ หรือไม่ได้ขาดความสุขภายนอก แต่กำลังขาดคำตอบของคำถามว่า “ฉันกำลังมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร?” ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา Viktor E. Frankl (1946) อธิบายว่า มนุษย์มีแรงขับพื้นฐานที่เรียกว่า “ความต้องการค้นหาความหมาย” (Will to Meaning)
แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากที่สุดก็ตาม ดังนั้น แทนที่จะถามว่า “ทำไมฉันไม่มีความสุข?” อาจเปลี่ยนเป็น “วันนี้ชีวิตกำลังเรียกร้องอะไรจากฉัน?” ซึ่งคำถามลักษณะนี้ช่วยดึงความสนใจออกจากความว่างเปล่าภายใน และกลับมาสู่การใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมายมากขึ้น
สร้าง Safe zone ที่พักใจ
คนที่เกิดภาวะ Dead Inside มักไม่ได้ต้องการคำแนะนำให้คิดบวกหรือสู้ต่อไป แต่ต้องการพื้นที่ปลอดภัยทางใจ (Safe Zone) ที่ทำให้พวกเขาพักจากการแบกรับความคาดหวัง ความรับผิดชอบ และบทบาทต่าง ๆ ชั่วคราวโดย Safe Zone อาจเป็นคนที่ไว้ใจ หรือกิจกรรมที่ทำให้สบายใจ
เช่น อ่านหนังสือ หรือไปนั่งที่ร้านกาแฟ การเขียนบันทึก การเดินคนเดียว การดูแลต้นไม้ หรือการกอดแมวที่บ้าน โดยการได้พูดคุยกับคนที่เราไว้ใจ หรือทำกิจกรรมที่ทำให้มีความสุขเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยให้สมองลดภาวะตื่นตัวจากความเครียดและกลับมาเชื่อมโยงกับตนเองได้อีกครั้ง
พยายามเชื่อมโยงกับคนรอบตัว
ความรู้สึกไม่มีตัวตน เป็นสาเหตุหนึ่งของภาวะ Dead Inside ดังนั้นการสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง (Belonging) จึงสามารถเชื่อมโยงระหว่างผู้ที่มีภาวะ Dead Inside กับผู้คนรอบตัวได้ โดยอาจจะเป็นการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น เป็นอาสาสมัครในชุมชน เข้าร่วมกิจกรรมที่ตนเองสนใจ เช่น กลุ่มคนรักหนังสือ เข้า Workshop เป็นต้น เพื่อสร้าง “การรู้ว่าตนเองมีความหมายต่อใครบางคน”
อนุญาตให้ตัวเองรู้สึก
คนจำนวนมากเข้าสู่ภาวะ Dead Inside เพราะพยายามเข้มแข็งตลอดเวลา เช่น ห้ามร้องไห้ ต้องอดทน หรือบอกตัวเองว่า คนอื่นลำบากกว่าเรา แต่การกดอารมณ์อย่างต่อเนื่องอาจนำไปสู่ภาวะชาด้านอารมณ์ (Emotional Numbing) ดังนั้นหากเราสามารถพูดกับตัวเองได้ว่า วันนี้ฉันเหนื่อย วันนี้ฉันเสียใจ โดยไม่รู้สึกผิด เราจะสามารถเชื่อมโยงความรู้สึกจากภายในกับตัวเองได้อย่างแท้จริง
Dead Inside ไม่ได้หมายความว่าหัวใจของเราตายไปแล้ว แต่อาจหมายถึงหัวใจของเรากำลังรอให้ใครสักคน รวมถึงตัวเราเอง กลับมารับฟังอีกครั้ง โดยสิ่งที่เราต้องการอาจไม่ใช่แรงผลักให้วิ่งต่อ แต่คือ Safe Zone ที่พักใจ เพราะบางครั้งการเยียวยาไม่ได้เริ่มจากการเข้มแข็งขึ้น แต่เริ่มจากการรู้ว่ามีที่แห่งหนึ่งที่เราไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งเลย และเราไม่จำเป็นต้องหายดีในทันที แค่มีพื้นที่ปลอดภัยให้หัวใจได้พักบ้าง ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
หากคุณรู้สึกว่า หัวใจกำลังเหนื่อยเกินกว่าจะรับมือเพียงลำพัง
หากความรู้สึกว่างเปล่า เหนื่อยล้า หรือใช้ชีวิตแบบ Auto-Pilot เกิดขึ้นต่อเนื่องจนเริ่มกระทบการทำงานหรือการใช้ชีวิต การพูดคุยกับ นักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง และค่อย ๆ กลับมาเชื่อมโยงกับความรู้สึกของตัวเองอีกครั้ง
บริการปรึกษาสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ที่ iSTRONG เราพร้อมดูแลคุณด้วยบริการปรึกษาสุขภาพจิตในพื้นที่ที่ปลอดภัย เป็นส่วนตัว และไม่ตัดสิน เพราะบางครั้ง การเยียวยาอาจเริ่มจากการมีใครสักคนรับฟังอย่างแท้จริง
หากองค์กรต้องการดูแลสุขภาพจิตของพนักงานอย่างเป็นระบบ
เมื่อความเหนื่อยล้าทางใจเกิดขึ้นกับคนเพียงคนเดียว อาจส่งผลต่อทั้งทีมและองค์กรในระยะยาว iSTRONG จึงมี บริการ Mental Well-being for Organization สำหรับองค์กร ทั้งบริการ Employee Assistance Program (EAP) การปรึกษานักจิตวิทยาและจิตแพทย์ รวมถึงการอบรมและ Workshop ด้านสุขภาพจิต เพื่อช่วยให้องค์กรสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ผู้คนรู้สึกปลอดภัย ได้รับการดูแล และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความแนะนำ
อ้างอิง
Edmondson, A. C. (2019).
The fearless organization: Creating psychological safety in the workplace for learning, innovation, and growth. Wiley.
Frankl, V. E. (2006).
Man's search for meaning. Beacon Press. (Original work published 1946)
Pakornrassamee, T. (2026, January 26).
เจาะเบื้องหลัง “พนักงานใหม่” หนังที่พาไปหาคำตอบของคำถามในใจ โดยผู้กำกับเต๋อ นวพล. Creative Talk Conference. https://creativetalkconference.com/human-resource-movie/
Ryan, R. M., & Deci, E. L. (2020).
Intrinsic and extrinsic motivation from a self-determination theory perspective: Definitions, theory, practices, and future directions. Contemporary Educational Psychology, 61, 101860.
ประวัติผู้เขียน
จันทมา ช่างสลัก บัณฑิตจิตวิทยาคลินิกจากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตจาก NIDA ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูก 1 ผู้เป็นทาสแมว ที่มุ่งมั่นจะพัฒนาการเขียนบทความจิตวิทยาให้โดนใจผู้อ่าน และสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกบนโลกใบนี้
