top of page

เลี้ยงดูลูกสาวอย่างไรให้โตไปเป็นคนที่มีความมั่นใจและไม่ขาด self-esteem

iSTRONG ความรักไม่เท่ากับการอ่านใจ จัดการกับความคาดหวังที่ไม่ตรงกันในคู่รัก

ผู้เขียนได้เคยมีโอกาสดูซีรีส์เกาหลีเรื่อง When Life Gives You Tangerines และประทับใจในจุดเดียวกับที่หลายคนประทับใจก็คือความเคารพตนเองของกึมมยอง โดยในเรื่องจะมีตอนที่กึมมยองตัดสินใจไม่แต่งงานกับแฟนทั้งที่ทั้งสองต่างรักกันมาก เพราะเธอถูกปฏิบัติแย่ ๆ จากครอบครัวของเขาตั้งแต่ยังไม่แต่งงานกัน


ซึ่งเนื้อหาตอนนี้สะท้อนถึงความมี self-esteem ในระดับที่เหมาะสมของกึมยองที่นำไปสู่การตัดสินใจอย่างเคารพในคุณค่าของตนเอง อย่างไรก็ตาม self-esteem นั้นไม่ได้เกิดขึ้นมาแบบปาฏิหาริย์ชั่วข้ามคืน แต่จะต้องได้รับการสะสมมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก นั่นหมายความว่ารูปแบบการเลี้ยงดูของพ่อแม่มีผลต่อคน ๆ หนึ่งมากพอสมควรว่าจะโตไปเป็นคนที่มั่นใจและไม่ขาด self-esteem หรือจะเป็นไปในทางตรงกันข้าม


บทความนี้ผู้เขียนจึงอยากหยิบยกตัวอย่างวิธีการเลี้ยงลูกที่จะช่วยเสริมสร้างให้ลูกมีความมั่นใจและไม่ขาด self-esteem ได้แก่


  • แสดงให้ลูกเห็นว่าคุณคอยสังเกตและรับฟังลูกอยู่เสมอ 

หากคุณเป็นต้นแบบอันดับหนึ่งสำหรับลูก (อย่างน้อยในช่วงปฐมวัยของลูก) สิ่งที่สำคัญมากก็คือคุณจะต้องสร้างสายสัมพันธ์ที่แข็งแรงและเป็นไปในทางบวกกับลูกเอาไว้ให้ดี เพราะมันจะช่วยทำให้ลูกเกิดความรู้สึกไว้วางใจในตัวคุณและรู้สึกว่าสามารถพึ่งพาคุณได้ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ตาม


แสดงให้ลูกเห็นว่าลูกเป็นคนสำคัญของคุณและทุกสิ่งที่ลูกพูดนั้นมีความสำคัญ รวมถึงแสดงให้ลูกเห็นว่าคุณรักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข รักลูกในแบบที่ลูกเป็นจริง ๆ ไม่ใช่แบบที่คุณคาดหวังให้ลูกเป็น


นอกจากนั้น สมองของเด็กผู้หญิงจะถูกขับเคลื่อนด้วยภาษามากกว่าสมองของเด็กผู้ชาย การที่ลูกสาวเข้ามาพูดคุยกับคุณมันจึงเป็นการแสดงออกว่าลูกสาวอยากเชื่อมโยงกับคุณ ดังนั้น หากลูกสาวของคุณมาเล่าอะไรให้ฟัง คุณก็ควรที่จะวางทุกอย่างลงแล้วตั้งใจฟังสิ่งที่ลูกสาวเล่าอย่างตั้งใจ


โดยแสดงออกทางภาษากายควบคู่กันไปด้วย เช่น สบตา และหากลูกของคุณอนุญาตให้สัมผัสก็อาจจะใช้การกุมมือ เอาลูกมานั่งตัก ลูบหลังปลอบใจลูก การทำแบบนี้จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูกและยังช่วยให้ลูกมองว่าคุณคือต้นแบบที่มีอิทธิพลของตัวเองอีกด้วย


  • อย่าพยายามไปแก้ปัญหาของลูก 

เมื่อลูกมาเล่าปัญหาให้ฟังคุณควรที่จะใช้ empathy ในการรับฟังลูก ลูกสาวส่วนใหญ่มักจะมาเล่าปัญหาเพราะอยากรู้สึกได้รับการยอมรับว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นมานั้นมันมีอยู่จริง


หน้าที่ของคุณคือช่วยให้ลูกเกิดความเข้าใจและสามารถจัดการกับอารมณ์เหล่านั้นได้ ซึ่งหลายครั้งพ่อแม่มักจะเผลอมองข้ามอารมณ์เหล่านั้นและพยายามทำให้ลูกคิดในแบบที่พ่อแม่อยากให้เป็น เช่น “ลูกไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ หรอก” “แม่ว่าลูกไม่ได้รู้สึกแบบนั้นหรอก”


แต่ทุกอารมณ์นั้นมันเกิดขึ้นจริง ลูกรู้สึกมันอยู่จริง และทุกอารมณ์จำเป็นต้องได้รับการยอมรับไม่ว่ามันจะเป็นอารมณ์เศร้า โกรธ อิจฉา ผิดหวัง ทั้งหมดนี้มันเป็นอารมณ์ปกติของมนุษย์เพียงแต่ลูกต้องทำความเข้าใจและรู้ว่าเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้วต้องทำยังไง


และพบว่าหลายครั้งลูกไม่ได้ต้องการให้คุณแก้ปัญหาให้และไม่ได้ต้องการความคิดเห็นหรือคำแนะนำแต่ลูกต้องการแค่ใครสักคนที่รับฟัง แต่หากลูกถามความคิดเห็นก็ให้ใช้วิธีแบบ brainstorm คุณเป็นเพียงตัวช่วยให้ลูกสามารถค้นพบวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวของลูกเอง


