5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเผชิญกับความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว

Passive Death Wish หรือ “ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ” ในทางจิตวิทยา หมายถึง ความรู้สึกหรือความคิดที่ต้องการให้ชีวิตสิ้นสุดลงโดยไม่คิดจะลงมือฆ่าตัวตายอย่างจริงจัง เช่น การหวังว่าจะตายโดยอุบัติเหตุ หรือไม่อยากตื่นขึ้นมาในตอนเช้า แต่ไม่มีแผนการหรือพฤติกรรมที่มุ่งไปสู่การจบชีวิตตนเองโดยตรง
ซึ่งแตกต่างจากความคิดฆ่าตัวตาย (active suicidal ideation) ที่มีการวางแผนหรือตั้งใจทำร้ายตัวเองอย่างชัดเจน Passive Death Wish หรือ ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ เป็นการมองเรื่องการตายหรือการทำร้ายตนเองในแง่ดี โดยมองว่าตนเองนั้นไม่มีคุณค่ามากพอที่จะมีชีวิตอยู่ รวมถึงมองว่าคนในครอบครัวจะมีชีวิตที่ดีกว่าหากตนเองตายไป
เมื่อพิจารณาข้อมูลทางจิตวิทยาเกี่ยวกับภาวะ Passive Death Wish หรือ ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ในประเทศไทย พบว่า ในช่วงปี พ.ศ. 2560 - 2564 พบว่า ผู้ที่อยู่ในช่วงวัยเรียนและวัยทำงานตอนต้น (อายุ 15 - 34 ปี) มีความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ เพิ่มขึ้นทุกปี และถึงแม้ว่าภาวะ Passive Death Wish จะไม่แสดงออกเป็นการกระทำที่ชัดเจน แต่ความคิดเหล่านี้สามารถพัฒนาไปสู่การกระทำที่รุนแรงขึ้นได้
ดังนั้น การเฝ้าระวังและให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของตนเองและคนรอบข้างจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา ได้แนะนำ 5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเผชิญกับความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ โดยไม่รู้ตัว เอาไว้ดังนี้ค่ะ
มีความคิดหรือคำพูดที่แฝงความปรารถนาให้ชีวิตจบลง
ผู้ที่มีภาวะ Passive Death Wish มักจะพูดลอย ๆ บ่น หรือเปรยแบบไม่จริงจังแต่บ่อยครั้งว่า “หวังว่าพรุ่งนี้จะไม่ต้องตื่นขึ้นมาอีก” หรือ “ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว” หรือ “เมื่อไรชีวิตจะจบลงเสียที” เป็นต้น โดยคำพูดเหล่านี้มีลักษณะเฉพาะที่สำคัญ คือ ไม่มีแผนลงมือทำร้ายตัวเองอย่างชัดเจน
มักจะเป้นคำพูดที่แฝงอยู่ในบทสนทนาแบบธรรมดา หรือพูดแบบติดตลก บางครั้งผู้พูดอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความคิดแบบนี้เป็นสัญญาณของปัญหาทางสุขภาพจิต และมักมาพร้อมกับอารมณ์ซึมเศร้า เหนื่อยหน่าย ท้อแท้ หรือหมดแรงจูงใจ
เกิดความรู้สึกสิ้นหวังและมีชีวิตที่ไร้ความหมาย
ผู้ที่มีความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ มักเกิดความรู้สึกว่าตนไม่มีคุณค่า ไม่มีจุดหมายในชีวิต มองว่าอนาคตไม่มีอะไรดีขึ้น ซึ่งความรู้สึกสิ้นหวังนี่เองที่เป็นสัญญาณบ่งชี้สำคัญของภาวะ Passive Death Wish โดยบุคคลที่เผชิญภาวะนี้มักจะไม่รู้สึกถึง “คุณค่า” หรือ “จุดหมาย” ของชีวิตอีกต่อไป และถึงแม้จะไม่ได้อยากฆ่าตัวตายอย่างจริงจัง แต่ก็ไม่เห็นเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเช่นกัน โดยลักษณะของความรู้สึกสิ้นหวังและไร้ความหมายในผู้ที่มี Passive Death Wish ได้แก่ ความหมดศรัทธาในอนาคต เพราะไม่เชื่อว่าชีวิตจะดีขึ้น รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่า คิดว่าตัวเองไม่มีความสำคัญต่อใคร ไม่มีเป้าหมายในการใช้ชีวิต ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่ออะไร เกิดความรู้สึกว่างเปล่าในจิตใจ ไม่รู้สึกดีใจ เสียใจ หรือตื่นเต้นกับสิ่งใดเลย ทั้งนี้ หากความรู้สึกข้างต้นไม่ได้รับการเยียวยา อาจนำไปสู่ active suicidal ideation หรือพฤติกรรมทำร้ายตนเองได้ในอนาคต
