ติดตามเราบน Facebook
  • Facebook Social Icon
บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ
original_1164948181 copy.jpg

5 เรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับผู้ป่วยจิตเวช ทำผิดแล้วไม่ถูกลงโทษจริงหรือ?

 

จากข่าวดังเรื่องลูกชายวัยรุ่นที่เป็นผู้ป่วยจิตเวชแล้วก่อเหตุสะเทือนขวัญกับแม่ของตัวเองเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทั้งจากเนื้อหาข่าว และหลาย ๆ ความคิดเห็นของชาวโซเชียลทำให้มานั่งคิดว่า...โอ้ ความเข้าใจผิดเรื่องโรคทางจิตเวชไปไกลจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็น “ซึมเศร้าทำร้ายคนอื่น” “คนที่ป่วยด้วยโรคทางจิตเวชทำอะไรก็ไม่ผิด” และอีกมากมาย ดังนั้น เพื่อมาไขข้อข้องใจกัน ผู้เขียนเลยนำสาระดี ๆ ทางจิตวิทยามาอธิบายความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผู้ป่วยจิตเวชใน 5 ข้อ ต่อไปนี้ค่ะ

 

 

 

 

1.ผู้ป่วยจิตเวชเป็นอันตราย ชอบทำร้ายคนอื่น

ถึงแม้ว่าเราจะได้ยินจากข่าวบ่อยครั้งว่าผู้ป่วยจิตเวชมักจะทำพฤติกรรมแปลก ๆ ที่ดูอันตราย เช่น ขับรถชนคนอื่นเพราะไม่สามารถคุมอารมณ์ได้ นำงูมีพิษมาปล่อยกลางถนน ถืออาวุธเข้าไปทำร้ายเด็กนักเรียนในโรงเรียน เป็นต้น แต่ในความเป็นจริงตามหลักจิตวิทยาแล้ว ผู้ป่วยจิตเวชที่มีแนวโน้มทำร้ายผู้อื่นมีอยู่ 2 โรค คือ โรคจิตเวชที่เป็นผลมาจากการใช้สารเสพติดจนทำให้ประสาทหลอน และโรคจิตเภท  แต่โรคอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า ไบโพลาร์ โรคสมองเสื่อม โรควิตกกังวล ฯลฯ ผู้ป่วยไม่มีแนวโน้มที่จะทำร้ายผู้อื่น เพราะมักจะหมกหมุ่นอยู่กับตัวเอง และแน่นอนว่ามีแนวโน้มที่จะทำร้ายตัวเองเสียมากกว่า เพราะฉะนั้นแล้ว อย่าได้เหมารวมผู้ที่ป่วยจิตเวชว่าเป็นอันตรายทุกคนเลยค่ะ ลำพังแค่เขามีอาการป่วยก็ทุกข์ใจมากแล้ว อย่ากีดกันเขาด้วยอคติอีกเลย  

 

 

2.เมื่อผู้ป่วยจิตเวชทำความผิด จะไม่ถูกลงโทษตามกฎหมาย

ในหัวข้อนี้ดูจะเป็นข้อที่เข้าใจผิดกันเยอะมาก จนทำให้หลายครั้งโรคทางจิตเวชถูกนำไปใช้เป็นข้ออ้างเพื่อให้พ้นผิด เช่น ขับรถชนรถคันอื่นเพราะเป็นโรคไบโพลาร์ ตอนนั้นควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ หรือทำลายทรัพย์สินคนอื่นแล้วบอกว่าเป็นโรคซึมเศร้า เป็นต้น เพราะเข้าใจว่าถ้าฉันเป็นโรคทางจิตเวช หรือเป็นโรคทางจิตเวชจริง ๆ แล้วจะไม่ถูกลงโทษตามกฎหมาย  แต่ในความจริงแล้ว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 65 กำหนดว่า ผู้ใดกระทำความผิดในขณะไม่สามารถรู้ผิดชอบหรือไม่สามารถบังคับตนเองได้ เพราะมีจิตบกพร่อง โรคจิต หรือจิตฟั่นเฟือน ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษสำหรับความผิดนั้น หมายความว่า  ถ้ามีสติรู้ตัว  ต่อให้เป็นผู้ป่วยจิตเวชหากกระทำความผิดก็โดนลงโทษตามกฏหมาย  เช่น ขับรถชนรถคันอื่น ต่อให้มีใบรับรองแพทย์ว่าเป็นโรคไบโพลาร์ แต่กล้องหน้ารถจับภาพได้ว่าขับรถตามแต่รถของคู่กรณีคันเดียวก่อนจะขับชน ก็แสดงให้เห็นค่ะว่ามี “เจตนา” ที่จะทำร้ายโดยเฉพาะเจาะจง  หรือทุบตู้ ATM จนพัง แล้วแพทย์ตรวจพบว่าเป็นโรคซึมเศร้าจริง แต่ภาพจากกล้องวงจรปิดกลับเห็นว่าระหว่างทางที่ผู้ป่วยผ่านนั้นก็มีตู้ ATM อีกหลายตู้ แต่ผู้ป่วยถืออาวุธมาทุบตู้ ATM ของธนาคารนี้โดยเฉพาะ แบบนี้ก็ต้องรับผิดเต็ม ๆ ค่ะ