top of page

อยู่กับคนที่คุณรักที่เป็นโรคซึมเศร้า จะสนับสนุนพวกเขาอย่างไร?

iSTRONG อยู่กับคนที่คุณรักที่เป็นโรคซึมเศร้า จะสนับสนุนพวกเขาอย่างไร?

แม้ว่าองค์ความรู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าจะเริ่มเข้าถึงได้ง่ายและหลายคนก็ยอมรับแล้วว่ามันคืออาการป่วยชนิดหนึ่งที่มีอยู่จริงและไม่ใช่การที่ผู้ป่วยคิดไปเอง แต่ผู้เขียนก็ยังพบความ ‘เก้ ๆ กัง ๆ’ ของคนใกล้ชิดของผู้ป่วยที่หลายครั้งพวกเขาก็รู้สึกทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอย่างไร


ใจหนึ่งก็กลัวว่าคนที่ตัวเองรักที่เป็นโรคซึมเศร้าจะทำร้ายตัวเอง แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกว่าตัวเองได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมและอารมณ์ของผู้ป่วยจนเกินกว่าจะรับไหวอีกต่อไป การสนับสนุนคนที่ตัวเองรักที่เป็นโรคซึมเศร้าจึงเป็นความท้าทายอย่างมาก


หากไม่สามารถหาสมดุลระหว่างการดูแลผู้ป่วยและการดูแลตัวเองได้ก็อาจจะทำให้ผู้ดูแลกลายเป็นผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเพิ่มไปอีกคน ถ้างั้น...จะสนับสนุนพวกเขาอย่างไร? ในบทความนี้ผู้เขียนได้ไปรวบรวมวิธีการมาดังนี้ค่ะ


  1. เพิ่มพูนความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าให้กับตัวเอง 

    เริ่มจากทำความเข้าใจอาการหลัก ๆ ของโรคซึมเศร้าและสัญญาณความเสี่ยงของโรคซึมเศร้า ซึ่งข้อมูลเหล่านี้มีอยู่มากมายและเข้าถึงได้ง่ายผ่านทางอินเตอร์เน็ต โดยสิ่งสำคัญเป็นอันดับแรกที่ผู้เขียนอยากให้ทุกคนระลึกไว้เสมอคือ “โรคซึมเศร้าไม่เท่ากับความเศร้า”


    เพราะหากไม่เข้าใจในประเด็นนี้ ก็อาจจะทำให้รู้สึกไม่เข้าใจว่าทำไมผู้ป่วยถึงจมดิ่งอยู่กับบางสิ่งจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และยิ่งหากใช้ตรรกะของคนปกติเข้าไปตัดสินก็อาจจะทำให้รู้สึกว่า “เรื่องแค่นี้เอง” หรือ “คนอื่นเจอหนักกว่านี้ไม่เห็นจะเป็นโรคซึมเศร้าเลย”


    การทำความเข้าใจปัจจัยทางด้านร่างกาย/จิตใจ/สังคมสภาพแวดล้อมที่เป็นความเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคซึมเศร้าจะช่วยลดการตัดสินผู้ป่วยลง และคนที่คุณรักที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างที่เขาเป็นเขาโดยไม่เอาเขาไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ซึ่งรวมถึงกับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าด้วยกันเอง เพราะอาการและระดับความรุนแรงที่ผู้ป่วยแต่ละคนมีมันอาจจะแตกต่างกันไปได้แล้วแต่กรณี  


  2. แสดงให้เห็นว่าคุณอยู่เคียงข้างคนที่คุณรักที่เป็นโรคซึมเศร้า

    การที่คนที่คุณรักเป็นโรคซึมเศร้ามันไม่ใช่ความผิดของใคร และมันไม่ใช่หน้าที่ของผู้ดูแลที่จะไปแก้ไขหรือรักษาเขาให้หาย สิ่งที่ผู้ดูแลสามารถทำได้และควรที่จะทำจึงเป็นการแสดงออกให้ผู้ป่วยเห็นว่าเขาไม่ได้สู้กับโรคซึมเศร้าอย่างโดดเดี่ยวตามลำพังด้วยการ


