มูฟออนยังไงในวันที่รู้ว่าอีกฝ่ายหมดใจ ต่อให้รั้งยังไงก็รั้งเอาไว้ไม่อยู่
- นิลุบล สุขวณิช
- May 28
- 2 min read

หากผู้อ่านเป็นคนหนึ่งที่ติดตามประเด็นทางสังคมก็น่าจะเคยเห็นผ่านตาอยู่หลายครั้งเกี่ยวกับ“ความรักที่จบลงด้วยโศกนาฏกรรม” ผู้เขียนเองก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีความรักและเคยอกหักเช่นกัน ในมุมหนึ่งก็เข้าใจได้ไม่ยากว่าปัญหาความรักมันทำร้ายสุขภาพใจได้มากจริง ๆ
แต่ในอีกมุมหนึ่งก็รู้สึกว่ามันมีหนทางในการรับมือกับปัญหาความรักที่หลากหลายและไม่จำเป็นต้องจบลงด้วยเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าสลดให้กับสังคมเสมอไป ผู้เขียนจึงอยากจะนำเสนอแนวทางในการรับมือกับสถานการณ์ที่อีกฝ่ายหมดใจและรู้แน่ชัดแล้วว่ายังไงก็รั้งอีกฝ่ายเอาไว้ไม่ได้จริง ๆ ดังนี้ค่ะ
เสียใจได้ แต่อย่าเสียความนับถือในตนเอง (Self-esteem)
การที่รู้ว่าอีกฝ่ายหมดใจมันมักจะนำไปสู่ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจได้ โดยเฉพาะคนที่มีความนับถือในตนเองน้อย (Low Self-esteem) จะยิ่งเสี่ยงต่อการมีปัญหาสุขภาพจิต เช่น มีภาวะซึมเศร้า ภาวะวิตกกังวล มีพฤติกรรมแยกตัวจากสังคม หรือหันไปใช้สารเสพติด
ซึ่งจะยิ่งทำให้ผลกระทบจากการต้องเลิกรากับคนรักมันหนักขึ้นไปกว่าเดิม ต่างกับคนที่มีความนับถือในตนเองอยู่ในระดับที่ดี (Healthy Self-esteem) ที่จะมีมุมมองต่อตนเองในเชิงบวกจึงช่วยให้สามารถรับมือกับความเครียดในชีวิตทั่วไปได้ ทั้งนี้ วิธีการเติม Self-esteem ให้กับตัวเองนั้นมีหลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น
ฝึกฝนทักษะในการดูแลตัวเอง
เช่น ออกกำลังกาย มีงานอดิเรกที่ทำแล้วรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าความหมาย
ฝึกสติ
การมีสติจะช่วยให้สามารถควบคุมความคิดและอารมณ์ของตนเองได้มากขึ้น รวมถึงช่วยเพิ่มความนับถือในตนเองได้อีกด้วย
พยายามอยู่กับผู้คนที่ให้กำลังใจหรือช่วยให้รู้สึกดีขึ้น
หลีกเลี่ยงผู้คนที่ชอบคิดลบ ชอบตำหนิวิจารณ์ หรือไม่สนับสนุนให้กำลังใจ
ฝึกการยอมรับตนเอง
ทั้งในด้านที่เป็นจุดแข็งและจุดอ่อน รวมถึงทำความเข้าใจว่าการไม่สมบูรณ์แบบนั้นมันโอเค
ตั้งคำถามกับความคิดเชิงลบของตัวเอง
เช่น “มันจริงเหรอ?” “คำตอบมันเป็นอย่างนั้นได้แค่อย่างเดียวหรือมันมีความเป็นไปได้อื่น ๆ ด้วย?”
