top of page

สนใจทักษะจิตวิทยา แต่ไม่รู้จะเลือกเรียนแบบไหน วิธีเลือกให้ตรงกับเป้าหมายของตัวเอง

5 minutes ago
3 min read

iSTRONG สนใจทักษะจิตวิทยา แต่ไม่รู้จะเลือกเรียนแบบไหน วิธีเลือกให้ตรงกับเป้าหมายของตัวเอง

อยากเรียนจิตวิทยา แต่พอค้นหาคำว่า “คอร์สจิตวิทยา” กลับเจอหลักสูตรเต็มไปหมด ทั้ง Psychology, Counseling Skills, จิตวิทยาการสื่อสาร, CBT, Satir รวมถึงคอร์สสำหรับพัฒนาตัวเองและคอร์สที่ออกแบบมาสำหรับการทำงาน แล้วเราควรเลือกจากอะไร? คำตอบคือ อย่าเริ่มจากชื่อคอร์ส ให้เริ่มจากสิ่งที่คุณอยากทำได้มากขึ้นหลังเรียน ถ้าอยากเข้าใจตัวเองมากขึ้น คอร์สที่เน้น Self-awareness และความเข้าใจอารมณ์อาจตอบโจทย์มากกว่า


หากต้องการนำไปใช้กับการทำงาน อาจมองหาทักษะด้านการสื่อสาร การเข้าใจคน และการทำงานร่วมกับผู้อื่น แต่ถ้าสนใจการรับฟังและการให้คำปรึกษา ก็ควรมองหาหลักสูตรที่มีทั้งพื้นฐานและการฝึกปฏิบัติ ดังนั้น ก่อนถามว่าคอร์สจิตวิทยาที่ไหนดี ลองถามตัวเองก่อนว่า “ฉันอยากเรียนไปเพื่ออะไร” ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มเรียนจิตวิทยาจากอะไร สามารถอ่านบทความ อยากเรียนทักษะจิตวิทยา ควรเริ่มจากอะไร เพิ่มเติมได้ เพราะบทความนั้นเน้นเรื่องจุดเริ่มต้น ส่วนบทความนี้จะพาไปอีกขั้น คือ เมื่อรู้ว่าตัวเองสนใจแล้ว จะเลือกหลักสูตรอย่างไร


ก่อนเลือกคอร์สจิตวิทยา ลองตอบ 3 คำถามนี้ก่อน

การเลือกคอร์สจะง่ายขึ้นมาก หากเริ่มจาก 3 คำถามต่อไปนี้


  1. เรียนไปเพื่ออะไร

    ลองระบุเป้าหมายให้ชัดที่สุด เช่น

    - อยากเข้าใจตัวเองมากขึ้น

    - อยากเข้าใจคนรอบตัว

    - อยากพัฒนาการสื่อสาร

    - อยากนำไปใช้กับงาน

    - อยากฝึกการฟัง

    - อยากพัฒนาทักษะการให้คำปรึกษา

    - อยากศึกษาจิตวิทยาเป็นความรู้เพิ่มเติม

    - สนใจต่อยอดไปสู่เส้นทางการศึกษาในระดับที่ลึกขึ้น

    - เป้าหมายแต่ละแบบอาจนำไปสู่หลักสูตรที่แตกต่างกัน


  2. อยากนำไปใช้กับเรื่องอะไร

    คำถามนี้ช่วยแยกความรู้ที่อยากมี ออกจากทักษะที่อยากใช้ เช่น หากอยากเข้าใจตัวเองมากขึ้น อาจต้องการความรู้เกี่ยวกับความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม แต่ถ้าต้องการนำไปใช้ในการทำงานกับคน อาจต้องการทักษะการฟัง การตั้งคำถาม และการสื่อสารเพิ่มเติม


  3. หลังเรียนจบ อยากทำอะไรได้มากขึ้น

    นี่อาจเป็นคำถามที่สำคัญที่สุดแทนที่จะคิดว่าอยากเรียนจิตวิทยา ลองเปลี่ยนเป็นหลังเรียนจบ ฉันอยากฟังคนอื่นได้ดีขึ้นหรือฉันอยากเข้าใจอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น หรือฉันอยากคุยกับลูกน้องในสถานการณ์ยาก ๆ ได้ดีขึ้นหรือฉันอยากมีพื้นฐานในการรับฟังและให้คำปรึกษา



เมื่อเป้าหมายเปลี่ยนจาก “อยากรู้” เป็นอยากทำอะไรได้ การเลือกคอร์สจะชัดเจนขึ้นมาก


ถ้าเป้าหมายต่างกัน ควรเลือกคอร์สจิตวิทยาแบบไหน?