แยกตัวจากสังคมหรือคนใกล้ชิด
อีกหนึ่งสัญญาณของภาวะ Passive Death Wish คือ การแยกตัวออกจากสังคม เช่น เก็บตัวอยู่คนเดียว ไม่อยากพูดคุย ไม่อยากพบใคร ไม่ทำกิจกรรมที่เคยชอบ ซึ่งมักเกิดจากความรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง หรือคิดว่าตนเอง “ไม่มีค่า” จึงเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น และจมอยู่กับความรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างเงียบ ๆ โดยมีลักษณะเด่น คือ หลีกเลี่ยงการพบปะหรือพูดคุยกับผู้อื่น หยุดทำกิจกรรมที่เคยสนุกหรือมีความหมาย ใช้เวลาอยู่คนเดียวมากขึ้นผิดปกติ และเกิดความรู้สึกว่าไม่มีใครเข้าใจ หรือไม่มีใครต้องการ โดยพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความไม่ชอบเข้าสังคม แต่เกิดจากความรู้สึกภายในที่หมดหวัง ไร้คุณค่า และ อยากหลีกหนีจากโลกที่เจ็บปวด ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
มีพฤติกรรมเสี่ยงโดยไม่สนใจชีวิตตนเอง
ผู้ที่มีความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ มักจะมีพฤติกรรมใส่ใจต่อความปลอดภัยของตนเองน้อย เพราะเขามีความเชื่อว่าชีวิตของตนไร้ค่า จบสิ้นได้เสียก็ดี ด้วยเหตุนี้เขาจึงมีพฤติกรรมท้าตายโดยไม่ตั้งใจ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีเจตนา “ฆ่าตัวตายโดยตรง” แต่พฤติกรรมเหล่านี้สะท้อนถึงความรู้สึกว่า “ชีวิตจะเป็นยังไงก็ช่าง” หรือ “ตายไปก็คงไม่เป็นไร” โดยลักษณะของพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ที่มีภาวะ Passive Death Wish คือ ขับรถเร็ว ประมาท หรือไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ไม่สนใจความปลอดภัยบนท้องถนน มีแนวโน้มขับรถโดยไม่ระวัง ทั้งรู้ว่ามีความเสี่ยงต่อชีวิต มีการใช้สารเสพติดหรือแอลกอฮอล์มากผิดปกติ เพื่อหลีกหนีความเจ็บปวดหรือความรู้สึกว่างเปล่า ไม่ดูแลสุขภาพหรือความปลอดภัยพื้นฐานของตัวเอง เช่น ไม่กินข้าว ไม่นอน ไม่อาบน้ำ ปล่อยให้ร่างกายทรุดโทรม เป็นต้น มักจะเข้าไปในสถานการณ์อันตรายโดยไม่ระวัง เช่น เดินลำพังในที่เปลี่ยว เข้าร่วมกิจกรรมเสี่ยงโดยไม่มีการป้องกัน และมักจะไม่ป้องกันตัวจากภัยร้าย แม้จะรู้ว่าอันตราย
มีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรม
อารมณ์ซึมเศร้า หงุดหงิดง่าย พฤติกรรมร้องไห้บ่อย เงียบผิดปกติ หรือพูดจาดูหมดแรงใจ ต่างก็เป็นสัญญาณของความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ โดยการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรมของผู้ที่มีภาวะ Passive Death Wish มักเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอาจไม่ได้ชัดเจนในช่วงแรก แต่หากสังเกตดี ๆ จะพบความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ ผิดปกติจากตัวตนเดิม ของเขา ทั้งในแง่ของอารมณ์ พฤติกรรม และทัศนคติที่มีต่อชีวิต โดยลักษณะของการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และพฤติกรรมเด่น ได้แก่ อารมณ์เศร้า หดหู่ หรือเฉยชา ไม่มีความสุขในสิ่งที่เคยชอบ ขาดแรงจูงใจในการใช้ชีวิต ไม่สนใจงาน การเรียน หรือครอบครัว ไม่มีความกระตือรือร้น ไม่อยากทำอะไรเลย มีการนอนหลับและรับประทานอาหารเปลี่ยนไป เช่น นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป กินน้อยลง หรือกินจุกจิกเกินเหตุ น้ำหนักลดหรือเพิ่มอย่างรวดเร็ว เป็นต้น และมีการแสดงพฤติกรรมที่สื่อถึงการหมดหวัง เช่น พูดถึงความตายบ่อย ๆ แม้ไม่ตั้งใจฆ่าตัวตาย ถึงแม้ว่าพฤติกรรมเหล่านี้จะไม่ได้หมายถึงความตั้งใจฆ่าตัวตายทันที แต่ก็เป็นสัญญาณสำคัญว่า บุคคลนั้นต้องการความเข้าใจ ความใส่ใจ และความช่วยเหลือทางจิตใจ ก่อนที่ภาวะจะลุกลามไปสู่จุดวิกฤตในอนาคต
