สนใจทักษะจิตวิทยา แต่ไม่รู้จะเลือกเรียนแบบไหน วิธีเลือกให้ตรงกับเป้าหมายของตัวเอง

อยากเรียนจิตวิทยา แต่พอค้นหาคำว่า “คอร์สจิตวิทยา” กลับเจอหลักสูตรเต็มไปหมด ทั้ง Psychology, Counseling Skills, จิตวิทยาการสื่อสาร, CBT, Satir รวมถึงคอร์สสำหรับพัฒนาตัวเองและคอร์สที่ออกแบบมาสำหรับการทำงาน แล้วเราควรเลือกจากอะไร? คำตอบคือ อย่าเริ่มจากชื่อคอร์ส ให้เริ่มจากสิ่งที่คุณอยากทำได้มากขึ้นหลังเรียน ถ้าอยากเข้าใจตัวเองมากขึ้น คอร์สที่เน้น Self-awareness และความเข้าใจอารมณ์อาจตอบโจทย์มากกว่า
หากต้องการนำไปใช้กับการทำงาน อาจมองหาทักษะด้านการสื่อสาร การเข้าใจคน และการทำงานร่วมกับผู้อื่น แต่ถ้าสนใจการรับฟังและการให้คำปรึกษา ก็ควรมองหาหลักสูตรที่มีทั้งพื้นฐานและการฝึกปฏิบัติ ดังนั้น ก่อนถามว่าคอร์สจิตวิทยาที่ไหนดี ลองถามตัวเองก่อนว่า “ฉันอยากเรียนไปเพื่ออะไร” ถ้าคุณยังไม่แน่ใจว่าควรเริ่มเรียนจิตวิทยาจากอะไร สามารถอ่านบทความ อยากเรียนทักษะจิตวิทยา ควรเริ่มจากอะไร เพิ่มเติมได้ เพราะบทความนั้นเน้นเรื่องจุดเริ่มต้น ส่วนบทความนี้จะพาไปอีกขั้น คือ เมื่อรู้ว่าตัวเองสนใจแล้ว จะเลือกหลักสูตรอย่างไร
ก่อนเลือกคอร์สจิตวิทยา ลองตอบ 3 คำถามนี้ก่อน
การเลือกคอร์สจะง่ายขึ้นมาก หากเริ่มจาก 3 คำถามต่อไปนี้
เรียนไปเพื่ออะไร
ลองระบุเป้าหมายให้ชัดที่สุด เช่น
- อยากเข้าใจตัวเองมากขึ้น
- อยากเข้าใจคนรอบตัว
- อยากพัฒนาการสื่อสาร
- อยากนำไปใช้กับงาน
- อยากฝึกการฟัง
- อยากพัฒนาทักษะการให้คำปรึกษา
- อยากศึกษาจิตวิทยาเป็นความรู้เพิ่มเติม
- สนใจต่อยอดไปสู่เส้นทางการศึกษาในระดับที่ลึกขึ้น
- เป้าหมายแต่ละแบบอาจนำไปสู่หลักสูตรที่แตกต่างกัน
อยากนำไปใช้กับเรื่องอะไร
คำถามนี้ช่วยแยกความรู้ที่อยากมี ออกจากทักษะที่อยากใช้ เช่น หากอยากเข้าใจตัวเองมากขึ้น อาจต้องการความรู้เกี่ยวกับความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม แต่ถ้าต้องการนำไปใช้ในการทำงานกับคน อาจต้องการทักษะการฟัง การตั้งคำถาม และการสื่อสารเพิ่มเติม
หลังเรียนจบ อยากทำอะไรได้มากขึ้น
นี่อาจเป็นคำถามที่สำคัญที่สุดแทนที่จะคิดว่าอยากเรียนจิตวิทยา ลองเปลี่ยนเป็นหลังเรียนจบ ฉันอยากฟังคนอื่นได้ดีขึ้นหรือฉันอยากเข้าใจอารมณ์ของตัวเองมากขึ้น หรือฉันอยากคุยกับลูกน้องในสถานการณ์ยาก ๆ ได้ดีขึ้นหรือฉันอยากมีพื้นฐานในการรับฟังและให้คำปรึกษา
เมื่อเป้าหมายเปลี่ยนจาก “อยากรู้” เป็นอยากทำอะไรได้ การเลือกคอร์สจะชัดเจนขึ้นมาก
ถ้าเป้าหมายต่างกัน ควรเลือกคอร์สจิตวิทยาแบบไหน?