  • สนับสนุนให้ลูกมี Growth Mindset 

การคิดแบบ Growth Mindset จะเชื่อว่าความสามารถและพรสวรรค์นั้นสามารถพัฒนาขึ้นได้ผ่านการฝึกฝนและพยายาม เด็กที่มี Growth Mindset จะเชื่อว่าการทดลองลงมือทำจะช่วยให้ตัวเองเกิดการพัฒนาและสามารถประสบความสำเร็จได้ รวมถึงจะเป็นคนที่กล้ารับความเสี่ยงและมีความเพียรพยายาม


แทนที่จะจมอยู่กับข้อผิดพลาดก็จะใช้ความผิดพลาดมาเป็นโอกาสในการเรียนรู้และลองใช้วิธีใหม่ ๆ ที่ต่างไปจากเดิม โดยการสนับสนุนให้ลูกมี Growth Mindset ทำได้โดยชื่นชมลูกที่ความตั้งใจ วิธีการที่ลูกคิดขึ้นมา หรือไอเดียของลูก ขณะที่ควรเลี่ยงการชมแบบผิวเผินและไม่เจาะจง เช่น “เก่งมากที่สุดเลย”


แต่ควรชมแบบระบุ เช่น “แม่ขอบคุณมากเลยที่วันนี้ลูกมาช่วยแม่ทำกับข้าว” และชมแม้ว่าสิ่งที่ลูกทำออกมามันจะไม่ได้สมบูรณ์แบบ โดยเป็นแบบอย่างให้ลูกในการเรียนรู้จากสิ่งที่ทำผิดพลาดเพื่อทำให้มันดีขึ้นในครั้งต่อไป รวมถึงเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ไปพร้อมกันกับลูกเพื่อฝึกเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและสนุกไปด้วยกัน


  • เป็นแบบอย่างของการเป็นคนที่มี self-esteem ให้กับลูก

เริ่มจากตัวคุณเองที่ช่วยเป็นแบบอย่างของการรู้สึกว่าตัวเองดีพอผ่านทางคำพูดที่พูดถึงตัวคุณเองและภาษากายที่แสดงออกมา ดูแลร่างกายของตัวเองให้ลูกเห็นเพื่อให้ลูกรู้จักเรื่องการเคารพต่อร่างกายและสุขภาพของตนเอง เรียนรู้และพัฒนาตัวเองทางด้านปัญญาอยู่เสมอ


กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมและไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบคุณในแบบที่คุณไม่อยากให้ลูกสาวถูกคนอื่นเอาเปรียบ แบ่งให้เวลากับตัวเองในการดูแลร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ เพื่อเป็นต้นแบบของการมีพฤติกรรมเคารพตนเองให้กับลูก 


  • ไม่สนับสนุนการเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น

ช่วยให้ลูกของคุณเห็นคุณค่าของตัวเองในแบบที่ตัวเองเป็นโดยไม่เอาลูกไปเปรียบเทียบกับคนอื่น ๆ พูดกับลูกบ่อย ๆ ว่าคุณเชื่อในตัวลูกเสมอ ช่วยให้ลูกค้นพบและได้ทำในสิ่งที่ลูกสนใจแม้ว่ามันจะขัดกับสิ่งที่คุณคิดว่ามันดีสำหรับลูกก็ตาม การทำแบบนี้จะช่วยให้ลูกสามารถค้นพบศักยภาพของตัวเองผ่านสิ่งที่ลูกชอบและเกิดความมั่นใจขึ้นมาเมื่อลูกทำได้ 


แม้พ่อแม่ทุกคนจะอยากให้ลูกเติบโตขึ้นมาเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง เห็นคุณค่าในตัวเอง และสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีได้ในอนาคต แต่ในความเป็นจริง การเลี้ยงดูไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรักเพียงอย่างเดียว เพราะสุขภาพใจของพ่อแม่เองก็มีส่วนสำคัญไม่แพ้กัน


หลายครั้งรูปแบบการสื่อสาร ความคาดหวัง หรือบาดแผลทางใจที่เราเคยได้รับจากอดีต อาจส่งผลต่อวิธีที่เราปฏิบัติต่อลูกโดยไม่รู้ตัว การดูแลสุขภาพใจของพ่อแม่จึงเป็นอีกหนึ่งของขวัญสำคัญที่ส่งต่อไปถึงลูกได้


หากคุณกำลังเผชิญความเครียด ความกังวลในบทบาทพ่อแม่ หรืออยากทำความเข้าใจตนเองและความสัมพันธ์ในครอบครัวให้มากขึ้น บริการปรึกษาสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์และนักจิตวิทยา จาก iSTRONG พร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้คุณได้สำรวจความคิด ความรู้สึก และเรียนรู้แนวทางดูแลสุขภาพใจ เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับตัวเองและคนที่คุณรัก เพราะการเลี้ยงดูลูกให้เติบโตอย่างแข็งแรงทางใจ อาจเริ่มต้นจากการดูแลหัวใจของพ่อแม่ก่อนเสมอ 💙

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

  • โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong

บทความที่เกี่ยวข้อง 

อ้างอิง

ประวัติผู้เขียน

นิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) ประวัติการศึกษา: จบปริญญาโทสาขาจิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีประสบการณ์ทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเป็นเวลา 11 ปี ปัจจุบันเป็นนักเขียนบทความให้กับ ISTRONG 


Nilubon Sukawanich (Fern) Educational background: Master's degree in Counseling Psychology from Chiang Mai University, Bachelor's degree in Psychology from Chiang Mai University. With 11 years of experience working as a counseling psychologist at a university. Currently working as a content writer for ISTRONG. 


iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2026 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page