ไม่มีคอร์สประเภทเดียวที่ตอบโจทย์ทุกคน เพราะการเรียนจิตวิทยา สามารถหมายถึงเป้าหมายที่แตกต่างกันได้

เป้าหมาย

สิ่งที่ควรมองหา

ตัวอย่างทักษะหรือเนื้อหา

พัฒนาตัวเอง

Psychology พื้นฐาน / Self-awareness

ความคิด อารมณ์ พฤติกรรม การรู้จักตัวเอง

เข้าใจคน

Human behavior / Psychology

ความแตกต่างระหว่างบุคคล อารมณ์ พฤติกรรม

พัฒนาการสื่อสาร

Communication Psychology

การฟัง การสื่อสาร การเข้าใจมุมมองของผู้อื่น

ใช้กับงาน

Psychology + People Skills

การฟัง การสื่อสาร การทำงานกับคน ความสัมพันธ์ในทีม

ฝึกการรับฟังและช่วยเหลือ

Counseling Skills

Active Listening การตั้งคำถาม การสะท้อนความรู้สึก

สนใจแนวทางเฉพาะ

Specialist Approach

เช่น CBT หรือ Satir ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร

ต้องการเข้าสู่สายวิชาชีพ

Formal Education / Professional Pathway

ต้องตรวจสอบคุณวุฒิ การศึกษา การขึ้นทะเบียน และข้อกำหนดของวิชาชีพ


Psychology เป็นศาสตร์ที่มีขอบเขตกว้างและสามารถนำไปประยุกต์ในหลายบริบท ทั้งธุรกิจ การศึกษา เทคโนโลยี สุขภาพ และการทำงานกับผู้คน ดังนั้นการเรียนจิตวิทยาจึงไม่ได้หมายความว่าจะต้องมุ่งไปสู่งานด้านการรักษาเสมอไป ในทางกลับกัน หากเป้าหมายคือการฝึกทักษะการรับฟังและการให้คำปรึกษาโดยเฉพาะ ก็ควรมองหาหลักสูตรที่มีการฝึกทักษะเหล่านี้โดยตรง ไม่ใช่เลือกเพียงเพราะมีคำว่า “Psychology” อยู่ในชื่อหลักสูตร


Insight สำหรับการตัดสินใจ: อย่าดูเพียงว่าคอร์สมีหัวข้ออะไร แต่ให้ดูว่าหัวข้อเหล่านั้นพาคุณเข้าใกล้สิ่งที่อยากทำได้มากขึ้นหรือไม่



7 เรื่องที่ควรดูก่อนเลือกคอร์สจิตวิทยา

เมื่อมีเป้าหมายแล้ว ขั้นต่อมาคือการประเมินหลักสูตร


  1. เป้าหมายของหลักสูตร

    อ่านคำอธิบายหลักสูตรแล้วลองถามว่า “หลักสูตรนี้ต้องการพัฒนาผู้เรียนให้ทำอะไรไ” ถ้าคำอธิบายเน้นความรู้พื้นฐาน หลักสูตรนั้นอาจตอบโจทย์คนที่ต้องการทำความเข้าใจ Psychology ในภาพกว้าง ถ้าเน้นทักษะและการฝึกปฏิบัติ ก็อาจเหมาะกับคนที่ต้องการนำไปใช้จริง สิ่งสำคัญคืออย่าเลือกจากชื่อที่ฟังดูน่าสนใจเพียงอย่างเดียว


  2. เนื้อหาและระดับของหลักสูตร

    ดูว่าหลักสูตรอยู่ในระดับไหน

    • Beginner

    • Intermediate

    • Advanced

    • Specialist


    และมีพื้นฐานที่ผู้เรียนควรมีก่อนหรือไม่ ตัวอย่างเช่น หลักสูตรที่เน้น CBT หรือแนวทางเฉพาะอาจมีเนื้อหาที่ลึกกว่าหลักสูตรพื้นฐาน ดังนั้นควรดูโครงสร้างหลักสูตรก่อนสมัคร


