top of page

มูฟออนยังไงในวันที่รู้ว่าอีกฝ่ายหมดใจ ต่อให้รั้งยังไงก็รั้งเอาไว้ไม่อยู่

iSTRONG มูฟออนยังไงในวันที่รู้ว่าอีกฝ่ายหมดใจ ต่อให้รั้งยังไงก็รั้งเอาไว้ไม่อยู่

 หากผู้อ่านเป็นคนหนึ่งที่ติดตามประเด็นทางสังคมก็น่าจะเคยเห็นผ่านตาอยู่หลายครั้งเกี่ยวกับ“ความรักที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรม” ผู้เขียนเองก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีความรักและเคยอกหักเช่นกัน ในมุมหนึ่งก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าปัญหาความรักมันทำร้ายสุขภาพใจได้มากจริง ๆ


แต่ในอีกมุมหนึ่งก็รู้สึกว่ามันมีหนทางในการรับมือกับปัญหาความรักที่หลากหลายและไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าสลดให้กับสังคมเสมอไป ผู้เขียนจึงอยากจะนำเสนอแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์ที่อีกฝ่ายหมดใจและรู้แน่ชัดแล้วว่ายังไงก็รั้งอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ได้จริง ๆ ดังนี้ค่ะ


  1. เสียใจได้ แต่อย่าเสียความนับถือในตนเอง (Self-esteem)

    การที่รู้ว่าอีกฝ่ายหมดใจมันมักจะนำไปสู่ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจได้ โดยเฉพาะคนที่มีความนับถือในตนเองน้อย (Low Self-esteem) จะยิ่งเสี่ยงต่อการมีปัญหาสุขภาพจิต เช่น มีภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล มีพฤติกรรมแยกตัวจากสังคม หรือหันไปใช้สารเสพติด


    ซึ่งจะยิ่งทำให้ผลกระทบจากการต้องเลิกรากับคนรักมันหนักขึ้นไปกว่าเดิม ต่างกับคนที่มีความนับถือในตนเองอยู่ในระดับที่ดี (Healthy Self-esteem) ที่จะมีมุมมองต่อตนเองในเชิงบวกจึงช่วยให้สามารถรับมือกับความเครียดในชีวิตทั่วไปได้ ทั้งนี้ วิธีการเติม Self-esteem ให้กับตัวเองนั้นมีหลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น


    • ฝึกฝนทักษะในการดูแลตัวเอง 

      เช่น ออกกำลังกาย มีงานอดิเรกที่ทำแล้วรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าความหมาย 


    • ฝึกสติ

      การมีสติจะช่วยให้สามารถควบคุมความคิดและอารมณ์ของตนเองได้มากขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มความนับถือในตนเองได้อีกด้วย


    • พยายามอยู่กับผู้คนที่ให้กำลังใจหรือช่วยให้รู้สึกดีขึ้น

      หลีกเลี่ยงผู้คนที่ชอบคิดลบ ชอบตำหนิวิจารณ์ หรือไม่สนับสนุนให้กำลังใจ 


    • ฝึกการยอมรับตนเอง

      ทั้งในด้านที่เป็นจุดแข็งและจุดอ่อน รวมถึงทำความเข้าใจว่าการไม่สมบูรณ์แบบนั้นมันโอเค


    • ตั้งคำถามกับความคิดเชิงลบของตัวเอง

      เช่น “มันจริงเหรอ?” “คำตอบมันเป็นอย่างนั้นได้แค่อย่างเดียวหรือมันมีความเป็นไปได้อื่น ๆ ด้วย?” 


