ทำไมคำพูดเดียวกัน บางคนรับได้ แต่บางคนกลับเจ็บไปทั้งชีวิต
- iStrong Mental Health
- Jul 1
- 1 min read

"งานชิ้นนี้ยังไม่ค่อยดีนะ ลองปรับอีกนิด" เป็นเพียงประโยคสั้น ๆ ที่หัวหน้าพูดกับลูกน้อง แต่ผลลัพธ์กลับแตกต่างกันอย่างน่าสนใจ บางคนตอบกลับว่า "ได้ครับ เดี๋ยวผมลองแก้ดู" ในขณะที่บางคนกลับรู้สึกว่า "ฉันไม่เก่งพอ" "หัวหน้าคงผิดหวังในตัวฉัน" "หรือเขากำลังจะไม่ไว้ใจเราแล้ว" ทั้งที่ได้รับ Feedback ประโยคเดียวกัน หลายครั้งในชีวิต เราอาจเคยสงสัยว่า
ทำไมคำพูดเดียวกัน บางคนรับได้อย่างสบายใจ แต่บางคนกลับจำมันไปอีกหลายปี
หรือทำไมเพียงคำวิจารณ์สั้น ๆ จากคนคนหนึ่ง ถึงทำให้เราสูญเสียความมั่นใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ หลายคนอาจคิดว่า เป็นเพราะอีกฝ่าย "อ่อนไหว" แต่ในมุมมองของ Virginia Satir นักจิตบำบัดครอบครัวผู้ทรงอิทธิพลระดับโลก ปรากฏการณ์นี้ลึกกว่านั้นมาก เพราะมนุษย์ไม่ได้ตอบสนองต่อคำพูดโดยตรง แต่ตอบสนองต่อ "ความหมาย" ที่ตนเองตีความจากคำพูดเหล่านั้น
คำพูดเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่โลกภายในต่างหากที่เป็นตัวกำหนดความรู้สึก
Satir เปรียบมนุษย์เหมือน "ภูเขาน้ำแข็ง" สิ่งที่คนอื่นมองเห็น คือ สีหน้า น้ำเสียง คำพูด หรือพฤติกรรม แต่สิ่งที่อยู่ใต้น้ำต่างหาก ที่กำลังขับเคลื่อนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น
ความเชื่อที่มีต่อตัวเอง
ประสบการณ์ในอดีต
ความคาดหวัง
ความกลัว
คุณค่าในตัวเอง (Self-worth)
เมื่อมีคำพูดบางประโยคเข้ามา คนสองคนจึงอาจไม่ได้ "ได้ยิน" สิ่งเดียวกัน คนหนึ่งได้ยินว่า "งานนี้ยังพัฒนาได้อีก" แต่อีกคนอาจได้ยินว่า "ฉันไม่ดีพอ" ทั้งที่ไม่มีใครพูดประโยคหลังออกมาเลย
เราไม่ได้ตอบสนองต่อความจริง แต่ตอบสนองต่อการตีความของตัวเอง
Satir เชื่อว่า "Perception" หรือการรับรู้ของมนุษย์ ถูกหล่อหลอมจากประสบการณ์ชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก เด็กที่เติบโตมาในบ้านที่ได้รับการยอมรับแม้ทำผิดพลาด อาจมอง Feedback ว่าเป็นโอกาสในการเรียนรู้ แต่เด็กที่เติบโตมากับการถูกเปรียบเทียบ ถูกตำหนิ
หรือได้รับความรักเมื่อทำได้ดีเท่านั้น อาจค่อย ๆ สร้างความเชื่อขึ้นมาว่า "ถ้าฉันผิดพลาด แปลว่าฉันไม่มีคุณค่า" เมื่อโตขึ้น ความเชื่อนี้ยังคงทำงานอยู่ แม้เจ้าตัวจะไม่รู้ตัวก็ตาม จึงไม่น่าแปลกใจที่คำวิจารณ์เพียงประโยคเดียว จะกระทบหัวใจมากกว่าที่ควร
Case Study : หัวหน้าที่คิดว่ากำลังให้คำแนะนำ
คุณบี เป็นหัวหน้าทีมการตลาด วันหนึ่งเขาเดินไปบอกลูกน้องว่า "Presentation รอบนี้ดีขึ้นมากนะ แต่ถ้าปรับ Flow อีกนิด น่าจะสมบูรณ์เลย" เขาคิดว่าตัวเองกำลังให้ Feedback อย่างสร้างสรรค์ แต่หลังจากวันนั้น ลูกน้องกลับเงียบลง ไม่ค่อยเสนอความคิดเห็น หลีกเลี่ยงการ Present งาน และเริ่มส่งงานช้ากว่าเดิม
เมื่อมีโอกาสพูดคุยกันอย่างจริงจัง ลูกน้องจึงเล่าว่า "หนูรู้สึกว่าหนูทำอะไรก็ไม่ดีพอ" เมื่อสำรวจลึกลงไป เขาพบว่าตลอดวัยเด็ก ทุกครั้งที่ทำอะไรผิด มักถูกตำหนิว่า "แค่นี้ยังทำไม่ได้" "ทำไมคนอื่นทำได้" แม้เวลาจะผ่านมาหลายสิบปี แต่ทุกครั้งที่มีคน Feedback สมองของเขายังคงเชื่อมโยงกลับไปยังประสบการณ์เดิม สิ่งที่เจ็บจึงไม่ใช่คำพูดของหัวหน้า แต่คือ "ความทรงจำ" ที่ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อเข้าใจมนุษย์ เราจะเริ่มฟังและพูดต่างออกไป
หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Satir คือ การมองให้ลึกกว่าพฤติกรรม แทนที่จะรีบตัดสินว่า "เขาอ่อนไหว" "เขาคิดมาก" "เขารับ Feedback ไม่ได้" Satir ชวนให้เราลองตั้งคำถามใหม่ว่า "โลกภายในของเขากำลังตีความเหตุการณ์นี้อย่างไร" เพราะเมื่อเราเข้าใจว่า พฤติกรรมเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เราจะเริ่มสื่อสารด้วยความเข้าใจมากกว่าการตัดสิน
และในขณะเดียวกัน เราเองก็จะเริ่มกลับมาสังเกตโลกภายในของตัวเองมากขึ้นว่า ทุกครั้งที่เราเจ็บ เราเจ็บจากคำพูดจริง ๆ หรือกำลังเจ็บจากความเชื่อบางอย่างที่มีต่อตัวเอง
ลองถามตัวเองดูว่า
มีคำพูดประโยคไหนที่คุณจำได้มาจนถึงทุกวันนี้
เพราะคำพูดนั้นรุนแรงจริง ๆ หรือเพราะมันไปแตะบางอย่างที่อยู่ในใจคุณ
ถ้าวันนี้คุณมองตัวเองด้วยสายตาที่อ่อนโยนขึ้น คุณจะยังตีความคำพูดนั้นเหมือนเดิมหรือไม่
บางครั้งสิ่งที่เราต้องเยียวยา อาจไม่ใช่คำพูดของคนอื่น แต่คือความหมายที่เราสร้างขึ้นกับตัวเองมาตลอด
หลายคนเริ่มต้นเรียน Satir เพราะอยากพัฒนาทักษะการให้คำปรึกษา การโค้ช หรือการทำงานกับผู้คน แต่เมื่อได้เรียนจริง หลายคนกลับค้นพบว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงมากที่สุด ไม่ใช่เทคนิคการตั้งคำถาม หากแต่เป็น "วิธีมองมนุษย์" เพราะเมื่อเข้าใจว่า พฤติกรรมเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เราจะเริ่มมองเห็นความรู้สึก ความเชื่อ และคุณค่าในตัวเองที่ซ่อนอยู่ภายใน จนนำไปสู่การสื่อสารและการสร้างความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
แนวคิดของ Satir ช่วยให้เราเข้าใจว่า เบื้องหลังพฤติกรรม ความเครียด ความกดดัน และความไม่มั่นใจ มักมีเรื่องราวภายในที่ลึกกว่าสิ่งที่มองเห็นเสมอ หากคุณผู้นำ หัวหน้า พนักงาน โค้ช HR หรืออาชีพที่ทำงานกับผู้คน และต้องการพัฒนาทักษะการเข้าใจมนุษย์ในระดับที่ลึกกว่าเดิม ในหลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษระดับ Advanced : Satir ของ iSTRONG จะช่วยให้คุณมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งของผู้คนได้อย่างเป็นระบบ
และในโลกการทำงาน ความขัดแย้งจำนวนมากไม่ได้เกิดจาก "การสื่อสารที่ไม่ดี" เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่แต่ละคนตีความสถานการณ์ผ่านประสบการณ์และความเชื่อที่แตกต่างกัน เมื่อหัวหน้าเข้าใจสิ่งนี้ การให้ Feedback จะเปลี่ยนไป การบริหารทีมจะเปลี่ยนไป และวัฒนธรรมการทำงานก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนตามไปด้วย
ด้วยเหตุนี้ iSTRONG จึงนำแนวคิดจาก Satir มาประยุกต์ใช้ในการออกแบบหลักสูตร In-house Training เพื่อพัฒนาทักษะด้านจิตวิทยาในองค์กร เพื่อช่วยพัฒนา Leader, HR และทีมงาน ให้เข้าใจมนุษย์ลึกกว่าพฤติกรรม สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้าง Psychological Safety ภายในองค์กรได้อย่างยั่งยืน
เพราะเมื่อคนในองค์กรสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ดีในการทำงานก็จะเกิดขึ้นอย่างยั่งยืนตามมา 💜
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