  3. ผู้สอน

    ควรตรวจสอบข้อมูลผู้สอนจากแหล่งข้อมูลของผู้จัดหลักสูตรโดยตรง เช่น

    • คุณวุฒิ

    • ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง

    • บทบาทในหลักสูตร

    • ความเชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่สอน


    ไม่ควรตัดสินจากชื่อเสียงหรือคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว


  4. มี Practical หรือไม่

    ถ้าคุณต้องการทักษะไม่ใช่แค่ความรู้ ให้ดูว่ามีการฝึกปฏิบัติหรือไม่ ตัวอย่างเช่น

    • Workshop

    • Role Play

    • Case Study

    • Feedback จากผู้สอน


    เพราะการอ่านหรือฟังทฤษฎีกับการนำทักษะไปใช้จริงเป็นคนละประสบการณ์


  5. รูปแบบการเรียน

    พิจารณาว่ารูปแบบไหนเข้ากับวิธีเรียนและข้อจำกัดของคุณ

    Online อาจเหมาะกับคนที่ต้องการความยืดหยุ่นด้านเวลาและสถานที่

    Onsite อาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการการมีส่วนร่วมในห้องเรียนและการฝึกกับผู้อื่นโดยตรง


    ไม่มีคำตอบว่ารูปแบบใดเหมาะกับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับเป้าหมาย เนื้อหา และวิธีการสอนของแต่ละหลักสูตร


  6. Certificate

    อย่าเลือกหลักสูตรเพียงเพราะมี Certificate ให้ถามต่อว่า Certificate นั้นหมายถึงอะไร ใครเป็นผู้ออก และสอดคล้องกับเป้าหมายของคุณหรือไม่ ถ้าเรียนเพื่อพัฒนาตัวเองหรือเพิ่มทักษะสำหรับการทำงาน สิ่งสำคัญอาจอยู่ที่ความรู้และทักษะที่ได้รับ แต่ถ้า Certificate เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้านการศึกษา การทำงาน หรือการต่อยอดทางอาชีพ ควรตรวจสอบสถานะและการยอมรับของ Certificate นั้นโดยตรง


  7. Support และ Feedback

    ถ้าคุณกำลังเรียนทักษะที่ต้องฝึก การมีโอกาสได้รับ Feedback อาจเป็นสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาด้วยลองดูว่าในหลักสูตรมี

    • การให้ Feedback หรือไม่

    • มีผู้สอนหรือทีมสนับสนุนหรือไม่

    • มีการฝึกซ้ำหรือไม่

    • มี Community หรือการติดตามหลังเรียนหรือไม่


Insight สำหรับการตัดสินใจ: หากต้องเปรียบเทียบ 2–3 หลักสูตร ให้ใช้เกณฑ์เดียวกันทั้งหมด แล้วดูว่าแต่ละหลักสูตรตอบเป้าหมายของคุณตรงจุดไหนบ้าง แทนการถามว่าอันไหนดีกว่า


ถ้าไม่มีพื้นฐานด้านจิตวิทยา เริ่มฝึกได้ไหม

ได้และไม่จำเป็นต้องรอให้มีพื้นฐานมาก่อนจึงจะเริ่มเรียนได้ แต่ควรเลือกทักษะให้เหมาะกับเป้าหมายที่เราต้องการ โดยเริ่มจากเนื้อหาที่เหมาะกับระดับของตัวเอง เช่น


  • ความเข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์และพฤติกรรม

  • การเข้าใจอารมณ์

  • การสื่อสาร

  • การฟัง

  • การตั้งคำถาม

  • หลักการและขั้นตอนของที่สำคัญ


สำหรับคนที่ไม่เคยเรียนมาก่อน สิ่งที่ควรระวังคือการกระโดดเข้าไปเรียนเนื้อหาที่เฉพาะทางมากเกินไปตั้งแต่แรก เพราะอาจทำให้รู้ศัพท์จำนวนมาก แต่ยังไม่เข้าใจว่าจะนำความรู้เหล่านั้นไปใช้กับสถานการณ์จริงอย่างไร จุดเริ่มต้นที่ดีจึงควรเป็นหลักสูตรที่ช่วยสร้าง “พื้นฐานความเข้าใจ” ก่อน แล้วจึงค่อยต่อยอดไปยังศาสตร์หรือเครื่องมือที่ลึกขึ้น


ถ้าเป็นคนทำงาน ควรเลือกคอร์สจิตวิทยาอย่างไร?

