Fantastic Four : First Steps กับ Parental Anxiety รับมืออย่างไรดีเมื่อต้องเป็นพ่อแม่มือใหม่

Fantastic Four: First Steps เป็นการนำคอมมิคยอดนิยมของ Marvel มาสร้างใหม่ มีการตีความใหม่ภายใต้แนวคิดครอบครัวที่ชัดเจน จึงส่งผลให้ตัวละครมีความอบอุ่น สนิทสนม และดูเป็นทีมเวิร์ค (Team Work) อย่างที่ Fantastic Four ควรจะเป็น ทั้งนี้ระหว่างการดำเนินเรื่องเพื่อพิทักษ์โลก นอกจากฉากต่อสู้ ฉากปล่อยพลัง ฉากอวกาศสุดอลังการแล้ว
เราจะได้เห็นภาวะ Parental Anxiety กับการเป็นพ่อแม่มือใหม่ของ Reed Richards หรือ Mr.Fantastic หัวหน้าทีม Fantastic Four ผู้เป็นสมองของทีม ซึ่งกำลังกลายเป็นคุณพ่อมือใหม่ และ Susan Storm Richards หรือ Invisible Woman ภรรยาของหัวหน้าทีม Fantastic Four ผู้เป็นหัวใจของทีม และเป็นสุดยอดคุณแม่
การได้เป็นคุณแม่มือใหม่ ทำให้ Sue รู้สึกดีและมีความหวังอย่างมาก แต่ในขณะที่ Reed แทบจะประสาทเสีย วิตกกังวลไปหมด โดยเฉพาะเรื่องที่เขาและภรรยาถูกพายุคอสมิคเปลี่ยน DNA ให้กลายเป็นยอดมนุษย์ ซึ่งมันอาจส่งผลต่อลูกของเขาที่กำลังจะเกิดมา นั่นจึงทำให้เราเห็นว่า Reed พยายามเตรียมความพร้อมทุกอย่างเพื่อต้อนรับลูกของเขา
เช่น เปลี่ยนบ้านให้ปลอดภัยต่อลูก สร้างโดรนเพื่อกวาดล้างอาชญากรรมในเมือง สร้างเครื่องมือเพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์และความพิเศษของลูก และทำอีกมากมายหลายสิ่ง จน Sue ต้องคอยให้กำลังใจว่าเราดูแลเขาได้ เรารับมือกับสิ่งที่จะตามมาได้ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ Reed วิตกกังวลต่อการเป็นพ่อแม่มือใหม่น้อยลง
ในทางจิตวิทยา ภาวะวิตกกังวลต่อการเป็นพ่อแม่มือใหม่ที่ Reed เผชิญอยู่นั้น เรียกว่า Parental Anxiety เป็นภาวะทางจิตวิทยาที่พ่อแม่รู้สึกวิตกกังวลเกี่ยวกับการดูแลลูกและเลี้ยงดูลูก ไม่ว่าจะในด้านสุขภาพ ความปลอดภัย พัฒนาการ หรืออนาคตของลูก โดยเฉพาะพ่อแม่มือใหม่ มักมีความรู้สึกไม่มั่นใจ กลัวทำผิดพลาด และมีความคาดหวังสูงต่อตนเอง
ซึ่งส่งผลให้เกิดความเครียด หรือแม้แต่ภาวะวิตกกังวลเรื้อรังได้ โดยความวิตกกังวลนี้อาจแสดงออกในหลายรูปแบบ เช่น การกังวลมากเกินไปต่อพฤติกรรมเล็กน้อยของลูก การตรวจสุขภาพลูกถี่เกินจำเป็น มีความรู้สึกผิดหากรู้สึกเหนื่อยหรือหมดไฟกับการเลี้ยงลูก มีความเครียดหากรู้สึกว่าตนเองไม่ใช่พ่อแม่ที่ “ดีพอ” (Good enough parent)
ทั้งนี้ มีงานวิจัยทางจิตวิทยา พบว่า Parental Anxiety มีความสัมพันธ์กับ Parenting Self-efficacy โดยหากพ่อแม่ มี Parenting Self-efficacy ต่ำ จะส่งผลให้มีภาวะ Parental Anxiety สูง นำไปสู่ภาวะหมดไฟในการเลี้ยงลูก (Parental Burnout) ได้
จากงานวิจัยทางจิตวิทยา พบว่า Parental Anxiety มีอาการเด่น ดังนี้
มีความกังวลมากเกินเหตุ
พ่อแม่ที่มีภาวะ Parental Anxiety จะมีความกังวลเกี่ยวกับการเลี้ยงลูก การดูแลลูกอย่างมาก เพราะกลัวว่าจะดูแลลูกได้ไม่ดีพอ ดังที่ Reed มีความกังวลว่าลูกจะมี “ความพิเศษ” มากกว่าคนปกติ จนเกิดอันตราย หรือมีปัญหากับตัวลูกเอง จึงพยายามคิดป้องกันเหตุโดยการทุ่มเวลากับการสร้างเครื่องมือพิเศษขึ้นมาจนไม่มีเวลาไปทำงานอื่น
มีการตรวจสอบลูกตลอดเวลา