    • กระตุ้นส่งเสริมให้ผู้ป่วยอยู่ในการรักษาอย่างต่อเนื่อง

      เช่น เตือนให้กินยาตามที่จิตแพทย์สั่ง เตือนเมื่อใกล้ถึงวันนัดพบจิตแพทย์  


    • ตั้งใจว่าจะเป็นผู้ฟังที่ดี

      แสดงออกให้ผู้ป่วยรับรู้ว่าคุณอยากฟังเขาเพื่อจะได้เข้าใจว่าเขารู้สึกยังไง เมื่อผู้ป่วยเล่าอะไรให้ฟังก็ฟังอย่างตั้งใจ โดยไม่ไปสอนหรือแนะนำให้เขาทำแบบนั้นแบบนี้รวมถึงไม่ตัดสินหรือเอามุมมองของตัวเองไปใส่ให้เขา การฟังอย่างแท้จริงด้วยความมุ่งหมายว่าอยากจะเข้าใจอีกฝ่ายถือเป็นเครื่องมือในการเยียวยาจิตใจผู้ป่วยที่ทรงพลังอย่างหนึ่ง


    • ให้แรงเสริมทางบวก

      ผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักจะตัดสินตัวเองอย่างรุนแรงและรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนผิดของทุกเรื่องที่มันเกิดขึ้น ผู้ดูแลจึงควรพูดถึงข้อดีและสิ่งที่ผู้ป่วยทำได้ให้เขาฟังบ่อย ๆ รวมถึงเน้นย้ำให้เขารู้ว่าเขามีคุณค่าความหมายต่อคนรอบข้าง


    • ถามเขาว่าอยากให้ช่วยอะไรบ้าง


    • ช่วยให้เขาสามารถควบคุมจัดการตัวเองได้มากขึ้น

      เพื่อลดความเครียดลง เช่น ช่วยกันสร้างตารางกิจวัตรประจำวันขึ้นมา


    • มองหาองค์กรที่จะสามารถช่วยได้ มี

      หลายองค์กรที่จัดกิจกรรมที่เรียกว่า “กลุ่มช่วยเหลือ (support group)” หรือมีบริการให้คำปรึกษาสำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้า 


    • หากผู้ป่วยมีศรัทธาต่อสิ่งใด เช่น ศาสนา

      ก็กระตุ้นให้ผู้ป่วยได้เข้าร่วมกิจกรรมตามศรัทธาของเขา เนื่องจากความศรัทธามีบทบาทสำคัญในการช่วยฟื้นฟูจิตใจของผู้ป่วย  


    • สนับสนุนให้ผู้ป่วยทำพฤติกรรมดูแลตัวเอง

      เช่น กินอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับให้เพียงพอ ขยับเคลื่อนไหวร่างกาย


    • ชวนทำกิจกรรมด้วยกัน

      เช่น ชวนไปเดินเล่น ชวนดูหนัง ชวนทำงานอดิเรกด้วยกัน แต่ทั้งนี้ต้องไม่เป็นการบังคับผู้ป่วยให้ต้องทำสิ่งที่คุณอยากให้เขาทำ


  3. ผู้ดูแลก็ต้องดูแลตัวเองด้วยเช่นกัน

    การดูแลคนที่คุณรักที่เป็นโรคซึมเศร้านั้นจัดว่าเป็นความท้าทายอย่างมาก โดยเฉพาะขณะที่อาการของผู้ป่วยกำลังอยู่ในระดับที่รุนแรงหรือยังไม่สงบนิ่งดี ผู้ดูแลหลายคนมักจะพบว่าการให้กำลังใจหรือชวนให้ผู้ป่วยฝึกคิดบวกมันเหมือนกับเทน้ำลงบ่อทราย


    หลายครั้งผู้ดูแลก็ตั้งใจดีแต่มันก็เหมือนวนอยู่ที่เดิมจึงอาจทำให้เกิดภาวะหมดไฟ (burn out) จากการดูแลผู้ป่วย ดังนั้น ผู้ดูแลเองก็ควรจะดูแลตัวเองควบคู่กันไปด้วยวิธีดังนี้


