top of page
GDN 980 x 120 psychiatrist.jpg

เพิ่มพลังใจในยุค COVID-19 ด้วยเทคนิคจิตวิทยา “คิดบวก”


ในนาทีนี้สถานการณ์ COVID-19 ในบ้านเรารุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ต้องบอกเลยว่าการคิดบวกและ “ความเข้มแข็งทางใจ” เป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ เพราะคนไทยทุกคนต่างก็ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 กันถ้วนหน้าไม่มากก็น้อย อย่างดิฉันเอง ในการระบาดรอบแรก สามีถูกให้ออกจากงาน แต่ด้วยความที่เคยมีประสบการณ์เช่นนี้มาก่อน ทำให้เรามีความเข้มแข็งทางใจ พอที่จะวางแผนชีวิตกันว่าจะทำอย่างไร และประคองตัวเองให้ผ่านตอนนั้นมาได้ มาถึงตอนนี้ที่ COVID-19 ระบาดครั้งใหญ่ คุณแม่ของดิฉันซึ่งเปิดร้านตัดเย็บเสื้อผ้าที่จังหวัดเชียงใหม่ก็ไม่มีลูกค้าเลย ดิฉันต้องช่วยเหลือด้านการเงิน และต้องขอบอกเลยค่ะว่า การระบาดรอบล่าสุด ท้าทายความเข้มแข็งทางใจของคนไทยทุกคนมาก ทั้งถูกปิดกิจการ ถูกให้ออกจากงาน เสี่ยงต่อการติด COVID-19 ติดมาก็ไม่มีที่รักษา วัคซีนไม่พอ เอาเป็นว่าในตอนนี้การพึ่งพาตนเอง และอยู่ให้รอดคือทางออกของพวกเราค่ะ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เราอยู่รอด ก็คือ “ความเข้มแข็งทางใจ” นั่นเอง ซึ่งในบทความจิตวิทยานี้ ดิฉันได้รวบรวมเทคนิคการเพิ่มความเข้มแข็งทางใจด้วยเทคนิค “คิดบวก” มาฝากกันค่ะ


1.เพิ่มความทนทานด้านอารมณ์ด้วยการ “คิดบวก”


ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาแนะนำว่า หากต้องการเพิ่มความเข้มแข็งทางใจ ต้องเริ่มด้วยการเพิ่มความทนทานด้านอารมณ์ คือ มีสติ รู้ทันอารมณ์ตัวเอง ไม่หัวร้อนง่าย หรือไม่สติแตกเมื่อเจอสถานการณ์ขับคัน ซึ่งทุกคนสามารถนำเทคนิค “คิดบวก” มาช่วยในการเพิ่มความทนทานด้านอารมณ์ได้ ดังนี้ค่ะ


[1] ใส่ใจคำพูดคนอื่นให้น้อยลง


ในโลกนี้ไม่มีใครไม่ถูกนินทา เพราะฉะนั้นหากมีคนพูดถึงเราในทางไม่ดี ก็ปล่อยมันไปตามสายลม คิดเสียว่า เรายังเป็นที่สนใจของคนอื่น เพราะจุดประสงค์หลักของการนินทา ก็คือ ความบันเทิงของคนพูด และผลกำไรก็คือ ความทุกข์ใจของคนฟัง เพราะฉะนั้นแล้ว เราก็ทำให้คนที่พูดถึงเราสมหวังครึ่งเดียว ก็คือ เอาแค่ความบันเทิงของพวกเขา แต่เราไม่ใส่ใจ เราจะสบายใจ และใช้ชีวิตของเราได้ตามปกติค่ะ


[2] คิดถึงอนาคต


หากคุณกำลังท้อใจกับสถานการณ์ที่เจอในปัจจุบัน ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาแนะนำว่า ให้คิดถึงอนาคตของเรา หรืออนาคตของลูกเรา เช่น ถ้าเราท้อใจ หมดกำลังใจ เพราะกิจการที่อุตส่าห์สร้างมากับมือต้องปิดตัวลง ขอให้คิดถึงภาพของร้านเราในอนาคตที่กลับมาเปิดได้ แล้วเราจะมีกำลังใจ กำลังความคิดที่จะวางแผนธุรกิจในอนาคต หาช่องทางสร้างรายได้อื่นเพื่อเก็บเงินสร้างธุรกิจขึ้นมาใหม่ เป็นต้น

