ทำไมคนที่ชอบให้คำแนะนำคนอื่น ถึงมักเป็นคนที่เหนื่อยที่สุด
- iStrong Mental Health
- 5 hours ago
- 1 min read

การเป็นคนที่ใคร ๆ ก็มาขอคำปรึกษา ไม่ได้แปลว่าคุณต้องรับผิดชอบชีวิตของทุกคน หลายคนหมดพลังไม่ใช่เพราะช่วยคนมากเกินไป แต่เพราะกำลังแบกปัญหาของคนอื่นโดยไม่รู้ตัว ในทางจิตวิทยาการช่วยเหลือที่ดี ไม่ใช่การแก้ปัญหาแทน แต่คือการช่วยให้อีกฝ่ายค้นพบคำตอบของตัวเอง
คุณเคยเป็นคนแบบนี้ไหม
เวลาเพื่อนมีปัญหาทุกคนโทรหาคุณ เวลาในทีมมีความขัดแย้งหัวหน้าก็ให้คุณช่วยคุย เวลาที่บ้านมีเรื่องทุกคนก็หวังให้คุณเป็นคนกลาง แรก ๆ คุณรู้สึกภูมิใจ แต่หลัง ๆ เริ่มรู้สึกว่าทำไมเราต้องรับทุกเรื่อง ทำไมช่วยทุกคนแล้วตัวเองกลับเหนื่อย ทำไมสุดท้ายเรากลายเป็นคนที่ไม่มีใครถามเลยว่าเราโอเคไหม ถ้าคุณเคยรู้สึกแบบนี้คุณไม่ได้อ่อนแอ แต่กำลังเจอกับสิ่งที่นักจิตวิทยาเรียกว่า Compassion Fatigue หรือความเหนื่อยล้าจากการดูแลผู้อื่น
การช่วยคนกับการแบกคน เป็นคนละเรื่องกัน
หลายคนเข้าใจผิดว่าถ้าจะเป็นคนที่รับฟังคนอื่นได้ดีเราต้องช่วยเขาให้ได้ทุกเรื่อง แต่ในศาสตร์การให้คำปรึกษากลับมองตรงกันข้าม นักให้คำปรึกษาที่ดีไม่ได้วัดจากการให้คำตอบเก่งที่สุด แต่วัดจากการทำให้อีกฝ่าย "เติบโตได้ด้วยตัวเอง" เพราะเมื่อไรก็ตามที่เรารับหน้าที่คิดแทนตัดสินใจแทนหรือรับผิดชอบความสุขของอีกฝ่าย เราจะเริ่มแบกชีวิตของเขาไว้โดยไม่รู้ตัว
ทำไมเราถึงชอบรีบแก้ปัญหาให้คนอื่น
หลายครั้งการรีบช่วย ไม่ได้เกิดจากความเข้าใจ แต่อาจเกิดจาก "ความไม่สบายใจ" ของตัวเราเอง เมื่อเห็นคนตรงหน้าทุกข์ เราจึงรีบเสนอทางออกรีบปลอบรีบหาคำตอบ เพื่อให้บทสนทนาจบเร็วที่สุด แนวคิดใน CBT (Cognitive Behavioral Therapy) อธิบายว่า มนุษย์มักตอบสนองต่อสถานการณ์จาก "ความคิดอัตโนมัติ" (Automatic Thoughts)
เช่น
ถ้าเขาเสียใจ เราต้องช่วยทันที
ถ้าเขายังทุกข์ แปลว่าเราช่วยไม่เก่ง
ถ้าเขาแก้ปัญหาไม่ได้ เป็นความผิดของเรา
เมื่อไม่ได้ทบทวนความคิดเหล่านี้เราจึงเผลอรับภาระที่ไม่ใช่ของตัวเอง
คนที่ช่วยคนเก่งไม่ได้พูดเยอะกว่า แต่ฟังลึกกว่า
นักให้คำปรึกษาจะฝึกสิ่งหนึ่งที่ต่างจากคนทั่วไป คือ ไม่รีบเอาตัวเองเข้าไปเป็นพระเอกของบทสนทนาแทนที่จะถามว่าเดี๋ยวเราช่วยเอง เขาอาจถามว่า
ตอนนี้อะไรหนักที่สุดสำหรับคุณ
คุณคิดว่าตัวเองต้องการอะไร
ถ้าปัญหานี้ดีขึ้น คุณอยากให้มันเป็นแบบไหน