  2. เข้าใจความจริงก่อนว่า ‘ความรักไม่ใช่รางวัลตอบแทนของการทำความดี’

    การที่อีกฝ่ายหมดใจ นอกใจ หรือไม่ว่าจะเพราะอะไรที่ทำให้ต้องเลิกรากัน มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนที่ไม่ถูกเลือก “ดีไม่พอ” แต่มันมักจะเกิดขึ้นปัจจัยทางจิตวิทยาของแต่ละบุคคลมากกว่า


    เช่น รูปแบบความผูกพัน (Attachment Styles) ที่แต่ละคนเรียนรู้มาจากรูปแบบการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตนเองและผู้เลี้ยงดูในช่วงปีแรก ๆ ของชีวิตซึ่งส่งผลต่อการมีความสัมพันธ์กับคนอื่นเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ตามไปด้วย ดังนี้


    • แบบมั่นคง (Secure Attachment) 

      ผู้ใหญ่ที่มีรูปแบบความผูกพันแบบมั่นคงมักมีความคิดเชิงบวกทั้งต่อตนเองและผู้อื่น และมักมีมุมมองว่าความรู้สึกหวานชื่นโรแมนติกมันอาจมีขึ้นมีลงได้แต่ความรักยังคงมีให้กันเหมือนเดิม


    • แบบวิตกกังวล (Preoccupied Attachment)

      ผู้ใหญ่ที่มีรูปแบบความผูกพันแบบวิตกกังวลมักมีความคิดเชิงลบต่อตนเองแต่มีความคิดเชิงบวกต่อผู้อื่น จึงนำไปสู่มุมมองว่าตนเองไม่มีคุณค่า และมักมีมุมมองว่าตนเองเป็นคนที่ตกหลุมรักได้ง่ายแต่หาความรักที่ยั่งยืนได้ยาก จึงมักมีลักษณะหึงหวงมากเกินไป มีความหมกมุ่นปรารถนาที่จะได้รับความรักตอบแทนแบบรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และมีอารมณ์ที่ขึ้นลงอย่างรุนแรง


    • แบบหลีกเลี่ยงความใกล้ชิด (Dismissive Attachment) 

      ผู้ใหญ่ที่มีรูปแบบความผูกพันแบบหลีกเลี่ยงความใกล้ชิดมักจะมีมุมมองเชิงบวกต่อตนเองและมีมุมมองเชิงลบต่อผู้อื่นหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์แบบสนิทสนมเพื่อรักษาความรู้สึกว่าไม่มีใครเข้ามาทำอันตรายได้ พวกเขาจึงมักให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเองและการพึ่งพาตนเองเป็นอย่างมาก


    • แบบหวาดกลัว (Fearful Attachment)

      ผู้ใหญ่ที่มีรูปแบบความผูกพันแบบหวาดกลัวมักจะมีมุมมองเชิงลบทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ส่งผลให้มีความหวาดกลัวทั้งความใกล้ชิดสนิทสนมและความเป็นตัวของตัวเอง พวกเขามักมีความเชื่อว่าจะต้องมีความเลวร้ายเกิดขึ้นในความสัมพันธ์เสมอ และมีแนวโน้มที่จะชิงทำลายความสัมพันธ์ลงด้วยตนเองก่อนที่ตัวเองจะเป็นฝ่ายถูกทิ้ง


  3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

    โดยมากแล้วคนที่เติบโตมากับผู้เลี้ยงดูที่มีความมั่นคงทางอารมณ์รวมถึงคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างมักจะสามารถผ่านปัญหาความรักไปได้โดยไม่มีผลกระทบที่รุนแรง เนื่องจากพวกเขามักจะได้รับการสนับสนุนทางสังคม (Social Support) อย่างเพียงพอ


    แต่สำหรับคนที่มีปัจจัยทางจิตสังคมที่ส่งผลให้มีลักษณะไม่มั่นคงทางอารมณ์หรือขาดการสนับสนุนทางสังคม ก็มักจะมีความเสี่ยงต่อการต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตจากการมีปัญหาความรักได้มาก จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดแต่อย่างใดหากพวกเขาจะไม่สามารถมูฟออนจากปัญหาความรักไปได้