สำหรับคนทำงาน การเลือกคอร์สควรเริ่มจากสถานการณ์ที่คุณต้องการนำทักษะไปใช้ มากกว่าตำแหน่งงานเพียงอย่างเดียว


  • HR

    หากต้องทำงานกับพนักงาน การรับฟัง การสื่อสาร การเข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล และการจัดการบทสนทนาที่ละเอียดอ่อนอาจเป็นทักษะที่ควรพิจารณา


  • Manager / Leader

    ผู้จัดการต้องสื่อสารกับคนที่มีพื้นฐาน ความคิด และการตอบสนองแตกต่างกัน จึงอาจมองหาหลักสูตรที่ช่วยพัฒนาการฟัง การตั้งคำถาม การสื่อสาร และการเข้าใจอารมณ์ WHO เองมีคำแนะนำด้าน Mental Health at Work ที่ครอบคลุมทั้งการฝึกอบรมผู้จัดการและพนักงาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและช่วยให้คนทำงานเข้าถึงการสนับสนุนที่เหมาะสม ไม่ใช่เปลี่ยนผู้จัดการให้กลายเป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต


  • Sales / Customer Service

    คนที่ทำงานกับลูกค้าทุกวันอาจให้ความสำคัญกับการฟัง การเข้าใจความต้องการ การสื่อสาร และการรับมือกับสถานการณ์ทางอารมณ์


  • Entrepreneur / People-facing Roles

    ผู้ประกอบการหรือคนที่ต้องประสานงานกับผู้คนจำนวนมาก อาจมองหาความรู้ที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ การสื่อสาร และความสัมพันธ์ จิตวิทยาถูกนำไปประยุกต์ในธุรกิจและองค์กรอย่างกว้างขวาง รวมถึงเรื่องการสนับสนุนและพัฒนาคนในที่ทำงาน


Insight สำหรับการตัดสินใจ: อย่าเลือกคอร์สเพราะคิดว่าอาชีพของฉันต้องเรียนคอร์สนี้ แต่ให้ถามว่า ปัญหาหรือสถานการณ์อะไรในงานที่ฉันอยากรับมือได้ดีขึ้น?


คอร์ส Psychology กับ Counseling Skills ต่างกันอย่างไร?

สองคำนี้เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกัน


Psychology เป็นศาสตร์ที่กว้างกว่า ครอบคลุมการศึกษาความคิด อารมณ์ พฤติกรรม และกระบวนการต่าง ๆ ของมนุษย์ และมีการประยุกต์ใช้ในหลายสาขา

Counseling Skills ในบริบทของการฝึกทักษะ หมายถึงทักษะที่ใช้ในการพูดคุยและช่วยให้ผู้คนสำรวจความคิด ความรู้สึก และสถานการณ์ของตัวเอง เช่น การฟัง การตั้งคำถาม และการสะท้อนสิ่งที่ได้ยิน


ประเด็น

Psychology

Education

Counseling

Skills

Professional Psychological Practice

จุดเน้น

ความเข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์และพฤติกรรม

ทักษะการพูดคุย รับฟัง และให้ความช่วยเหลือในขอบเขตที่กำหนด

การปฏิบัติงานตามวิชาชีพ

เหมาะกับ

คนที่ต้องการความรู้ด้าน Psychology

คนที่ต้องการพัฒนาทักษะการรับฟัง/การให้คำปรึกษา

ผู้ที่ผ่านการศึกษาและข้อกำหนดของวิชาชีพ

รูปแบบการเรียน

ขึ้นอยู่กับหลักสูตร

มักเน้นทักษะและการฝึกปฏิบัติ

มีเส้นทางการศึกษาและข้อกำหนดเฉพาะ

ผลจากการเรียน

Short Course

เพิ่มความรู้และทักษะ

เพิ่มทักษะการให้ความช่วยเหลือในขอบเขตของหลักสูตร

ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากการอบรมระยะสั้น


Certificate สำคัญแค่ไหนในการเลือกคอร์ส?