[3] ดึงตัวเองให้อยู่กับปัจจุบัน


ในอีกทางหนึ่ง หากคุณกำลังกังวลกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การติดเชื้อ COVID-19 การตกงาน ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาก็ได้แนะนำว่า ขอให้ดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับสิ่งที่มี อยู่ในตำแหน่งที่ยืน และลองคิดว่าเราจะสามารถใช้ชีวิตกับสิ่งที่มี ที่เป็นอยู่ให้ปกติสุขที่สุดอย่างไรค่ะ เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น อดีตเรากลับไปแก้ไม่ได้ มีเพียงปัจจุบันที่เราสามารถควบคุมได้ค่ะ


[4] ไม่เอาความเจ็บปวดในอดีตมาสร้างแผลในปัจจุบัน


หรือหากคุณยังคงติดอยู่กับความคิดถึงชีวิตที่เคยสวยงามในวันวานที่ผ่านมาจนเป็นทุกข์ หรือนำชีวิตในช่วงที่สุขสบายมาเปรียบเทียบกับชีวิตในปัจจุบัน จนเกิดความน้อยใจในชีวิต หรือเฝ้าโทษตัวเองว่า “รู้อย่างนี้ วันนั้นจะ...” ซึ่งเรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้แล้ว ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาแนะนำว่า ขอให้นำความผิดพลาดในอดีตมาเป็นบทเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ หรือนำความสุขในอดีตมาเป็นกำลังใจให้เราใช้ชีวิตต่อไปเพื่อสร้างอนาคตที่สดใสเช่นวันวานค่ะ


[5] หาที่ระบายอารมณ์


การหาที่ระบายอารมณ์ในที่นี้ หมายถึง การหาคนที่ไว้ใจระบายความทุกข์ หรือหากิจกรรมที่สบายใจทำระบายความเครียด เพื่อไม่ให้ความทุกข์ และความเครียดกัดกินเราจากข้างใน จนจิตใจเรากร่อน ขาดความเข้มแข็งทางใจ ซึ่งสุ่มเสี่ยงอย่างมากที่จะทำให้เราย่อมแพ้ต่ออุปสรรคในชีวิตได้ค่ะ


2. เสริมกำลังใจด้วยการ “คิดบวก”


[1] สร้างความมั่นใจในตัวเอง


คนที่มีความมั่นใจในตนเอง ก็คือ คนที่บอกกับตัวเองว่า “ฉันทำได้ ๆ” ซึ่งเทคนิค “คิดบวก” ที่นำมาใช้ก็ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่เราคิดถึงเหตุการณ์ความยากลำบากในอดีตที่เราเคยผ่านมาแล้วนำมาพูดกับตนเองว่า “ครั้งนั้นเรายังผ่านมาได้ ครั้งนี้จิ๊บ ๆ” แบบนี้เป็นต้น หรือนำประสบการณ์ในอดีตมาช่วยแก้ปัญหาในปัจจุบันก็ช่วยสร้างความมั่นใจในตัวเองที่จะเสริมความเข้มแข็งทางใจได้เช่นกันค่ะ


[2] มีคนที่รักเป็นที่ยึดเหนี่ยว


ในสถานการณ์ที่มีแต่เรื่องเครียด เรื่องกดดัน ทำให้บ่อยครั้งเรามักรู้สึกว่า “ไม่มีใคร” หรือ “โดนทิ้ง” ซึ่งผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาแนะนำว่าให้คิดถึงคนในครอบครัว คนที่รักเรา หรือโทรหาคนที่บ้านเพื่อขอกำลังใจ ก็เป็นการชาร์จแบตให้มีความเข้มแข็งทางใจเพิ่มขึ้นได้อย่างดีเลยค่ะ


[3] ชีวิตต้องมีแผน

การวางแผนชีวิตอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ย่อมดีกว่าการไปตายเอาดาบหน้า ในทุกสถานการณ์แน่นอน เพราะการมีแผนจะทำให้เราคิดอย่างเป็นระบบ ใช้ชีวิตอย่างเป็นระเบียบ หากเกิดปัญหาก็จะสามารถแก้ไขได้ง่ายขึ้น เพราะเตรียมการมาแล้ว รู้ว่าต้องขอความช่วยเหลือจากใคร หรือต้องทำอย่างไรให้เอาตัวรอดได้ค่ะ

3. เพิ่มเทคนิคการจัดการปัญหาด้วยการ “คิดบวก”


[1] กล้าที่จะชนกับปัญหา


คุณโย่ง เชิญยิ้ม เคยกล่าวบนเวทีทอล์คโชว์ ว่า หากเราหาทางออกของปัญหาไม่ได้ ก็ให้เดินกลับไปที่ทางเข้า ซึ่งฟังเผิน ๆ จะดูเอาฮา แต่แฝงข้อคิดเอาไว้อย่างลึกซึ้งค่ะ นั่นก็คือ การแก้ปัญหาที่ดีที่สุด ก็คือการจัดการกับสาเหตุของปัญหา ปัญหาเกิดมาจากอะไรก็ไปแก้ที่ตรงนั้น ถ้าเราไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับต้นเหตุของปัญหา วันหนึ่งปัญหามันจะใหญ่ขึ้นจนทับเราได้ค่ะ