    • ขอความช่วยเหลือ 

      การดูแลคนที่คุณรักที่เป็นโรคซึมเศร้าไม่ใช่เรื่องง่าย ในช่วงที่คุณรู้สึกไม่ไหวก็ควรขอความช่วยเหลือจากคนอื่น ซึ่งผู้ดูแลเองก็สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อฟื้นฟูจิตใจตัวเองได้ด้วยเช่นกันนะคะ 


    • ทำสิ่งที่ดีต่อสุขภาพร่างกายจิตใจของตัวเอง

      แบ่งเวลาสำหรับตัวเองบ้าง ทำสิ่งที่ตัวเองได้รู้สึกเพลิดเพลินผ่อนคลาย ขยับเคลื่อนไหวร่างกายให้กระฉับกระเฉงอยู่เสมอ หาเพื่อนคุยหรือเข้าหาคนที่ช่วยเติมกำลังใจให้คุณได้


    • ใจเย็น ๆ

      แม้โรคซึมเศร้าจะรักษาหายได้แต่การรักษามันจำเป็นต้องใช้เวลา ผู้ป่วยบางคนอาจจะหายไวแต่บางคนก็หายช้า รวมถึงผู้ป่วยแต่ละคนอาจจะตอบสนองต่อการรักษาในระดับที่แตกต่างกันไป


ทั้งนี้ อย่างที่ผู้เขียนได้เกริ่นไปในข้างต้นแล้วว่าการดูแลคนที่คุณรักที่เป็นโรคซึมเศร้านั้นเป็นความท้าทายและในบางช่วงมันก็ไม่ง่ายเลย หากผู้ดูแลพบว่าตัวเองเกิดความรู้สึกหงุดหงิด โมโห หรือมีอารมณ์ทางลบเกิดขึ้นจากการต้องอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ก็อาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่าผู้ดูแลเองก็เริ่มต้องหันกลับมาใส่ใจและเติมพลังใจให้ตัวเองได้แล้ว เพราะหากยังพยายามที่จะ ‘แบก’ ต่อไปมันอาจจะกลายเป็นผลเสียต่อทั้งสองฝ่ายมากกว่าผลดี


การดูแลคนที่เรารักซึ่งกำลังเผชิญโรคซึมเศร้าเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทั้งความเข้าใจ ความอดทน และพลังใจอย่างมาก จนหลายครั้งผู้ดูแลเองก็อาจรู้สึกเหนื่อยล้า สับสน หรือเผลอละเลยความรู้สึกของตัวเองไปโดยไม่รู้ตัว


หากคุณกำลังเป็นผู้ป่วยที่ต้องการพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุย หรือกำลังเป็นผู้ดูแลที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มแบกรับภาระทางอารมณ์มากเกินไป บริการปรึกษาสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์และนักจิตวิทยา จาก iSTRONG พร้อมเป็นพื้นที่ให้คุณได้สำรวจความรู้สึก ทำความเข้าใจปัญหาที่กำลังเผชิญ และได้รับคำแนะนำจากนักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอย่างเหมาะสม


เพราะการดูแลคนที่เรารักเป็นเรื่องสำคัญ แต่การดูแลหัวใจของตัวเองก็สำคัญไม่แพ้กัน และคุณไม่จำเป็นต้องแบกรับทุกอย่างไว้เพียงลำพัง เราขอเป็นส่วนหนึ่งในกำลังใจให้นะคะ 💙

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

  • โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong

บทความที่เกี่ยวข้อง 

อ้างอิง:

Mayo Clinic Staff (2023).

Depression: Supporting a family member or friend.

ประวัติผู้เขียน

นิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) ประวัติการศึกษา: จบปริญญาโทสาขาจิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีประสบการณ์ทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเป็นเวลา 11 ปี ปัจจุบันเป็นนักเขียนบทความให้กับ ISTRONG


Nilubon Sukawanich (Fern) Educational background: Master's degree in Counseling Psychology from Chiang Mai University, Bachelor's degree in Psychology from Chiang Mai University. With 11 years of experience working as a counseling psychologist at a university. Currently working as a content writer for ISTRONG.


iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2026 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page