ไม่มีคอร์สประเภทเดียวที่ตอบโจทย์ทุกคน เพราะการเรียนจิตวิทยา สามารถหมายถึงเป้าหมายที่แตกต่างกันได้
เป้าหมาย | สิ่งที่ควรมองหา | ตัวอย่างทักษะหรือเนื้อหา |
พัฒนาตัวเอง | Psychology พื้นฐาน / Self-awareness | ความคิด อารมณ์ พฤติกรรม การรู้จักตัวเอง |
เข้าใจคน | Human behavior / Psychology | ความแตกต่างระหว่างบุคคล อารมณ์ พฤติกรรม |
พัฒนาการสื่อสาร | Communication Psychology | การฟัง การสื่อสาร การเข้าใจมุมมองของผู้อื่น |
ใช้กับงาน | Psychology + People Skills | การฟัง การสื่อสาร การทำงานกับคน ความสัมพันธ์ในทีม |
ฝึกการรับฟังและช่วยเหลือ | Counseling Skills | Active Listening การตั้งคำถาม การสะท้อนความรู้สึก |
สนใจแนวทางเฉพาะ | Specialist Approach | เช่น CBT หรือ Satir ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร |
ต้องการเข้าสู่สายวิชาชีพ | Formal Education / Professional Pathway | ต้องตรวจสอบคุณวุฒิ การศึกษา การขึ้นทะเบียน และข้อกำหนดของวิชาชีพ |
Psychology เป็นศาสตร์ที่มีขอบเขตกว้างและสามารถนำไปประยุกต์ในหลายบริบท ทั้งธุรกิจ การศึกษา เทคโนโลยี สุขภาพ และการทำงานกับผู้คน ดังนั้นการเรียนจิตวิทยาจึงไม่ได้หมายความว่าจะต้องมุ่งไปสู่งานด้านการรักษาเสมอไป ในทางกลับกัน หากเป้าหมายคือการฝึกทักษะการรับฟังและการให้คำปรึกษาโดยเฉพาะ ก็ควรมองหาหลักสูตรที่มีการฝึกทักษะเหล่านี้โดยตรง ไม่ใช่เลือกเพียงเพราะมีคำว่า “Psychology” อยู่ในชื่อหลักสูตร
Insight สำหรับการตัดสินใจ: อย่าดูเพียงว่าคอร์สมีหัวข้ออะไร แต่ให้ดูว่าหัวข้อเหล่านั้นพาคุณเข้าใกล้สิ่งที่อยากทำได้มากขึ้นหรือไม่
7 เรื่องที่ควรดูก่อนเลือกคอร์สจิตวิทยา
เมื่อมีเป้าหมายแล้ว ขั้นต่อมาคือการประเมินหลักสูตร
เป้าหมายของหลักสูตร
อ่านคำอธิบายหลักสูตรแล้วลองถามว่า “หลักสูตรนี้ต้องการพัฒนาผู้เรียนให้ทำอะไรไ” ถ้าคำอธิบายเน้นความรู้พื้นฐาน หลักสูตรนั้นอาจตอบโจทย์คนที่ต้องการทำความเข้าใจ Psychology ในภาพกว้าง ถ้าเน้นทักษะและการฝึกปฏิบัติ ก็อาจเหมาะกับคนที่ต้องการนำไปใช้จริง สิ่งสำคัญคืออย่าเลือกจากชื่อที่ฟังดูน่าสนใจเพียงอย่างเดียว
เนื้อหาและระดับของหลักสูตร
ดูว่าหลักสูตรอยู่ในระดับไหน
Beginner
Intermediate
Advanced
Specialist
และมีพื้นฐานที่ผู้เรียนควรมีก่อนหรือไม่ ตัวอย่างเช่น หลักสูตรที่เน้น CBT หรือแนวทางเฉพาะอาจมีเนื้อหาที่ลึกกว่าหลักสูตรพื้นฐาน ดังนั้นควรดูโครงสร้างหลักสูตรก่อนสมัคร
ผู้สอน
ควรตรวจสอบข้อมูลผู้สอนจากแหล่งข้อมูลของผู้จัดหลักสูตรโดยตรง เช่น
คุณวุฒิ
ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง
บทบาทในหลักสูตร
ความเชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่สอน