แม้ 5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเผชิญกับความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ เหล่านี้จะไม่หมายถึงการฆ่าตัวตายโดยตรง แต่ก็เป็น “สัญญาณเตือน” ที่สำคัญว่าบุคคลนั้นอาจต้องการความช่วยเหลือทางสุขภาพจิตอย่างจริงจัง ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ อาจไม่ใช่ความต้องการจบชีวิตโดยตรง แต่เป็นสัญญาณว่าหัวใจกำลังแบกรับความเจ็บปวด ความสิ้นหวัง หรือความเหนื่อยล้าเอาไว้มากเกินไป หากคุณหรือคนใกล้ชิดเริ่มมีความคิดหรือความรู้สึกในลักษณะนี้ อย่าปล่อยให้ต้องรับมือเพียงลำพัง การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เนิ่น ๆ สามารถช่วยประเมินสาเหตุ เยียวยาความทุกข์ทางใจ และป้องกันไม่ให้อาการรุนแรงขึ้นได้
ที่ iSTRONG มี บริการปรึกษาสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์และนักจิตวิทยา สำหรับผู้ที่กำลังเผชิญความเครียด ภาวะซึมเศร้าความวิตกกังวล หรือความคิดด้านลบที่รบกวนการใช้ชีวิต เพื่อให้คุณได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมในพื้นที่ที่ปลอดภัย เพราะการขอความช่วยเหลือ คือการเริ่มต้นดูแลหัวใจของตัวเอง ไม่ใช่ความอ่อนแอ
iSTRONG Mental Health
ผู้ดูแลสุขภาพใจให้กับบุคคล ครอบครัว และองค์กร
บริการของเรา
สำหรับบุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : http://bit.ly/3lmThUa
คอร์สฝึกอบรมทักษะด้านจิตวิทยา : http://bit.ly/3RQfQwS
สำหรับองค์กร
EAP โปรแกรมสำหรับองค์กร : http://bit.ly/3RLI8Z8
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความแนะนำ
อ้างอิง
1Bangkokbiznews. (2022, October 6).
“Passive Death Wish” อันตรายไม่แพ้ “ซึมเศร้า” เช็ก 4 วิธีระวังใจไม่ให้ตกอยู่ในภาวะนี้.
Bangkokbiznews.
May, C. N., Overholser, J. C., Ridley, J., & Raymond, D. (2015).
Passive suicidal ideation: A clinically relevant risk factor for suicide in treatment-seeking veterans.
Illness, Crisis & Loss, 23(3), 261-277.
O’Connor, R. C., & Nock, M. K. (2014).
The psychology of suicidal behaviour.
The Lancet Psychiatry, 1(1), 73–85.
Thancharoenpanich, S., & Ongphiphadhanakul, B. (2020).
Predictors of Passive and Active Suicidal Ideation and Suicide Attempt among Older Adults: A Cross-Sectional Study.
Neuropsychiatric Disease and Treatment, 16, 997–1003.
กรวยทอง, ป., พงศ์บริพัตร, ณ., สกลกิจรุ่งโรจน์, ส., พุ่มจันทร์, พ., ถนอมวงษ์, เ., & บุญทิพย์, ม. (2023).
อยู่ก็ได้ตายก็ดี: ความคิดอยากตายโดยไม่มีแผนชัดเจน.
วารสารจิตวิทยาคลินิกไทย, 54(3), 65–80.
ประวัติผู้เขียน
จันทมา ช่างสลัก บัณฑิตจิตวิทยาคลินิกจากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตจาก NIDA ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูก 1 ผู้เป็นทาสแมว ที่มุ่งมั่นจะพัฒนาการเขียนบทความจิตวิทยาให้โดนใจผู้อ่าน และสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกบนโลกใบนี้
