

คนที่พูดว่า “ไม่เป็นไร” บ่อยที่สุด อาจเป็นคนที่กำลังเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว
บางคนเวลามีปัญหาจะไม่ค่อยพูดอะไร ถามว่าไหวไหมก็ตอบว่า “ไหว” ถามว่าเหนื่อยไหมก็บอก “ไม่เป็นไร” ทั้งที่จริง ๆ แล้วข้างในอาจกำลังเต็มไปด้วย ความกดดัน ความเครียด ความผิดหวัง หรือความเหนื่อยที่สะสมมานาน แต่พวกเขาเลือกเก็บมันไว้คนเดียว เพราะไม่อยากเป็นภาระใครหรือไม่ก็เคยชินกับการต้อง “รับมือเอง” มาตลอด


เหตุผลทางจิตวิทยาที่ควรออกจากความสัมพันธ์กับ Narcissist และเทคนิคในการออกจากความสัมพันธ์เป็นพิษ
ผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเอง มักจะการบิดเบือนความจริง มีการทุ่มเทให้กับความรักอย่างมากในช่วงเริ่มต้นความสัมพันธ์ มีการสร้างภาพฝันของชีวิตคู่ในอุดมคติ เมื่อมีคนตกหลุมรักคนเหล่านี้แล้ว ภาพฝันหวานจะกลายเป็นฝันร้าย เพราะ Narcissist จะค่อย ๆ บั่นทอนและลดคุณค่าของคนรักเขาลง


บางคนไม่ได้มีปัญหาการสื่อสาร แต่กำลัง “ไม่กล้ารู้สึก” กับความจริงข้างในตัวเอง
หลายคนคิดว่าตัวเอง “สื่อสารไม่เก่ง” พูดไม่เป็นอธิบายความรู้สึกไม่ถูกคุยกันทีไรก็ทะเลาะยิ่งพยายามอธิบาย ยิ่งห่างกัน แต่บางครั้งปัญหาอาจไม่ใช่เรื่อง “การพูด” แต่อาจเป็นเพราะเราไม่เคยกล้ารู้สึกกับ “ความจริงข้างในตัวเอง” ต่างหาก


คุณอาจไม่ได้เหนื่อยเพราะชีวิต แต่เหนื่อยเพราะต้อง “เป็นบางอย่าง” ตลอดเวลา
หลายคนไม่ได้เหนื่อยเพราะชีวิตยาก แต่เหนื่อยเพราะต้องพยายามเป็นบางอย่างตลอดเวลา บทความจิตวิทยาเชิงลึกจากแนวคิด Satir ที่ช่วยให้เราเข้าใจโลกภายในของตัวเอง ความสัมพันธ์ และมนุษย์มากขึ้น


ความว่างเปล่าภายใน : การมองภาวะสิ้นยินดีผ่านมุมมอง จิตวิทยาอัตถิภาวนิยม
ภาวะสิ้นยินดีเป็นภาวะที่พบได้บ่อยขึ้นในปัจจุบัน สำหรับผู้เขียนแล้วภาวะนี้ค่อนข้างจะมีความน่ากลัวเพราะมันมีลักษณะเป็น “ภัยเงียบ” ที่เราไม่สามารถสังเกตเห็นจากภายนอกได้ หลายคนที่มีภาวะนี้ก็ยังคงเรียนหนังสือ ทำงาน หรือใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ว่าข้างในจิตใจนั้นกลับรู้สึกว่างเปล่า หากมองจากมุมมองจิตวิทยา แนวคิดที่น่าสนใจในการนำมาใช้เป็นมุมมองต่อภาวะสิ้นยินดีก็คือ “จิตวิทยาอัตถิภาวนิยม” เพราะเป็นแนวคิดที่ว่าด้วยเรื่อง “ความหมายของชีวิต” และ “การไร้ความหมายในชีวิต”


5 วิธีเรียบง่ายที่จะช่วยให้คุณไม่จมดิ่งไปกับความคิดมากของตัวเอง
ไม่ใช่เพราะความทุกข์ที่ทำให้เราคิดมาก แต่เป็นเพราะความคิดมากที่ทำให้เราทุกข์” เป็นประโยคที่ผู้เขียนเคยอ่านเจอบ่อย ๆ แต่แม้ว่ามันจะดูคมคายน่าประทับใจ ผู้เขียนกลับพบว่ามันจะเป็นเรื่องที่ยากหากคนที่อยากเลิกเป็นคนคิดมากไม่รู้ว่าวิธีการที่เป็นรูปธรรมในการรับมือกับความคิดมากของตัวเองคืออะไร


เหนื่อยเพราะงาน หรือเพราะความคาดหวังในใจ จิตวิทยาที่จะช่วยให้คุณหยุดกดดันตัวเองเกินไป
“งานก็ไม่หนักมาก แต่ทำไมใจมันเหนื่อยเหลือเกิน?” หลายคนมีช่วงเวลาที่ถามตัวเองแบบนี้ ทำงานตามหน้าที่ไม่ได้มีดราม่าในทีมไม่ได้ทะเลาะกับใครงานก็ไม่ได้ล้นจนรับไม่ไหว แต่ทำไมใจมันหนัก เหนื่อย อ่อนล้า แบบไม่มีเหตุผล?


ชีวิตเรากำลังไปทางไหน? เมื่อความหมายในงานเริ่มหาย และหาเป้าหมายในชีวิตไม่เจอ
หลายคนเรียกภาวะนี้ว่า Mid-career Void หรือ “หลุมอากาศกลางชีวิตการทำงาน” ไม่ถึงขั้น Burnout แต่ทำให้รู้สึกขาดแรงจูงใจอย่างบอกไม่ถูก และที่น่ากลัวคือ…ยิ่งเราพยายามไม่คิด ยิ่งรู้สึกเหมือนกำลังไหลไปเรื่อย ๆ แบบไม่มีทิศทาง


เข้าใจตัวเอง = เข้าใจคนอื่น เรียนรู้จิตวิทยาความเข้าใจที่จะช่วยให้อะไรง่ายขึ้น
เมื่อความเหนื่อยในงาน...ไม่ใช่แค่งานที่ทำ คุณเคยรู้สึกไหมว่า “งานมันไม่หนักเท่าใจ” เหนื่อยจากการต้องเข้าใจคน ต้องแปลอารมณ์จากน้ำเสียงและสีหน้า ต้องควบคุมความรู้สึกไม่ให้ปะทะกับใคร บางวันแค่ประชุมหนึ่งชั่วโมงก็หมดพลังชีวิตแล้วที่จริง “คน” ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เราเหนื่อย แต่เพราะแต่ละคนต่างมี “ความรู้สึก” ที่ไม่ได้พูดออกมา


เครียดแค่ไหนก็ยังสู้ไหวด้วยการเพิ่มขีดจำกัดในการอดทน
หลายคนมีลักษณะภายนอกที่ทำให้คนอื่นมองว่าชีวิตคงไม่มีปัญหาอะไร ทั้งที่จริง ๆ แล้วพวกเขาก็มีปัญหาภาระที่ต้องอดทน แบกรับและเกิดความเครียดเหมือน
