กำเนิดบาปทาโกปี้ Anime หดหู่ที่ช่วยให้คนดูตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันการฆ่าตัวตาย

ผู้เขียนได้มีโอกาสดู Anime เรื่อง กำเนิดบาปทาโกปี้ (Takopi’s Original Sin) ซึ่งเนื้อหาของมันมีความเกี่ยวข้องกับการทารุณทอดทิ้งเด็ก การกลั่นแกล้งในโรงเรียน รวมถึงการฆ่าตัวตายในเด็กและวัยรุ่น แม้ว่าประเด็นเหล่านี้จะเป็นประเด็นคลาสสิคแต่ความน่ากังวลใจก็คือมันมีมานานแล้วแต่ไม่เคยมีวี่แววที่จะลดลง
ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนเคสและความรุนแรง รวมถึง ณ วันที่ผู้เขียนตั้งใจที่จะนำประเด็นนี้ขึ้นมาเขียนก็ตรงกับช่วง Suicide Prevention Awareness Month ก็คือเดือนกันยายนของทุกปีพอดีจึงคิดว่ามันคือโอกาสดีที่จะชวนให้ทุกคนตระหนักเกี่ยวกับการป้องกันการฆ่าตัวตายให้มากยิ่งขึ้น โดยผู้เขียนจะผูกประเด็นที่เห็นได้ชัดใน Anime เรื่องนี้ให้เข้ากับปัญหาที่ควรได้รับการทำความเข้าใจและถูกมองเห็นให้มากขึ้น ได้แก่
การทารุณทอดทิ้งเด็ก (Child abuse and neglect)
ใน Anime เรื่องนี้จะมีตัวละครหลักอยู่ 3 ตัว คือ
ชิซูกะ เด็กหญิงที่แม่มีอาชีพเป็น sex worker และไม่ค่อยกลับบ้าน ส่วนพ่อได้ทิ้งไปมีครอบครัวใหม่ตั้งแต่ชิซูกะยังเป็นเด็ก โดยชีวิตส่วนใหญ่ของชิซูกะจะต้องอยู่ตามลำพังกับน้องหมาอย่างไม่มีพ่อแม่คอยดูแลหรือช่วยเหลือเลย
มารินะ เด็กหญิงที่แม่มีพฤติกรรมทำร้ายร่างกายลูก ส่วนพ่อก็ไปติดพันกับแม่ของชิซูกะจนทำให้เมื่อกลับบ้านมาทีไรก็ทะเลาะกับแม่ของมารินะอย่างรุนแรงทุกครั้ง
อะสุมะ เด็กชายที่แม่มีอาชีพเป็นหมอแต่พ่อไม่ปรากฏในเนื้อเรื่อง เขามักจะถูกแม่เปรียบเทียบกับพี่ชาย และหากเขาทำไม่ได้ตามที่แม่คาดหวังก็จะถูกแม่พูดจาทิ่มแทงทำร้ายจิตใจหรือเย็นชาใส่ และไม่ว่าเขาจะดีแค่ไหนก็ไม่เคยดีพอในสายตาแม่เลย
ตัวละครหลัก 3 ตัวนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการทารุณทอดทิ้งเด็กซึ่งมีทั้งการทอดทิ้งละเลยจนสกปรกและซูบผอม การทำร้ายทารุณทางร่างกาย และการทำร้ายผ่านการทำให้เกิดความเจ็บปวดทางอารมณ์ผ่านคำพูดและการปฏิบัติแบบเย็นชา
ทั้งนี้ จากเว็บไซต์ของ The University of Manchester ได้นำเสนอข้อมูลที่มาจากการวิเคราะห์งานวิจัยจำนวน 68 ฉบับซึ่งพบว่า
ผู้ที่เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศในวัยเด็ก มีแนวโน้มพยายามฆ่าตัวตายมากกว่าคนทั่วไปถึง 3 เท่า
ผู้ที่เคยถูกทำร้ายร่างกายในวัยเด็ก มีแนวโน้มพยายามฆ่าตัวตายมากขึ้น 2.5 เท่า
ผู้ที่เคยถูกล่วงละเมิดทางอารมณ์หรือถูกทอดทิ้งในวัยเด็ก มีแนวโน้มพยายามฆ่าตัวตายมากขึ้น 2.5 เท่า
เด็กที่ประสบกับการล่วงละเมิดหลายรูปแบบพร้อมกัน มีความเสี่ยงที่จะพยายามฆ่าตัวตายมากขึ้นถึง 5 เท่า
โดยผู้ที่ไม่มีโอกาสได้รับการดูแลหรือไม่ได้ติดต่อกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตจะมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายสูงที่สุด ทั้งนี้ งานวิจัยทั้ง 68 ฉบับจัดทำขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปซึ่งเคยเผชิญกับการทารุณกรรมและการถูกทอดทิ้งในวัยเด็ก จำนวนประมาณ 262,000 คน
การกลั่นแกล้ง (Bullying)