    อย่างไรก็ตาม การจมกับความเจ็บปวดจากปัญหาความรักนั้นไม่เป็นผลดีต่อบุคคลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว


    ดังนั้น ผู้เขียนจึงอยากเชิญชวนให้ลองปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาดูนะคะ เพราะในบางครั้งปัญหาความรักที่ไม่สมหวังในปัจจุบันมันก็เชื่อมโยงกับรูปแบบความผูกพันที่บุคคลเรียนรู้ผ่านการสร้างความสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงดูในช่วงปีแรก ๆ ของชีวิต


    ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้ปัญหามันมีความซับซ้อนมากขึ้น การได้รับความช่วยเหลือจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญจึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการพาตนเองให้ก้าวผ่านความเจ็บปวดจากปัญหาความรักไปได้อย่างไม่มีผลกระทบที่รุนแรงค่ะ 


บางครั้งความเจ็บปวดจากความรัก ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะ “อีกฝ่ายหมดรัก” แต่เกิดจากบาดแผล ความผูกพัน และรูปแบบความสัมพันธ์ที่ฝังลึกอยู่ภายในใจของเราโดยไม่รู้ตัว


และหลายครั้ง การเยียวยาความสัมพันธ์ ก็ไม่ใช่แค่การพยายามรั้งใครไว้ แต่คือการกลับมาเข้าใจตัวเอง เห็นคุณค่าของตัวเอง และเรียนรู้ที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยต่อหัวใจมากขึ้น


หากคุณกำลังเผชิญความเจ็บปวด ความสับสน หรือปัญหาในความสัมพันธ์ iSTRONG มีบริการดูแลสุขภาพใจคู่รักและความสัมพันธ์ (Couples & Relationship Counseling) โดยนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้คุณได้สำรวจรูปแบบความสัมพันธ์ เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง และค่อย ๆ ก้าวผ่านปัญหาหัวใจอย่างปลอดภัยและเข้าอกเข้าใจ


เพราะบางครั้ง การรักตัวเองให้เป็น อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความรักที่ดีในอนาคตค่ะ 💜


หากองค์กรต้องการสร้าง Well-being ที่เข้าใจชีวิตของผู้คนในทุกมิติ

พนักงานทุกคนต่างมีชีวิตนอกเหนือจากการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัว ชีวิตคู่ หรือเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ซึ่งความสูญเสีย ความผิดหวัง และความเครียดจากความสัมพันธ์ ล้วนส่งผลต่อสุขภาพจิตสมาธิในการทำงานและคุณภาพชีวิตได้ไม่น้อยกว่าความกดดันจากงาน


iSTRONG จึงได้มีบริการ บริการ Mental Well-being for Organization สำหรับองค์กร ทั้งบริการปรึกษานักจิตวิทยาและจิตแพทย์ (EAP) การอบรม และเ Workshop ด้านสุขภาพจิต เพื่อช่วยให้องค์กรสนับสนุนพนักงานในทุกช่วงเวลาของชีวิต พร้อมสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ผู้คนรู้สึกปลอดภัย กล้าขอความช่วยเหลือ และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

  • โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong

บทความที่เกี่ยวข้อง 

อ้างอิง:

CHE Behavioral Health Services (2024).

The Many Benefits of Having Healthy Self-Esteem.


Stephanie Huang (2024).

Attachment Styles In Adult Relationships.

ประวัติผู้เขียน

นิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) ประวัติการศึกษา: จบปริญญาโทสาขาจิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีประสบการณ์ทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเป็นเวลา 11 ปี ปัจจุบันเป็นนักเขียนบทความให้กับ ISTRONG


Nilubon Sukawanich (Fern) Educational background: Master's degree in Counseling Psychology from Chiang Mai University, Bachelor's degree in Psychology from Chiang Mai University. With 11 years of experience working as a counseling psychologist at a university. Currently working as a content writer for ISTRONG.


iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2026 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page