top of page

บางคนไม่ได้มีปัญหาการสื่อสาร แต่กำลัง “ไม่กล้ารู้สึก” กับความจริงข้างในตัวเอง


iSTRONG บางคนไม่ได้มีปัญหาการสื่อสาร แต่กำลัง “ไม่กล้ารู้สึก” กับความจริงข้างในตัวเอง

หลายคนคิดว่าตัวเอง “สื่อสารไม่เก่ง” พูดไม่เป็นอธิบายความรู้สึกไม่ถูกคุยกันทีไรก็ทะเลาะยิ่งพยายามอธิบาย ยิ่งห่างกัน แต่บางครั้งปัญหาอาจไม่ใช่เรื่อง “การพูด” แต่อาจเป็นเพราะเราไม่เคยกล้ารู้สึกกับ “ความจริงข้างในตัวเอง” ต่างหาก


บางคนโกรธง่าย เพราะลึก ๆ กำลังเสียใจ

บางคนควบคุมทุกอย่าง เพราะลึก ๆ กลัวถูกทอดทิ้ง

บางคนเงียบ ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรจะพูด แต่ไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกอะไรอยู่กันแน่ และหลายครั้ง สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์เหนื่อยที่สุด ไม่ใช่การทะเลาะ แต่คือการที่ “ไม่มีใครพูดความรู้สึกจริง ๆ ออกมาเลย”


มนุษย์ไม่ได้มีแค่ “พฤติกรรม”

ในแนวคิดของ Virginia Satir นักจิตบำบัดครอบครัวชื่อดัง มนุษย์ทุกคนมี “โลกภายใน” ที่ลึกกว่าพฤติกรรมที่แสดงออกมา

Satir เชื่อว่า พฤติกรรมที่เราแสดงออกในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการโกรธ การเงียบ การประชด การเอาใจคนอื่น หรือแม้แต่การควบคุมคนรอบตัว ล้วนไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ


แต่เกิดจาก “ประสบการณ์ชีวิต” ความรู้สึก และความเชื่อบางอย่างที่สะสมอยู่ภายในมานาน หลายครั้ง สิ่งที่คนแสดงออก อาจไม่ใช่ “ตัวตนจริง ๆ” แต่อาจเป็นเพียง “วิธีเอาตัวรอด” ที่เขาเคยใช้แล้วได้ผลในอดีต เช่น เด็กคนหนึ่งที่โตมาในบ้านที่พ่อแม่ทะเลาะกันรุนแรง อาจเรียนรู้ว่า “ถ้าอยู่นิ่ง ๆ และไม่พูดอะไร จะปลอดภัยที่สุด”


เมื่อโตขึ้น เขาอาจกลายเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก และหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทุกแบบ ในขณะที่เด็กอีกคนที่เติบโตมาในบ้านที่ต้องแข่งขันสูง อาจเรียนรู้ว่า “ถ้าไม่เก่ง จะไม่มีใครรัก” เมื่อโตขึ้น เขาอาจกลายเป็นคนที่กดดันตัวเองตลอดเวลา ทำงานหนักเกินไป และไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองดีพอ


Satir จึงมองมนุษย์แบบ “องค์รวม” ไม่ได้มองแค่ปัญหาปัจจุบัน แต่พยายามเข้าใจทั้ง

  • ประสบการณ์ในอดีต

  • รูปแบบครอบครัว

  • ความสัมพันธ์

  • ความรู้สึก

  • การรับรู้คุณค่าในตัวเอง (Self-worth)

  • รูปแบบการสื่อสารที่ติดตัวมา


เพราะ Satir เชื่อว่า เมื่อมนุษย์ “เข้าใจตัวเอง” มากขึ้น เขาจะเริ่มเปลี่ยนแปลงจากภายในได้อย่างแท้จริง


Iceberg Model: สิ่งที่เราเห็น อาจไม่ใช่ทั้งหมดของมนุษย์

หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่สุดของ Satir คือ Iceberg Model หรือ “ภูเขาน้ำแข็ง” Satir เปรียบมนุษย์เหมือนภูเขาน้ำแข็งที่ลอยอยู่ในทะเล สิ่งที่คนอื่นมองเห็นบนผิวน้ำ คือ

  • พฤติกรรม

  • คำพูด

  • สีหน้า

  • การแสดงออก

  • อารมณ์ที่แสดงออกมา


แต่ทั้งหมดนี้ เป็นเพียง “ยอดภูเขาน้ำแข็ง” เท่านั้น ลึกลงไปข้างใต้ ยังมีอีกหลายชั้นที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยมองเห็น เช่น

  1. Feelings (ความรู้สึก)

    เช่น เสียใจ กลัว โดดเดี่ยว ผิดหวัง หรือรู้สึกไม่ดีพอ


  2. Feelings about Feelings

    คือ “ความรู้สึกต่อความรู้สึกของตัวเอง” เช่น

    “ฉันไม่ควรอ่อนแอ”

    “ฉันไม่ควรร้องไห้”