เข้าใจความจริงก่อนว่า ‘ความรักไม่ใช่รางวัลตอบแทนของการทำความดี’
การที่อีกฝ่ายหมดใจ นอกใจ หรือไม่ว่าจะเพราะอะไรที่ทำให้ต้องเลิกรากัน มันไม่ได้เกิดขึ้นเพราะคนที่ไม่ถูกเลือก “ดีไม่พอ” แต่มันมักจะเกิดขึ้นปัจจัยทางจิตวิทยาของแต่ละบุคคลมากกว่า
เช่น รูปแบบความผูกพัน (Attachment Styles) ที่แต่ละคนเรียนรู้มาจากรูปแบบการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างตนเองและผู้เลี้ยงดูในช่วงปีแรก ๆ ของชีวิตซึ่งส่งผลต่อการมีความสัมพันธ์กับคนอื่นเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ตามไปด้วย ดังนี้
แบบมั่นคง (Secure Attachment)
ผู้ใหญ่ที่มีรูปแบบความผูกพันแบบมั่นคงมักมีความคิดเชิงบวกทั้งต่อตนเองและผู้อื่น และมักมีมุมมองว่าความรู้สึกหวานชื่นโรแมนติกมันอาจมีขึ้นมีลงได้แต่ความรักยังคงมีให้กันเหมือนเดิม
แบบวิตกกังวล (Preoccupied Attachment)
ผู้ใหญ่ที่มีรูปแบบความผูกพันแบบวิตกกังวลมักมีความคิดเชิงลบต่อตนเองแต่มีความคิดเชิงบวกต่อผู้อื่น จึงนำไปสู่มุมมองว่าตนเองไม่มีคุณค่า และมักมีมุมมองว่าตนเองเป็นคนที่ตกหลุมรักได้ง่ายแต่หาความรักที่ยั่งยืนได้ยาก จึงมักมีลักษณะหึงหวงมากเกินไป มีความหมกมุ่นปรารถนาที่จะได้รับความรักตอบแทนแบบรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และมีอารมณ์ที่ขึ้นลงอย่างรุนแรง
แบบหลีกเลี่ยงความใกล้ชิด (Dismissive Attachment)
ผู้ใหญ่ที่มีรูปแบบความผูกพันแบบหลีกเลี่ยงความใกล้ชิดมักจะมีมุมมองเชิงบวกต่อตนเองและมีมุมมองเชิงลบต่อผู้อื่นหลีกเลี่ยงความสัมพันธ์แบบสนิทสนมเพื่อรักษาความรู้สึกว่าไม่มีใครเข้ามาทำอันตรายได้ พวกเขาจึงมักให้ความสำคัญกับการเป็นตัวของตัวเองและการพึ่งพาตนเองเป็นอย่างมาก
แบบหวาดกลัว (Fearful Attachment)
ผู้ใหญ่ที่มีรูปแบบความผูกพันแบบหวาดกลัวมักจะมีมุมมองเชิงลบทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ส่งผลให้มีความหวาดกลัวทั้งความใกล้ชิดสนิทสนมและความเป็นตัวของตัวเอง พวกเขามักมีความเชื่อว่าจะต้องมีความเลวร้ายเกิดขึ้นในความสัมพันธ์เสมอ และมีแนวโน้มที่จะชิงทำลายความสัมพันธ์ลงด้วยตนเองก่อนที่ตัวเองจะเป็นฝ่ายถูกทิ้ง
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต
โดยมากแล้วคนที่เติบโตมากับผู้เลี้ยงดูที่มีความมั่นคงทางอารมณ์รวมถึงคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้างมักจะสามารถผ่านปัญหาความรักไปได้โดยไม่มีผลกระทบที่รุนแรง เนื่องจากพวกเขามักจะได้รับการสนับสนุนทางสังคม (Social Support) อย่างเพียงพอ
แต่สำหรับคนที่มีปัจจัยทางจิตสังคมที่ส่งผลให้มีลักษณะไม่มั่นคงทางอารมณ์หรือขาดการสนับสนุนทางสังคม ก็มักจะมีความเสี่ยงต่อการต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตจากการมีปัญหาความรักได้มาก จึงไม่ใช่เรื่องที่แปลกประหลาดแต่อย่างใดหากพวกเขาจะไม่สามารถมูฟออนจากปัญหาความรักไปได้
อย่างไรก็ตาม การจมกับความเจ็บปวดจากปัญหาความรักนั้นไม่เป็นผลดีต่อบุคคลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
ดังนั้น ผู้เขียนจึงอยากเชิญชวนให้ลองปรึกษาจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาดูนะคะ เพราะในบางครั้งปัญหาความรักที่ไม่สมหวังในปัจจุบันมันก็เชื่อมโยงกับรูปแบบความผูกพันที่บุคคลเรียนรู้ผ่านการสร้างความสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงดูในช่วงปีแรก ๆ ของชีวิต
ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะทำให้ปัญหามันมีความซับซ้อนมากขึ้น การได้รับความช่วยเหลือจากจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญจึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการพาตนเองให้ก้าวผ่านความเจ็บปวดจากปัญหาความรักไปได้อย่างไม่มีผลกระทบที่รุนแรงค่ะ
บางครั้งความเจ็บปวดจากความรัก ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะ “อีกฝ่ายหมดรัก” แต่เกิดจากบาดแผล ความผูกพัน และรูปแบบความสัมพันธ์ที่ฝังลึกอยู่ภายในใจของเราโดยไม่รู้ตัว
และหลายครั้ง การเยียวยาความสัมพันธ์ ก็ไม่ใช่แค่การพยายามรั้งใครไว้ แต่คือการกลับมาเข้าใจตัวเอง เห็นคุณค่าของตัวเอง และเรียนรู้ที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยต่อหัวใจมากขึ้น
หากคุณกำลังเผชิญความเจ็บปวด ความสับสน หรือปัญหาในความสัมพันธ์ iSTRONG มีบริการดูแลสุขภาพใจคู่รักและความสัมพันธ์ (Couples & Relationship Counseling) โดยนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้คุณได้สำรวจรูปแบบความสัมพันธ์ เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง และค่อย ๆ ก้าวผ่านปัญหาหัวใจอย่างปลอดภัยและเข้าอกเข้าใจ
เพราะบางครั้ง การรักตัวเองให้เป็น อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของความรักที่ดีในอนาคตค่ะ 💜
หากองค์กรต้องการสร้าง Well-being ที่เข้าใจชีวิตของผู้คนในทุกมิติ
พนักงานทุกคนต่างมีชีวิตนอกเหนือจากการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ในครอบครัว ชีวิตคู่ หรือเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ซึ่งความสูญเสีย ความผิดหวัง และความเครียดจากความสัมพันธ์ ล้วนส่งผลต่อสุขภาพจิตสมาธิในการทำงานและคุณภาพชีวิตได้ไม่น้อยกว่าความกดดันจากงาน
iSTRONG จึงได้มีบริการ บริการ Mental Well-being for Organization สำหรับองค์กร ทั้งบริการปรึกษานักจิตวิทยาและจิตแพทย์ (EAP) การอบรม และเ Workshop ด้านสุขภาพจิต เพื่อช่วยให้องค์กรสนับสนุนพนักงานในทุกช่วงเวลาของชีวิต พร้อมสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ผู้คนรู้สึกปลอดภัย กล้าขอความช่วยเหลือ และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิง:
CHE Behavioral Health Services (2024).
The Many Benefits of Having Healthy Self-Esteem.
Stephanie Huang (2024).
Attachment Styles In Adult Relationships.
ประวัติผู้เขียน
นิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) ประวัติการศึกษา: จบปริญญาโทสาขาจิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีประสบการณ์ทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเป็นเวลา 11 ปี ปัจจุบันเป็นนักเขียนบทความให้กับ ISTRONG
Nilubon Sukawanich (Fern) Educational background: Master's degree in Counseling Psychology from Chiang Mai University, Bachelor's degree in Psychology from Chiang Mai University. With 11 years of experience working as a counseling psychologist at a university. Currently working as a content writer for ISTRONG.
