บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ
Please reload

original_1164948181 copy.jpg

พฤติกรรมมาสาย หายบ่อย อาจบอกว่าคุณกำลังเป็น Burnout Syndrome

 

“หากไม่ได้ทำงานที่รัก ก็ขอให้รักงานที่ทำ” ประโยคนี้ สำหรับคนที่เกิดภาวะ Burnout Syndrome คงคิดว่ามันไม่ง่ายเลย แน่นอนค่ะว่าใคร ๆ ก็มีความใฝ่ฝันอยากทำงานที่ชอบ อยากทำงานที่รัก แต่มีกี่คนกันที่ไปถึงฝัน เลยทำให้คนส่วนใหญ่ต้องทนทำไปกับงานอะไรที่ดวงพามาให้ทำ และแน่นอนค่ะว่า เมื่อต้องทำอะไรที่ชอบบ้าง ไม่ชอบมาก ๆ บ้าง เป็นเวลานานก็จะเริ่มออกอาการ “มาสาย หายบ่อย ทำงานน้อย ๆ เล่นเน็ตหนัก ๆ” แล้วกว่าที่เราจะรู้ตัว เราก็กลายเป็น Toxic People ของเพื่อนที่ทำงานไปเสียแล้ว

 


บทความแนะนำ “5 วิธีเด็ดรับมือกับ Toxic People ในที่ทำงาน” 

 


ดังนั้น เพื่อไม่ให้ชีวิตของเราเดินไปถึงจุดนั้น เรามาลองอ่านข้อมูลทางจิตวิทยากันดีกว่านะคะ ว่าเจ้า
Burnout Syndrome มันคืออะไร? แล้วจะมีวิธีแก้ไขอย่างไรดี?

 


Burnout Syndrome มีชื่อเรียกในวงการจิตวิทยา ว่า “ภาวะหมดไฟในการทำงาน” ซึ่งภาวะนี้มีสาเหตุหลักมาจาก “การขาดแรงจูงใจในการทำงาน” ทำให้เราเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย เซ็ง ทำงานช้า อืดอาด ยิ่งเมื่อเจองานเร่ง จะเครียด รู้สึกอึดอัด กดดัน ปวดศีรษะ หายใจไม่ทั่วท้อง ซึ่งอาการเหล่านี้ก็ไปส่งผลให้ร่างกายเกิดความตึงเครียด เป็นต้นเหตุของของโรคมากมาย เช่น

Office Syndrome โรคไมเกรน โรคหัวใจ โรคกระเพาะอาหาร เป็นต้น
 

 

แล้วจะรู้ได้อย่างไรละว่าเรากำลังเป็น Burnout Syndrome อยู่หรือเปล่า?

คำตอบก็คือ แค่คุณผู้อ่านตื่นขึ้นมาแล้วไม่รู้สึกอยากไปทำงาน ก็เข้าข่าย Burnout Syndrome แล้วละค่ะ แต่ถ้าเอาตามหลักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาก็มีข้อเสนอแนะให้สังเกตอาการ 3 อาการ ดังนี้ค่ะ

 

 

 


1. Exhaustion คือ รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย วัน