ไม่ควรตัดสินจากชื่อเสียงหรือคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว
มี Practical หรือไม่
ถ้าคุณต้องการทักษะไม่ใช่แค่ความรู้ ให้ดูว่ามีการฝึกปฏิบัติหรือไม่ ตัวอย่างเช่น
Workshop
Role Play
Case Study
Feedback จากผู้สอน
เพราะการอ่านหรือฟังทฤษฎีกับการนำทักษะไปใช้จริงเป็นคนละประสบการณ์
รูปแบบการเรียน
พิจารณาว่ารูปแบบไหนเข้ากับวิธีเรียนและข้อจำกัดของคุณ
Online อาจเหมาะกับคนที่ต้องการความยืดหยุ่นด้านเวลาและสถานที่
Onsite อาจเหมาะกับผู้ที่ต้องการการมีส่วนร่วมในห้องเรียนและการฝึกกับผู้อื่นโดยตรง
ไม่มีคำตอบว่ารูปแบบใดเหมาะกับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับเป้าหมาย เนื้อหา และวิธีการสอนของแต่ละหลักสูตร
Certificate
อย่าเลือกหลักสูตรเพียงเพราะมี Certificate ให้ถามต่อว่า Certificate นั้นหมายถึงอะไร ใครเป็นผู้ออก และสอดคล้องกับเป้าหมายของคุณหรือไม่ ถ้าเรียนเพื่อพัฒนาตัวเองหรือเพิ่มทักษะสำหรับการทำงาน สิ่งสำคัญอาจอยู่ที่ความรู้และทักษะที่ได้รับ แต่ถ้า Certificate เป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมายด้านการศึกษา การทำงาน หรือการต่อยอดทางอาชีพ ควรตรวจสอบสถานะและการยอมรับของ Certificate นั้นโดยตรง
Support และ Feedback
ถ้าคุณกำลังเรียนทักษะที่ต้องฝึก การมีโอกาสได้รับ Feedback อาจเป็นสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาด้วยลองดูว่าในหลักสูตรมี
การให้ Feedback หรือไม่
มีผู้สอนหรือทีมสนับสนุนหรือไม่
มีการฝึกซ้ำหรือไม่
มี Community หรือการติดตามหลังเรียนหรือไม่
Insight สำหรับการตัดสินใจ: หากต้องเปรียบเทียบ 2–3 หลักสูตร ให้ใช้เกณฑ์เดียวกันทั้งหมด แล้วดูว่าแต่ละหลักสูตรตอบเป้าหมายของคุณตรงจุดไหนบ้าง แทนการถามว่าอันไหนดีกว่า
ถ้าไม่มีพื้นฐานด้านจิตวิทยา เริ่มฝึกได้ไหม
ได้และไม่จำเป็นต้องรอให้มีพื้นฐานมาก่อนจึงจะเริ่มเรียนได้ แต่ควรเลือกทักษะให้เหมาะกับเป้าหมายที่เราต้องการ โดยเริ่มจากเนื้อหาที่เหมาะกับระดับของตัวเอง เช่น
ความเข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์และพฤติกรรม
การเข้าใจอารมณ์
การสื่อสาร
การฟัง
การตั้งคำถาม
หลักการและขั้นตอนของที่สำคัญ
สำหรับคนที่ไม่เคยเรียนมาก่อน สิ่งที่ควรระวังคือการกระโดดเข้าไปเรียนเนื้อหาที่เฉพาะทางมากเกินไปตั้งแต่แรก เพราะอาจทำให้รู้ศัพท์จำนวนมาก แต่ยังไม่เข้าใจว่าจะนำความรู้เหล่านั้นไปใช้กับสถานการณ์จริงอย่างไร จุดเริ่มต้นที่ดีจึงควรเป็นหลักสูตรที่ช่วยสร้าง “พื้นฐานความเข้าใจ” ก่อน แล้วจึงค่อยต่อยอดไปยังศาสตร์หรือเครื่องมือที่ลึกขึ้น
ถ้าเป็นคนทำงาน ควรเลือกคอร์สจิตวิทยาอย่างไร?