เมื่อลูกคลอดออกมา พ่อแม่มือใหม่ที่มีภาวะ Parental Anxiety จะมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของลูก จนต้องคอยตรวจสอบดูอยู่ตลอดว่า ลูกนอนหลับสบายไหม ตอนนอนยังหายใจอยู่หรือไม่ เวลาลูกหัดเดิน หรือเริ่มวิ่ง ก็คอยระวังทุกฝีก้าว เพราะกังวลว่าลูกจะได้รับอันตราย เหมือนใน Fantastic Four ที่ Reed มักจะตรวจสอบร่างกายลูกและพลังของลูกผ่านเครื่องมือพิเศษที่เขาสร้างขึ้นมา
มีอาการผิดปกติทางกายเมื่อวิตกกังวลเรื่องลูก
ภาวะ Parental Anxiety ส่งผลให้พ่อแม่ที่มีความวิตกกังวลสูงมักจะมีอาการผิดปกติทางกายเมื่อกังวลเรื่องลูก โดยจะมีอาการคลายโรคแพนิค (Panic Disorder) เช่น ใจสั่น หายใจหอบถี่ เหงื่ออก หัวใจเต้นเร็ว หรืออ่อนเพลียเรื้อรัง ดังเช่น Reed ที่หมกหมุ่นอยู่กับความคิดว่าลูกมี “ความพิเศษ” ที่เป็นอันตรายต่อลูกเอง จนดูเหนื่อย ดูอ่อนเพลียตลอดเวลา แตกต่างจาก Sue ผู้มีความสุขกับการมีลูก จะดูสดใส มีชีวิตชีวา
อารมณ์แปรปรวน
แม้ว่า Reed จะไม่มีความอารมณ์แปรปรวนให้เห็น แต่เราจะเห็นว่า Sue ผู้ที่ในสถานการณ์ปกติจะมีความสุขกับการเลี้ยงลูก แต่เมื่อเกิดอันตรายกับลูก ไม่ว่าจะตอนที่ลูกกำลังจะถูกลักพาตัว หรือตอนที่ชาวเมืองตั้งท่าเกลียดลูก Sue จะกลายเป็นคุณแม่ผู้เดือดดาลทันที
มักหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้
เมื่ออยู่ในภาวะ Parental Anxiety การควบคุมสถานการณ์ปกติก็ดูจะเป็นเรื่องยากสำหรับพ่อแม่มือใหม่ เพราะเพียงแค่จะพาลูกออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ก็ดูจะเป็นเรื่องใหญ่และอาจสร้างอันตรายต่อลูกได้ แต่ใน Fantastic Four นั้น ทั้ง Reed และ Sue ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่อยู่ในระดับวิกฤต ทั้งสองคนจึงมักจะหลีกเลี่ยงสถานการณ์กดดันอื่น ๆ เช่น การให้สัมภาษณ์สื่อ การอยู่ท่ามกลางสาธารณะชน เพราะที่เจออยู่ก็หนักมากพอแล้ว
เกิดความรู้สึกผิด และโทษตนเองบ่อย ๆ
ตั้งแต่รู้ว่า Sue ตั้งครรภ์ จนเกิดเรื่องระดับโลกแตก Reed ก็ได้แต่โทษตัวเองว่าเป็นเพราะเขาจึงทำให้ทุกคนเดือดร้อน เขาเฝ้าแต่คิดว่าถ้าเขาไม่พา Sue ขึ้นไปบนอวกาศ จนเจอกับพายุคอสมิค ร่างกายของทั้งสองก็ยังคงปกติ ลูกก็ไม่ต้องเกิดมาพร้อมความพิเศษ ที่นำพาตัวร้ายกินโลกมาหาพวกเขา จน Ben Grimm หรือ Thing เพื่อนสนิทต้องคอยเตือนสติให้อยู่กับปัจจุบัน
จะเห็นได้ว่า Parental Anxiety นั้นส่งผลกระทบต่อพ่อแม่ ทั้งด้านจิตใจ ร่างกาย ความสัมพันธ์ และคุณภาพชีวิตโดยรวม ซึ่งหากปล่อยไว้นาน อาจพัฒนาไปเป็นภาวะทางจิตเวชอื่นได้ เช่น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หรือภาวะหมดไฟในการเป็นพ่อแม่ (Parental Burnout) ด้วยเหตุนี้ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาจึงได้แนะนำวิธีรับมือกับภาวะ Parental Anxiety เอาไว้ ดังนี้ค่ะ
เพิ่มความรู้ด้านพัฒนาการเด็กและบทบาทการเป็นพ่อแม่
เมื่อความวิตกกังวล เป็นศัตรูตัวร้ายของการเป็นพ่อแม่ ดังนั้นเราจึงต้องติดอาวุธโดยการเพิ่มความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการเลี้ยงลูก เพราะการมีความรู้ในระดับที่เหมาะสมจะสามารถเสริมสร้าง Self-efficacy ให้แก่พ่อแม่มือใหม่ ซึ่งจะช่วยลดความวิตกกังวลได้
ฝึกสติและการอยู่กับปัจจุบัน