คำถามเหล่านี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อหาคำตอบเร็วที่สุด แต่ช่วยให้อีกฝ่ายกลับมาเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการให้คำปรึกษา
Case Study : ตัวอย่างสถานการณ์
หัวหน้าทีมฝ่ายขายคนหนึ่ง มักถูกลูกทีมมาขอคำปรึกษาทุกเรื่อง ตั้งแต่ปัญหางานไปจนถึงปัญหาชีวิตส่วนตัวเขาพยายามให้คำตอบทุกครั้งจนสุดท้ายรู้สึกหมดแรงและไม่มีเวลาทำงานของตัวเอง หลังจากเรียนรู้ทักษะ Counseling Skills เขาเปลี่ยนจากการ "แก้ปัญหา" มาเป็นการ "ตั้งคำถาม" ผ่านไปเพียงไม่กี่เดือน ลูกทีมเริ่มตัดสินใจเองได้มากขึ้น กลับมาปรึกษาเฉพาะเรื่องที่จำเป็น ส่วนตัวหัวหน้าก็รู้สึกเหนื่อยน้อยลงและมีความสัมพันธ์กับทีมที่ดีขึ้นกว่าเดิม
Case Study : ตัวอย่างสถานการณ์
การรับฟัง เป็นคุณสมบัติที่มีคุณค่ามาก แต่ถ้าไม่มีทักษะ ความตั้งใจดี อาจค่อย ๆ กลายเป็นภาระ คนที่ช่วยคนเก่งจริงไม่ใช่คนที่เสียสละตัวเองมากที่สุด แต่คือคนที่รู้ว่า เมื่อไรควรฟัง เมื่อไรควรถามและเมื่อไรควรปล่อยให้อีกฝ่ายเติบโตด้วยตัวเอง
หากคุณอยากพัฒนาทักษะการเข้าใจผู้คนอย่างเป็นระบบ
หลายคนเริ่มต้นจากการเป็น "คนที่ใคร ๆ ก็มาปรึกษา" แต่เมื่อได้เรียนรู้หลักจิตวิทยาและทักษะการให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ จะค้นพบว่าการช่วยคนไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการให้คำตอบเสมอไป หลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษระดับ Fundamental ของ iSTRONG ออกแบบมาเพื่อช่วยให้คุณพัฒนาทักษะการฟัง การตั้งคำถาม และการสื่อสารเชิงจิตวิทยา ที่สามารถนำไปใช้ได้จริงทั้งในการทำงาน ครอบครัว และชีวิตประจำวัน ในคลาสเน้นการฝึกปฎิบัติและสอนโดยจิตแพทย์โดยตรง
ในมิติขององค์กร หากองค์กรต้องการสร้างวัฒนธรรมการดูแลผู้คนอย่างยั่งยืน
เมื่อคนในองค์กรรับฟังกันเป็น เข้าใจอารมณ์กันมากขึ้น และสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ ปัญหาความขัดแย้ง ความเครียด และการหมดไฟก็มีโอกาสลดลง ซึ่งทาง iSTRONG เรามี บริการ Mental Well-being for Organization ที่จะช่วยทั้งเรื่องการพัฒนาทักษะ โดยมีทั้ง Workshop Training, Mental Health Programs, EAP ที่สามารถออกแบบให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร เพื่อสร้างระบบการดูแลสุขภาพใจที่ยั่งยืนในองค์กร
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