สำหรับคนทำงาน การเลือกคอร์สควรเริ่มจากสถานการณ์ที่คุณต้องการนำทักษะไปใช้ มากกว่าตำแหน่งงานเพียงอย่างเดียว
HR
หากต้องทำงานกับพนักงาน การรับฟัง การสื่อสาร การเข้าใจความแตกต่างระหว่างบุคคล และการจัดการบทสนทนาที่ละเอียดอ่อนอาจเป็นทักษะที่ควรพิจารณา
Manager / Leader
ผู้จัดการต้องสื่อสารกับคนที่มีพื้นฐาน ความคิด และการตอบสนองแตกต่างกัน จึงอาจมองหาหลักสูตรที่ช่วยพัฒนาการฟัง การตั้งคำถาม การสื่อสาร และการเข้าใจอารมณ์ WHO เองมีคำแนะนำด้าน Mental Health at Work ที่ครอบคลุมทั้งการฝึกอบรมผู้จัดการและพนักงาน โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและช่วยให้คนทำงานเข้าถึงการสนับสนุนที่เหมาะสม ไม่ใช่เปลี่ยนผู้จัดการให้กลายเป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต
Sales / Customer Service
คนที่ทำงานกับลูกค้าทุกวันอาจให้ความสำคัญกับการฟัง การเข้าใจความต้องการ การสื่อสาร และการรับมือกับสถานการณ์ทางอารมณ์
Entrepreneur / People-facing Roles
ผู้ประกอบการหรือคนที่ต้องประสานงานกับผู้คนจำนวนมาก อาจมองหาความรู้ที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมมนุษย์ การสื่อสาร และความสัมพันธ์ จิตวิทยาถูกนำไปประยุกต์ในธุรกิจและองค์กรอย่างกว้างขวาง รวมถึงเรื่องการสนับสนุนและพัฒนาคนในที่ทำงาน
Insight สำหรับการตัดสินใจ: อย่าเลือกคอร์สเพราะคิดว่าอาชีพของฉันต้องเรียนคอร์สนี้ แต่ให้ถามว่า ปัญหาหรือสถานการณ์อะไรในงานที่ฉันอยากรับมือได้ดีขึ้น?
คอร์ส Psychology กับ Counseling Skills ต่างกันอย่างไร?
สองคำนี้เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ได้หมายถึงสิ่งเดียวกัน
Psychology เป็นศาสตร์ที่กว้างกว่า ครอบคลุมการศึกษาความคิด อารมณ์ พฤติกรรม และกระบวนการต่าง ๆ ของมนุษย์ และมีการประยุกต์ใช้ในหลายสาขา
Counseling Skills ในบริบทของการฝึกทักษะ หมายถึงทักษะที่ใช้ในการพูดคุยและช่วยให้ผู้คนสำรวจความคิด ความรู้สึก และสถานการณ์ของตัวเอง เช่น การฟัง การตั้งคำถาม และการสะท้อนสิ่งที่ได้ยิน
ประเด็น | Psychology Education | Counseling Skills | Professional Psychological Practice |
จุดเน้น | ความเข้าใจเกี่ยวกับมนุษย์และพฤติกรรม | ทักษะการพูดคุย รับฟัง และให้ความช่วยเหลือในขอบเขตที่กำหนด | การปฏิบัติงานตามวิชาชีพ |
เหมาะกับ | คนที่ต้องการความรู้ด้าน Psychology | คนที่ต้องการพัฒนาทักษะการรับฟัง/การให้คำปรึกษา | ผู้ที่ผ่านการศึกษาและข้อกำหนดของวิชาชีพ |
รูปแบบการเรียน | ขึ้นอยู่กับหลักสูตร | มักเน้นทักษะและการฝึกปฏิบัติ | มีเส้นทางการศึกษาและข้อกำหนดเฉพาะ |
ผลจากการเรียน Short Course | เพิ่มความรู้และทักษะ | เพิ่มทักษะการให้ความช่วยเหลือในขอบเขตของหลักสูตร | ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากการอบรมระยะสั้น |
Certificate สำคัญแค่ไหนในการเลือกคอร์ส?