ชิซูกะ เป็นภาพสะท้อนของเด็กที่ถูกเพื่อนกลั่นแกล้งที่โรงเรียนซึ่งผู้กระทำ (abuser) ก็คือ มารินะ ที่ในอีกแง่มารินะก็เป็นเหยื่อที่พัฒนาขึ้นมาเป็นผู้กระทำอีกที โดยลักษณะของการกลั่นแกล้งมักจะมีรูปแบบก็คือเป็นการกระทำที่สร้างความเจ็บปวดทางร่างกายและจิตใจ เหยื่อถูกกระทำอย่างต่อเนื่องซ้ำ ๆ จนเหยื่อมักจะเกิดความรู้สึกทุกข์ทรมานอย่างไม่รู้ว่ามันจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ ซึ่งหากไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือมันก็มักจะมีจุดจบอยู่สองทางคือถ้าไม่จบชีวิตตัวเองก็ก็จบชีวิตของผู้กระทำลง
ทั้งนี้ เพื่อให้เห็นภาพชัดยิ่งขึ้น ผู้เขียนขอนำข้อมูลจากเว็บไซต์ของ ChildCare Education Institute ประเทศสหรัฐอเมริกาที่แบ่งรูปแบบของการกลั่นแกล้งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่
การกลั่นแกล้งทางร่างกาย (Physical Bullying) เช่น เตะ ต่อย ทุบตี ข่มขู่ว่าจะใช้ความรุนแรงทางร่างกาย ดึงผม ฯลฯ
การกลั่นแกล้งทางวาจา (Verbal Bullying) เช่น ด่าว่า ตั้งฉายาเสีย ๆ หาย ๆ ล้อซ้ำ ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักจะตรวจจับได้ยากกว่า เพราะเด็กๆ มักจะรอให้พ้นจากระยะที่ผู้ใหญ่ได้ยินหรือมองเห็นโดยเฉพาะครู ผู้ที่ตกเป็นเป้าของการกลั่นแกล้งทางวาจามักเป็นคนที่ถูกมองว่าเปราะบางหรือแตกต่างจากผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ พฤติกรรม หรือบุคลิกภาพ
การกลั่นแกล้งเชิงความสัมพันธ์หรือทางสังคม (Relational Bullying) เช่น จงใจไม่ชวนใครบางคนเข้าร่วมงานวันเกิด แพร่ข่าวลือที่ทำให้เสียใจหรืออับอาย ชักชวนให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเป้าหมายในลักษณะเดียวกัน ผู้ที่ใช้วิธีนี้มักต้องการยกระดับสถานะของตนเองโดยการลดคุณค่าทางสังคมของผู้อื่น
การกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Cyberbullying) การกลั่นแกล้งประเภทนี้ในปัจจุบันแพร่หลายอย่างมาก เนื่องจากผู้คนสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ดิจิทัลได้อย่างไม่จำกัด การเข้าใจรูปแบบนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยความสามารถของผู้กลั่นแกล้งในการซ่อนตัวอยู่หลังหน้าจอจึงทำให้การกลั่นแกล้งประเภทนี้ยากที่สุดในการติดตามตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที
การฆ่าตัวตาย (Suicide)
ใน Anime เรื่องนี้จะเห็นถึงพฤติกรรมการฆ่าตัวตายของตัวละคร 2 ตัวซึ่งอยู่ใน 2 ช่วงวัย คือ ชิซูกะที่กระทำในช่วงประถมสี่ และมารินะที่กระทำในช่วงวัยมัธยม แม้ว่ามันเหมือนจะเป็นไปไม่ได้แต่ผู้เขียนก็เคยเห็นข่าวเด็กที่มีพฤติกรรมฆ่าตัวตายอยู่ไม่น้อยซึ่งตรงกับข้อมูลของ National Institutes of Health ประเทศสหรัฐอเมริการที่พบว่าอัตราการฆ่าตัวตายของเด็กอายุ 8-12 ปีเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 8% ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2008 เป็นต้นมา โดยการแขวนคอและการขาดอากาศหายใจเป็นวิธีการฆ่าตัวตายที่พบบ่อยที่สุด ในขณะที่การใช้ปืนเป็นวิธีที่มีอัตราเพิ่มขึ้นเร็วที่สุด นอกจากนั้น ในเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลกยังได้กล่าวถึงสถานการณ์การฆ่าตัวตายเอาไว้ ดังนี้
ในแต่ละปีจะมีผู้เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายมากกว่า 720,000 คน
การฆ่าตัวตายเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 3 ในกลุ่มคนอายุ 15–29 ปี
สาเหตุของการฆ่าตัวตายมีหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งปัจจัยทางสังคม วัฒนธรรม ชีวภาพ จิตวิทยา และสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อบุคคลตลอดช่วงชีวิต