Certificate มีความสำคัญมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับว่าคุณเรียนไปเพื่ออะไร ถ้าเรียนเพื่อพัฒนาตัวเอง สิ่งสำคัญอาจเป็นเนื้อหา คุณภาพการเรียนรู้ และทักษะที่นำไปใช้ได้จริง ถ้าเรียนเพื่อใช้ประกอบ Portfolio หรือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตัวเองในงาน Certificate อาจเป็นหลักฐานหนึ่งที่ช่วยบอกว่าคุณผ่านการเรียนรู้ตามหลักสูตรนั้น แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินใจ และถ้าคุณกำลังคิดถึงเส้นทางวิชาชีพ ต้องแยกเรื่องนี้ให้ชัดเจนมากขึ้น


Certificate สำคัญแค่ไหนในการเลือกคอร์ส?

ในประเทศไทยมีระบบขึ้นทะเบียนและใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาจิตวิทยาคลินิก ซึ่งเป็นเรื่องคนละส่วนกับ Certificate จากหลักสูตรอบรมระยะสั้น ดังนั้นก่อนสมัครหลักสูตร ควรถามให้ชัดว่า

  • Certificate ออกโดยใคร

  • เป็นหลักฐานการผ่านการอบรมหรือมีสถานะอื่น

  • ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร

  • หากต้องการเข้าสู่วิชาชีพ ต้องมีคุณสมบัติหรือการศึกษาต่ออะไรเพิ่มเติม


Insight สำหรับการตัดสินใจ: Certificate ควรเป็นหนึ่งในข้อมูลประกอบการเลือก ไม่ใช่ตัวแทนของคุณภาพการเรียนรู้ทั้งหมด


Certificate สำคัญแค่ไหนในการเลือกคอร์ส?

ไม่มีรูปแบบใดที่เหมาะกับทุกคน การเลือกควรดูจาก เป้าหมายของการเรียนและลักษณะของหลักสูตร


ประเด็น

Online

Onsite

เวลาและสถานที่

ยืดหยุ่นกว่าในหลายหลักสูตร

ต้องเดินทางและจัดเวลา

การเรียนรู้ด้วยตัวเอง

ทำได้สะดวก

ขึ้นอยู่กับรูปแบบคลาส

การมีปฏิสัมพันธ์

ขึ้นอยู่กับระบบและผู้สอน

มีปฏิสัมพันธ์ในสถานที่เรียนโดยตรง

การฝึกทักษะ

ทำได้ หากหลักสูตรออกแบบรองรับ

เหมาะกับการฝึกแบบมีคู่หรือกลุ่มในสถานที่

เหมาะกับ

คนที่ต้องการความยืดหยุ่น หรือเนื้อหาที่เรียนด้วยตัวเองได้

คนที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและการฝึกในห้อง


ถ้าเป็นคอร์สที่เน้นความรู้ อาจพิจารณาความยืดหยุ่นของ Online เป็นหลัก แต่ถ้าเป็นคอร์สที่ต้องฝึกทักษะ เช่น การฟัง การสื่อสาร หรือ Role Play ควรดูรายละเอียดว่าผู้จัดออกแบบกิจกรรมฝึกปฏิบัติไว้อย่างไร ไม่ควรตัดสินจากคำว่า Online หรือ Onsite เพียงอย่างเดียว


ถ้าสนใจเรียนกับ iSTRONG ควรเริ่มจากอะไร?

หากเป้าหมายของคุณอยู่ที่ ทักษะการรับฟังและการให้คำปรึกษา iSTRONG มี Certificate Program สำหรับนักให้คำปรึกษา 3 ระดับ ได้แก่ Fundamental, Advanced และ Professional 


  • Fundamental

    Fundamental เป็นระดับพื้นฐานของเส้นทางนี้ เป็น Counseling Training Program for Non-psychologist โดยเน้นหลักการและขั้นตอนของการให้คำปรึกษา ทัศนคติที่เหมาะสม ทักษะการสื่อสาร และการฝึกปฏิบัติ เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาการเรียนรู้ด้าน Counseling Skills ระดับเริ่มต้น