Certificate มีความสำคัญมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับว่าคุณเรียนไปเพื่ออะไร ถ้าเรียนเพื่อพัฒนาตัวเอง สิ่งสำคัญอาจเป็นเนื้อหา คุณภาพการเรียนรู้ และทักษะที่นำไปใช้ได้จริง ถ้าเรียนเพื่อใช้ประกอบ Portfolio หรือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาตัวเองในงาน Certificate อาจเป็นหลักฐานหนึ่งที่ช่วยบอกว่าคุณผ่านการเรียนรู้ตามหลักสูตรนั้น แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เดียวในการตัดสินใจ และถ้าคุณกำลังคิดถึงเส้นทางวิชาชีพ ต้องแยกเรื่องนี้ให้ชัดเจนมากขึ้น
Certificate สำคัญแค่ไหนในการเลือกคอร์ส?
ในประเทศไทยมีระบบขึ้นทะเบียนและใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาจิตวิทยาคลินิก ซึ่งเป็นเรื่องคนละส่วนกับ Certificate จากหลักสูตรอบรมระยะสั้น ดังนั้นก่อนสมัครหลักสูตร ควรถามให้ชัดว่า
Certificate ออกโดยใคร
เป็นหลักฐานการผ่านการอบรมหรือมีสถานะอื่น
ใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร
หากต้องการเข้าสู่วิชาชีพ ต้องมีคุณสมบัติหรือการศึกษาต่ออะไรเพิ่มเติม
Insight สำหรับการตัดสินใจ: Certificate ควรเป็นหนึ่งในข้อมูลประกอบการเลือก ไม่ใช่ตัวแทนของคุณภาพการเรียนรู้ทั้งหมด
Certificate สำคัญแค่ไหนในการเลือกคอร์ส?
ไม่มีรูปแบบใดที่เหมาะกับทุกคน การเลือกควรดูจาก เป้าหมายของการเรียนและลักษณะของหลักสูตร
ประเด็น | Online | Onsite |
เวลาและสถานที่ | ยืดหยุ่นกว่าในหลายหลักสูตร | ต้องเดินทางและจัดเวลา |
การเรียนรู้ด้วยตัวเอง | ทำได้สะดวก | ขึ้นอยู่กับรูปแบบคลาส |
การมีปฏิสัมพันธ์ | ขึ้นอยู่กับระบบและผู้สอน | มีปฏิสัมพันธ์ในสถานที่เรียนโดยตรง |
การฝึกทักษะ | ทำได้ หากหลักสูตรออกแบบรองรับ | เหมาะกับการฝึกแบบมีคู่หรือกลุ่มในสถานที่ |
เหมาะกับ | คนที่ต้องการความยืดหยุ่น หรือเนื้อหาที่เรียนด้วยตัวเองได้ | คนที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมและการฝึกในห้อง |
ถ้าเป็นคอร์สที่เน้นความรู้ อาจพิจารณาความยืดหยุ่นของ Online เป็นหลัก แต่ถ้าเป็นคอร์สที่ต้องฝึกทักษะ เช่น การฟัง การสื่อสาร หรือ Role Play ควรดูรายละเอียดว่าผู้จัดออกแบบกิจกรรมฝึกปฏิบัติไว้อย่างไร ไม่ควรตัดสินจากคำว่า Online หรือ Onsite เพียงอย่างเดียว
ถ้าสนใจเรียนกับ iSTRONG ควรเริ่มจากอะไร?