ในทุก ๆ การฆ่าตัวตาย จะมีผู้ที่พยายามฆ่าตัวตายอีกจำนวนมาก การเคยพยายามฆ่าตัวตายมาก่อนถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของการฆ่าตัวตายในประชากรทั่วไป
สิ่งที่ผู้เขียนอยากร่วมส่งเสียงเพื่อช่วยกันป้องกันการฆ่าตัวตาย
ช่วยกันเพิ่มการตระหนักให้กับสังคมเกี่ยวกับปัญหาการทารุณทอดทิ้งเด็กและการกลั่นแกล้งที่เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของการฆ่าตัวตายผ่านการสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิตที่มีความถูกต้องในทางวิชาการและทางการแพทย์/วิทยาศาสตร์
ทำความเข้าใจว่าความทุกข์ของผู้ที่เล่าปัญหาให้ฟังนั้นเป็นความจริงและมีความสำคัญ โดยไม่นำไปเปรียบเทียบว่าปัญหาของเขาเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ไม่พูดในเชิงว่าเขาคิดไปเองหรือเรียกร้องความสนใจ
มองปัญหาของผู้ที่เล่าเสมือนเราเป็นเขาเพื่อทำความเข้าใจความรู้สึกนึกคิดของเขาจริง ๆ ไม่ใช่มาจากการที่เราไปคิดแทนเขา โดยเรียนรู้ผ่านความผิดพลาดของ ‘ทาโกปี้’ ที่มาจากดาวแฮปปี้จึงไม่เข้าใจความทุกข์ของชิซูกะและมารินะจึงนำไปสู่การจบชีวิตลงของเด็กทั้งสองคน โดยทาโกปี้นั้นมีเจตนาที่หวังดีอย่างจริงใจแต่ใช้วิธีช่วยที่ผิดเพราะใช้มุมมองของตนเองไปแก้ปัญหาของคนอื่น
การช่วยเหลือผู้ที่มีความทุกข์ทางใจที่ดีที่สุดไม่ใช่การแก้ปัญหาให้แต่คือการรับฟังความทุกข์ทางใจของคนที่ประสบปัญหาจนกว่าผู้เล่าจะรู้สึกว่าความทุกข์ทางใจของเขามันเบาลง จะเห็นได้ว่าในตอนสุดท้ายที่ทาโกปี้ได้ทำการขอโทษชิซูกะที่ตลอดมาเขาไม่เคยพยายามทำความเข้าใจและรับฟังความรู้สึกของชิซูกะอย่างแท้จริงเลย ซึ่งเมื่อชิซูกะได้ยินแบบนั้นก็เหมือนจิตใจได้รับการเยียวยาและได้รับความรู้สึกว่าในที่สุดก็มีคนเห็นถึงความทุกข์ของเธอจริง ๆ สักที
หากคุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเผชิญกับความทุกข์ทางใจจากการถูกกลั่นแกล้ง ปัญหาครอบครัว หรือประสบการณ์ที่ยากจะรับมือ คุณไม่จำเป็นต้องผ่านเรื่องเหล่านี้ไปเพียงลำพัง iSTRONG มีบริการปรึกษาสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ที่พร้อมรับฟัง ทำความเข้าใจความรู้สึก และช่วยค้นหาแนวทางดูแลสุขภาพใจที่เหมาะสม เพราะบางครั้ง สิ่งที่คนคนหนึ่งต้องการอาจไม่ใช่คำแนะนำให้เข้มแข็งขึ้น แต่เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้เขารู้สึกว่า ความเจ็บปวดของเขามีคนมองเห็นและพร้อมรับฟัง 💜
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิง:
National Suicide Prevention Awareness Month.
The University of Manchester (2019).
Child abuse linked to risk of suicide in later life.
ประวัติผู้เขียน
นิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) ประวัติการศึกษา: จบปริญญาโทสาขาจิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีประสบการณ์ทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเป็นเวลา 11 ปี ปัจจุบันเป็นนักเขียนบทความให้กับ ISTRONG
Nilubon Sukawanich (Fern) Educational background: Master's degree in Counseling Psychology from Chiang Mai University, Bachelor's degree in Psychology from Chiang Mai University. With 11 years of experience working as a counseling psychologist at a university. Currently working as a content writer for ISTRONG.