    “ฉันผิดที่รู้สึกแบบนี้”


  3. Perceptions (การรับรู้)

    วิธีที่เราตีความโลกและตีความตัวเอง เช่น

    “ไม่มีใครรักฉันจริง”

    “ฉันต้องเก่ง ถึงจะมีคุณค่า”


  4. Expectations (ความคาดหวัง)

    ทั้งความคาดหวังต่อตัวเอง ต่อคนอื่น และต่อโลก


  5. Yearnings (ความต้องการลึก ๆ)

    เช่น ความต้องการได้รับความรัก การยอมรับ หรือการรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า


  6. Self (แก่นแท้ภายใน)

    ตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์


Satir เชื่อว่า ถ้ามนุษย์ไม่เคยได้สำรวจโลกภายในเหล่านี้ เขาจะใช้ชีวิตผ่าน “ปฏิกิริยาอัตโนมัติ” และรูปแบบการเอาตัวรอด โดยไม่รู้ตัว


หลายครั้งที่เราไม่ได้กำลัง “สื่อสาร” แต่กำลัง “เอาตัวรอด”

เมื่อมนุษย์รู้สึกไม่ปลอดภัยทางอารมณ์ เรามักใช้รูปแบบการเอาตัวรอด (Survival Stances)

  1. Placating (เอาใจ)

    ยอมทุกอย่าง ไม่กล้าปฏิเสธ กลัวคนไม่รัก คนกลุ่มนี้มักพยายามรักษาความสัมพันธ์ด้วยการ “ยอม” จนละเลยตัวเองภายนอกดูเป็นคนน่ารัก ใจดี เข้ากับคนง่าย แต่ข้างในกลับเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า เพราะไม่เคยได้เป็นตัวเองจริง ๆ


  2. Blaming (โทษ)

    ขึ้นเสียง วิจารณ์ หรือควบคุม ลึก ๆ แล้ว คนกลุ่มนี้มักกลัวการถูกปฏิเสธ และใช้ “อำนาจ” เพื่อปกป้องความเปราะบางภายใน หลายครั้งคนที่ดูแข็งกร้าวที่สุด อาจเป็นคนที่กำลังรู้สึกไม่มั่นคงที่สุดเช่นกัน


  3. Super Reasonable

    ใช้เหตุผลตลอดเวลา จนตัดขาดจากอารมณ์ตัวเอง ดูนิ่ง ดูเก่ง ดูควบคุมตัวเองได้ดี แต่จริง ๆ แล้ว อาจไม่เคยรู้เลยว่า ตัวเองกำลังรู้สึกอะไรอยู่ หลายคนในบทบาทหัวหน้า คนเก่ง หรือคนที่ต้องรับผิดชอบสูง มักติดอยู่ในรูปแบบนี้


  4. Irrelevant

    เปลี่ยนเรื่อง เล่นตลกหรือหลีกเลี่ยง เพราะไม่รู้จะรับมือกับความรู้สึกตรงหน้าอย่างไร คนกลุ่มนี้มักทำให้บรรยากาศดูเบา ดูสนุก แต่ลึก ๆ อาจกำลังรู้สึกโดดเดี่ยวมาก


Case Study 1: “ผู้หญิงที่ดูเข้มแข็งตลอดเวลา จนไม่มีใครรู้ว่าเธอเหนื่อย”

ฝน อายุ 34 ปี เป็นคนที่ใคร ๆ ก็บอกว่า “เก่ง” ที่ทำงานไว้ใจเธอ ครอบครัวพึ่งเธอ เพื่อนมาปรึกษาเธอเสมอ เธอแทบไม่เคยปฏิเสธใคร เวลามีปัญหา เธอจะพูดว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวจัดการเอง”


แต่สิ่งที่ไม่มีใครรู้คือ เธอเริ่มเหนื่อยกับการต้อง “เข้มแข็งตลอดเวลา” วันหนึ่งแฟนพูดกับเธอว่า “เธอไม่เคยเปิดใจเลย เราไม่รู้เลยว่าจริง ๆ เธอรู้สึกอะไร” ประโยคนั้นทำให้เธอเงียบไปนาน


เพราะเธอเพิ่งค้นพบว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เธอไม่เคยรู้เลยว่า ตัวเอง “มีสิทธิ์อ่อนแอได้” เธอเติบโตมาในบ้านที่ทำให้เชื่อว่า “ถ้าจะมีคุณค่า ต้องเข้มแข็ง” “ห้ามเป็นภาระคนอื่น” เธอจึงใช้ชีวิตด้วยการ “ดูแลทุกคน” แต่ไม่เคยดูแลหัวใจตัวเองเลย


Case Study 2: “ผู้ชายที่ใช้เหตุผลเก่งมาก แต่ความสัมพันธ์พังทุกครั้ง”

นัท อายุ 38 ปี เป็นผู้จัดการบริษัท เขาเป็นคนเก่ง วิเคราะห์ดี และแก้ปัญหาเก่งมาก เวลาคนรักเสียใจ เขามักตอบว่า