    ดูรายละเอียดหลักสูตร Fundamental


  • Advanced

    ระดับ Advanced เป็นการต่อยอดจาก Fundamental หรือสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานด้านจิตวิทยาตามเงื่อนไขของหลักสูตร โดยมีเนื้อหาที่ต่อยอดไปสู่แนวทางการให้คำปรึกษาที่ลึกขึ้น และมี CBT, Satir Track

    ดูรายละเอียดหลักสูตร Advanced


  • Professional

    Professional เป็นระดับต่อยอดจาก Advanced ตามเงื่อนไขของหลักสูตร โดยเน้นการบูรณาการองค์ความรู้และการประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น

    ดูรายละเอียดหลักสูตร Professional


ทั้งสามระดับจึงควรถูกมองเป็น Learning Path สำหรับคนที่ต้องการพัฒนาทักษะการให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการมองว่าแต่ละระดับเป็นเพียงชื่อ Certificate ที่สูงขึ้น และเช่นเดียวกับหลักสูตรอื่น ๆ การเรียนหลักสูตรดังกล่าวควรถูกแยกออกจากเส้นทางการประกอบวิชาชีพด้านจิตวิทยาที่มีข้อกำหนดเฉพาะ



สรุป การเลือกคอร์สจิตวิทยาจากเป้าหมาย ไม่ใช่แค่ชื่อคอร์ส

การเลือกคอร์สจิตวิทยาไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการหาว่าคอร์สไหนดี แต่ควรเริ่มจากการรู้ว่า เราอยากเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาตัวเองในเรื่องอะไร ลองใช้ Framework 4 ขั้นตอนนี้ก่อนตัดสินใจ


  • Step 1: Goal ฉันเรียนไปเพื่ออะไร?

    พัฒนาตัวเอง เข้าใจคน ใช้กับงาน พัฒนาการสื่อสาร หรือฝึก Counseling Skills


  • Step 2: Desired Skill หลังเรียนจบ ฉันอยากทำอะไรได้มากขึ้น?

    เช่น ฟังคนได้ดีขึ้น สื่อสารได้ดีขึ้น เข้าใจอารมณ์มากขึ้น หรือมีทักษะในการพูดคุยกับคนที่กำลังเผชิญปัญหา


  • Step 3: Course Criteria หลักสูตรนี้มีอะไรที่จะช่วยให้ฉันพัฒนาทักษะนั้นได้?

    ดูเนื้อหา ระดับผู้เรียน ผู้สอน การฝึกปฏิบัติ รูปแบบการเรียน Certificate และการให้ Feedback


  • Step 4: Course Fit เมื่อเทียบกับเป้าหมายของฉันแล้ว หลักสูตรนี้ตรงแค่ไหน?

    ไม่จำเป็นต้องหาคอร์สที่ครอบคลุมทุกอย่าง แต่ควรหาคอร์สที่ ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการพัฒนาในช่วงเวลานั้น เพราะคอร์สจิตวิทยาที่เหมาะกับคนหนึ่ง อาจไม่ใช่หลักสูตรเดียวกับอีกคน


สิ่งที่สำคัญที่สุดจึงไม่ใช่ชื่อคอร์ส ราคา หรือจำนวนหัวข้อที่เรียน แต่คือ หลังจากเรียนแล้ว ความรู้และทักษะเหล่านั้นตอบโจทย์สิ่งที่คุณอยากทำได้มากขึ้นหรือไม่ หากคุณเริ่มเห็นแล้วว่าตัวเองต้องการพัฒนาทักษะด้านไหน ขั้นต่อไปคือดูรายละเอียดหลักสูตรที่ตรงกับเป้าหมายของคุณ แล้วพิจารณาเนื้อหา รูปแบบการเรียน และโอกาสในการฝึกปฏิบัติก่อนตัดสินใจ


สำหรับคนที่กำลังมองหาหลักสูตรเพื่อเริ่มต้นเรียนรู้ด้านจิตวิทยาและทักษะการให้คำปรึกษา สามารถศึกษารายละเอียดของ คอร์สเรียนจิตวิทยา หรือ หลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษาระดับ Fundamental จาก iSTRONG เพื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายของตัวเองได้ว่าตอบโจทย์ไหม และรูปแบบการเรียนแบบใดเหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการพัฒนามากที่สุด


iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong



iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2026 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page