[2] ยึดเหตุผลเป็นหลัก


บ่อยครั้งที่เราต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่ชวนให้ประสาทเสีย และควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ แต่ถ้าเราจัดการกับปัญหาด้วยอารมณ์ ผลลัพธ์มันมักจะไม่สวยเท่าไหร่ แถมยังเพิ่มปัญหาใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมมาอีก ดังนั้น เมื่อคุณต้องเจอกับสถานการณ์ยุ่งยากใจ ขอให้หายใจเข้า – ออกช้า ๆ และมองหาเหตุผลเป็นหลักค่ะ


[3] เปิดใจรับฟังผู้อื่น

การเปิดใจรับฟังผู้อื่น นอกจากจะทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ แล้ว ยังช่วยให้เราได้มองปัญหาในมุมที่แตกต่าง รวมถึงได้วิธีแก้ปัญหาใหม่ ๆ ที่เราคาดไม่ถึง ซึ่งวิธีเหล่านั้นมักจะได้ผลลัพธ์ที่ดีเชียวละค่ะ ด้วยเหตุนี้นักจิตวิทยาองค์กรจึงได้แนะนำว่า หากเกิดปัญหาในองค์กร ควรใช้วิธี Brainstorm จากทุกคน เพื่อให้ได้แนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมค่ะ


[4] ชีวิตต้องมีแผนสำรองเสมอ


นอกจากชีวิตจะต้องมีแผนแล้ว เราก็ควรจะมีแผนสำรองเอาไว้ป้องกันเวลาที่สถานการณ์มันไม่เป็นไปตามแผน เพื่อให้เรายังคงสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และเดินไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งใจได้ ในอนาคตค่ะ


ความเข้มแข็งทางใจ นอกจากจะช่วยให้เราอยู่รอดในสถานการณ์ COVID-19 แล้ว ยังสามารถปรับใช้วิธีที่แนะนำมาข้างต้นกับสถานการณ์ต่าง ๆ ในชีวิตได้นะคะ ขอเป็นกำลังใจ กำลังสมอง และเคียงข้างทุกท่านในทุกสถานการณ์ค่ะ



สำหรับใครที่กำลังเครียด กังวล คิดมาก ทั้งเรื่องของปัญหา Burn Out จากการทำงาน ปัญหาความสัมพันธ์ต่างๆ ในครอบครัว คนรัก ไปจนถึงภาวะต่างๆ เช่น ซึมเศร้า ทุกปํญหาสำคัญและเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราเสมอ


iSTRONG ยินดีให้บริการ ปรึกษาด้านสุขภาพจิตโดยผู้เชี่ยวชาญ ทั้งจากจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ดูรายละเอียดได้ที่นี่


 

iSTRONG Mental Health

ผู้ดูแลสุขภาพใจให้กับบุคคล ครอบครัว และองค์กร


บริการของเรา

สำหรับบุคคลทั่วไป

• บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : http://bit.ly/3lmThUa

• คอร์สฝึกอบรม การเป็นนักจิตวิทยาให้คำปรึกษา : http://bit.ly/3RQfQwS


สำหรับองค์กร

• EAP โปรแกรมสำหรับองค์กร : http://bit.ly/3RLI8Z8


โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong

 

อ้างอิง : กรมสุขภาพจิต. มปป. แบบประเมินความเข้มแข็งทางใจ. [ออนไลน์]. ค้นเมื่อ 22 กรกฎาคม 2564 จาก http://envocc.ddc.moph.go.th

 

ประวัติผู้เขียน : จันทมา ช่างสลัก

บัณฑิตสาขาวิชาเอกจิตวิทยาคลินิก เกียรตินิยมอันดับ 2 จากรั้ว มช.และมหาบัณฑิตด้านการพัฒนาสังคม NIDA มีประสบการณ์ด้านจิตวิทยาเด็ก 4 ปี เป็นผู้ช่วยนักวิจัยด้านจิตวิทยา 1 ปี ปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ที่ประยุกต์ใช้ศาสตร์ทางจิตวิทยาในการปฏิบัติงานมากว่า 6 ปี


Comments


facebook album post - square (1).png
1.พวกหลีกเลี่ยงความผูกพัน (2).png
บทความล่าสุด