พ่อแม่มือใหม่มักจะกังวลกับอนาคตที่ยังไม่เกิด ดังนั้นการฝึกสติจะสามารถช่วยให้พ่อแม่รับรู้ความคิดและอารมณ์ของตนโดยไม่ตัดสิน อยู่กับปัจจุบัน ลดการคิดล่วงหน้าได้
ตั้งความคาดหวังอย่างสมจริง
พ่อแม่จำนวนมากมีแนวโน้มยึดติดกับ “ความสมบูรณ์แบบ” โดย Winnicott นักจิตวิเคราะห์ชาวอังกฤษ ได้แนะนำวิธีการรับมือกับความวิตกกังวลของพ่อแม่มือใหม่ผ่านแนวคิด “Good Enough Parent” หรือ “พ่อแม่ที่ดีพอ” ว่าเพียงทำหน้าที่ด้วยความใส่ใจ ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ ก็เพียงพอต่อการส่งเสริมพัฒนาการของลูกแล้ว
พูดคุยและขอความช่วยเหลือ
การพูดกับผู้เชี่ยวชาญหรือกลุ่มพ่อแม่ด้วยกัน เป็นวิธีบำบัดอารมณ์ที่ทรงพลัง งานวิจัยทางจิตวิทยา พบว่า พ่อแม่ที่เข้าร่วมโปรแกรมบำบัดหรือกลุ่มสนับสนุน จะมีระดับความเครียดและความวิตกกังวลลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ดูแลสุขภาพกายควบคู่จิตใจ
สิ่งที่ตามมาจากการเป็นพ่อแม่มือใหม่ คือการเป็นพ่อแม่นอนน้อย แล้วก็จะกลายเป็นพ่อแม่หัวร้อน เพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ ดังนั้นการนอนหลับเพียงพอ การกินอาหารดี และการออกกำลังกาย จะส่งผลให้พ่อแม่มือใหม่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีมากขึ้น
สุขภาพจิตของพ่อแม่มือใหม่ หรือพ่อแม่ระดับชำนาญการแล้วก็ตาม ย่อมส่งผลกระทบต่อสมาชิกในครอบครัวแบบลูกโซ่กล่าวคือ ถ้าพ่อแม่มีสุขภาพจิตดี ลูกก็มีความสุข ดังนั้นการรับมือกับความวิตกกังวลของพ่อแม่จึงมีความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของลูกค่ะ
การเป็นพ่อแม่ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ แต่คือการค่อย ๆ เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับลูก หากคุณกำลังเผชิญกับความกังวลในการเลี้ยงลูก กลัวว่าตัวเองจะทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ หรือรู้สึกเหนื่อยล้าจนกระทบต่อความสุขของครอบครัว iSTRONG มีบริการให้คำปรึกษาสำหรับครอบครัว Family Counseling ที่พร้อมช่วยให้คุณเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง มองหาวิธีรับมือกับความกังวล และค้นพบแนวทางดูแลสุขภาพใจที่เหมาะสม เพราะ ลูกไม่จำเป็นต้องมีพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ แต่พ่อแม่เองก็สมควรได้รับการดูแลและความเข้าใจเช่นกัน 💚
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความแนะนำ
อ้างอิง
Abdollahi, F., & Zarghami, M. (2018).
Effect of postpartum depression on women’s mental and physical health four years after childbirth.
Eastern Mediterranean Health Journal, 24(10), 1002–1009.
Mikolajczak, M., Gross, J. J., & Roskam, I. (2019).
Parental burnout: What is it, and why does it matter? Clinical Psychological Science, 7(6), 1319–1329.
ประวัติผู้เขียน
จันทมา ช่างสลัก บัณฑิตจิตวิทยาคลินิกจากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตจาก NIDA ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูก 1 ผู้เป็นทาสแมว ที่มุ่งมั่นจะพัฒนาการเขียนบทความจิตวิทยาให้โดนใจผู้อ่าน และสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกบนโลกใบนี้