หากเป้าหมายของคุณอยู่ที่ ทักษะการรับฟังและการให้คำปรึกษา iSTRONG มี Certificate Program สำหรับนักให้คำปรึกษา 3 ระดับ ได้แก่ Fundamental, Advanced และ Professional
Fundamental
Fundamental เป็นระดับพื้นฐานของเส้นทางนี้ เป็น Counseling Training Program for Non-psychologist โดยเน้นหลักการและขั้นตอนของการให้คำปรึกษา ทัศนคติที่เหมาะสม ทักษะการสื่อสาร และการฝึกปฏิบัติ เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาการเรียนรู้ด้าน Counseling Skills ระดับเริ่มต้น
Advanced
ระดับ Advanced เป็นการต่อยอดจาก Fundamental หรือสำหรับผู้ที่มีพื้นฐานด้านจิตวิทยาตามเงื่อนไขของหลักสูตร โดยมีเนื้อหาที่ต่อยอดไปสู่แนวทางการให้คำปรึกษาที่ลึกขึ้น และมี CBT, Satir Track
Professional
Professional เป็นระดับต่อยอดจาก Advanced ตามเงื่อนไขของหลักสูตร โดยเน้นการบูรณาการองค์ความรู้และการประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น
ทั้งสามระดับจึงควรถูกมองเป็น Learning Path สำหรับคนที่ต้องการพัฒนาทักษะการให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง มากกว่าการมองว่าแต่ละระดับเป็นเพียงชื่อ Certificate ที่สูงขึ้น และเช่นเดียวกับหลักสูตรอื่น ๆ การเรียนหลักสูตรดังกล่าวควรถูกแยกออกจากเส้นทางการประกอบวิชาชีพด้านจิตวิทยาที่มีข้อกำหนดเฉพาะ
สรุป การเลือกคอร์สจิตวิทยาจากเป้าหมาย ไม่ใช่แค่ชื่อคอร์ส
การเลือกคอร์สจิตวิทยาไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการหาว่าคอร์สไหนดี แต่ควรเริ่มจากการรู้ว่า เราอยากเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาตัวเองในเรื่องอะไร ลองใช้ Framework 4 ขั้นตอนนี้ก่อนตัดสินใจ
Step 1: Goal ฉันเรียนไปเพื่ออะไร?
พัฒนาตัวเอง เข้าใจคน ใช้กับงาน พัฒนาการสื่อสาร หรือฝึก Counseling Skills
Step 2: Desired Skill หลังเรียนจบ ฉันอยากทำอะไรได้มากขึ้น?
เช่น ฟังคนได้ดีขึ้น สื่อสารได้ดีขึ้น เข้าใจอารมณ์มากขึ้น หรือมีทักษะในการพูดคุยกับคนที่กำลังเผชิญปัญหา
Step 3: Course Criteria หลักสูตรนี้มีอะไรที่จะช่วยให้ฉันพัฒนาทักษะนั้นได้?
ดูเนื้อหา ระดับผู้เรียน ผู้สอน การฝึกปฏิบัติ รูปแบบการเรียน Certificate และการให้ Feedback
Step 4: Course Fit เมื่อเทียบกับเป้าหมายของฉันแล้ว หลักสูตรนี้ตรงแค่ไหน?
ไม่จำเป็นต้องหาคอร์สที่ครอบคลุมทุกอย่าง แต่ควรหาคอร์สที่ ตรงกับสิ่งที่คุณต้องการพัฒนาในช่วงเวลานั้น เพราะคอร์สจิตวิทยาที่เหมาะกับคนหนึ่ง อาจไม่ใช่หลักสูตรเดียวกับอีกคน
สิ่งที่สำคัญที่สุดจึงไม่ใช่ชื่อคอร์ส ราคา หรือจำนวนหัวข้อที่เรียน แต่คือ หลังจากเรียนแล้ว ความรู้และทักษะเหล่านั้นตอบโจทย์สิ่งที่คุณอยากทำได้มากขึ้นหรือไม่ หากคุณเริ่มเห็นแล้วว่าตัวเองต้องการพัฒนาทักษะด้านไหน ขั้นต่อไปคือดูรายละเอียดหลักสูตรที่ตรงกับเป้าหมายของคุณ แล้วพิจารณาเนื้อหา รูปแบบการเรียน และโอกาสในการฝึกปฏิบัติก่อนตัดสินใจ
สำหรับคนที่กำลังมองหาหลักสูตรเพื่อเริ่มต้นเรียนรู้ด้านจิตวิทยาและทักษะการให้คำปรึกษา สามารถศึกษารายละเอียดของ คอร์สเรียนจิตวิทยา หรือ หลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษาระดับ Fundamental จาก iSTRONG เพื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายของตัวเองได้ว่าตอบโจทย์ไหม และรูปแบบการเรียนแบบใดเหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการพัฒนามากที่สุด
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