“อย่าคิดมาก”

“มันแก้ได้”

“ใช้เหตุผลหน่อย”


ในมุมของนัท เขาคิดว่าตัวเองกำลังช่วย แต่ในมุมของแฟน เธอกลับรู้สึกว่า “ไม่เคยถูกเข้าใจ” สุดท้ายความสัมพันธ์เริ่มห่างกันเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งในกระบวนการเรียนรู้ด้านจิตวิทยา นัทจึงเริ่มเข้าใจว่า ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาใช้ “เหตุผล” เพื่อปิดกั้นความรู้สึกตัวเองมาตลอด เพราะในบ้านที่เขาโตมา การแสดงความอ่อนแอ คือเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้น เขาจึงไม่เคยเรียนรู้การเชื่อมโยงกับอารมณ์ตัวเองเลย


Case Study 3: “คนที่ยิ้มเก่งที่สุด อาจเป็นคนที่เหงาที่สุด”

พลอย อายุ 29 ปี เป็นคนอารมณ์ดี ชอบสร้างเสียงหัวเราะในกลุ่มเพื่อน เธอมักเป็นคนทำให้บรรยากาศสนุกเสมอ แต่หลังกลับถึงบ้าน เธอมักรู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่ชอบอยู่เงียบ ๆ คนเดียว เพราะทันทีที่เงียบ ความรู้สึกบางอย่างจะเริ่มชัดขึ้น ความเหงา ความโดดเดี่ยวและความรู้สึกว่า “ไม่มีใครเข้าใจตัวจริงของเธอเลย”


เธอจึงใช้ “ความสนุก” เป็นวิธีหลีกหนีความรู้สึกเหล่านั้นมาตลอด จนวันหนึ่งเธอเริ่มเข้าใจว่า ที่ผ่านมา เธอไม่ได้กำลัง “มีความสุขตลอดเวลา” แต่กำลังพยายาม “ไม่รู้สึกเจ็บ” ต่างหาก


ความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ได้เริ่มจากการพูดเก่ง แต่เริ่มจากการที่มนุษย์รู้สึกว่า “ฉันสามารถเป็นตัวเองได้ โดยไม่ถูกตัดสิน” Satir เชื่อว่า เมื่อมนุษย์

  • เข้าใจตัวเองมากขึ้น

  • เชื่อมโยงกับความรู้สึกตัวเองได้

  • และเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น


เขาจะเริ่มสื่อสารได้ “จริงใจ” มากขึ้นโดยธรรมชาติ ไม่ใช่พูดเก่งขึ้น แต่ “ปลอมตัวน้อยลง” และนั่นคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ลึกขึ้น ทั้งกับ

  • คนรัก

  • ครอบครัว

  • เพื่อน

  • ลูก

  • และแม้แต่ตัวเอง


 ในหลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษระดับ Advanced : Satir ของ iSTRONG จึงถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้เรียน

  • เข้าใจตัวเองลึกขึ้น

  • เข้าใจรูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเอง

  • เข้าใจมนุษย์มากขึ้น

  • และเรียนรู้การสื่อสารที่เชื่อมโยง “หัวใจ” มากกว่าการเอาชนะกัน


หลายคนที่เรียน Satir ไม่ได้เปลี่ยนแค่ “วิธีพูด” แต่เปลี่ยน

  • วิธีมองตัวเอง

  • วิธีรับมือกับอารมณ์

  • วิธีฟังคน

  • และวิธีสร้างความสัมพันธ์


เพราะเมื่อมนุษย์เริ่ม “เข้าใจตัวเอง” อย่างแท้จริง เขามักจะอ่อนโยนขึ้น ทั้งกับตัวเองคนรอบข้างและโลกใบนี้ 💜


ในวันนี้หลายองค์กร เริ่มให้ความสำคัญกับ “การสื่อสารทางอารมณ์” มากขึ้น

เพราะองค์กรที่คน

  • ไม่กล้าพูดความรู้สึก

  • ต้องเก็บอารมณ์ไว้ตลอด

  • หรือสื่อสารกันผ่านการป้องกันตัวเอง


มักเต็มไปด้วย

  • ความเครียดสะสม

  • Burnout

  • ความไม่เข้าใจกัน

  • และความสัมพันธ์ในการทำงานที่เปราะบาง


iSTRONG จึงมีทั้ง คอร์สด้านจิตวิทยาสำหรับบุคคลทั่วไป และ  In-house Training เพื่อพัฒนาทักษะด้านจิตวิทยาในองค์กร

เพื่อช่วยพัฒนาทักษะ:

  • การสื่อสารอย่างเข้าอกเข้าใจ

  • Psychological Safety

  • การฟังเชิงลึก

  • ความเข้าใจมนุษย์ในที่ทำงาน


เพราะคุณภาพขององค์กร มักเริ่มต้นจาก “คุณภาพของการสื่อสาร” 💜

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong



iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2026 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page