top of page

12 สัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่นที่พ่อแม่มักมองข้าม

iSTRONG 12 สัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่นที่พ่อแม่มักมองข้าม

 ปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่นมักถูกมองข้ามไปบ่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงระยะเริ่มต้น เนื่องจากธรรมชาติทางพัฒนาการของวัยรุ่นทำให้ผู้ใหญ่มองว่าอารมณ์พฤติกรรมที่วัยรุ่นแสดงออกนั้นมันเป็นปกติของช่วงวัย เช่น หัวร้อนหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน มีพฤติกรรมเหมือนคนขี้เกียจ นอนหลับนานมากหรือไม่หลับไม่นอน กินจุบจิบไม่หยุดหรือกินน้อยเหมือนแมวดม ทำให้มีปากเสียงกับคนรอบข้างได้ง่าย


ในขณะเดียวกัน คุณพ่อคุณแม่บางท่านก็อาจจะเป็นกังวลเกี่ยวกับลูกวัยรุ่นและอยากรู้วิธีการสังเกตว่าแค่ไหนถึงจะประเมินได้ว่าลูกวัยรุ่นเริ่มมีปัญหาสุขภาพจิต


ในบทความนี้ผู้เขียนจึงขอหยิบยกสัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพจิตจากเว็บไซต์ของสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีดังนี้ค่ะ

  1. การนอนและการกินมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด

  2. อารมณ์เปลี่ยนแปลงรวดเร็วหรือรุนแรง ขี้หงุดหงิดรำคาญมากขึ้น

  3. แยกตัวออกจากสังคม ไม่รู้สึกสนใจหรือเพลิดเพลินในกิจกรรมที่ตัวเองเคยชอบ

  4. ความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวันลดลง เช่น ผลการเรียนลดลงมาก มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นแย่ลง เลิกเล่นกีฬาที่ชอบ เรียนไม่ได้จนต้องออกจากการเรียนกลางคัน กิจวัตรประจำวันกลายเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก

  5. มีปัญหาด้านการคิด การตัดสินใจ การตั้งสมาธิ การใช้เหตุผล รวมถึงยากที่จะเรียบเรียงความคิดออกมาเป็นคำพูด

  6. ประสาทสัมผัสไวมากขึ้น เช่น ไวต่อสิ่งที่มองเห็น เสียง กลิ่น สัมผัส และพยายามหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่กระตุ้นเร้ามากเกินไป

  7. เฉยเมย สูญเสียความรู้สึกกระตือรือร้นหรือความปรารถนาที่จะเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ

  8. รู้สึกแปลกแยก ไม่เชื่อมโยงกับตัวเองหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว มีความรู้สึกเหมือนกับไม่จริง

  9. มีความคิดหรือความเชื่อที่ไร้เหตุผล เชื่อว่าเหตุการณ์หรือสิ่งต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้จากการกระทำบางอย่างที่ไม่มีเหตุผลหรือไม่สมจริง (magical thinking)

  10. มีความกลัวหรือความสงสัยต่อผู้อื่น หรือรู้สึกประหม่าอย่างรุนแรง

  11. มีพฤติกรรมแปลกไปไม่เหมือนกับที่เคยเป็นมา

  12. มีการเปลี่ยนแปลงด้านการเรียนหรือการทำงาน เช่น ขาดเรียนบ่อย ผลการเรียนแย่ มีปัญหาในการเข้ากับเพื่อนหรือสังคม


นอกจาก 12 สัญญาณเตือนที่กล่าวถึงไปนั้น ยังมีผลงานการวิจัยของ Marco Colizzi และทีมเรื่อง “การป้องกันและการแทรกแซงในระยะเริ่มต้นในสุขภาพจิตวัยรุ่น : ถึงเวลาแล้วหรือยังสำหรับการใช้โมเดลการดูแลที่หลากหลายสาขาวิชาและข้ามการวินิจฉัย?”  ซึ่งกล่าวว่า ครึ่งหนึ่งของอาการทางจิตเวชทั้งหมดมักเริ่มต้นในอายุ 14 ปี


โดยมักจะมีอาการแสดงด้านจิตสังคมนำมาก่อนและพัฒนาไปเป็นอาการทางจิตเวชหลัก ๆ และมีส่วนทำให้ทั่วโลกได้รับผล กระทบแม้ว่าจะมีการดำเนินการบางอย่างเพื่อส่งเสริมการให้บริการด้านสุขภาพจิตสำหรับเยาวชน แต่ความต้องการด้านสุขภาพจิตในช่วงเวลาสำคัญนี้ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่


นี่จึงเป็นแรงกระตุ้นให้ต้องออกแบบกลยุทธ์การป้องกันใหม่ในกรอบที่มุ่งเน้นเยาวชนและใช้แนวทางหลากหลายสาขาวิชาและข้ามการวินิจฉัย ซึ่งอาจช่วยเปลี่ยนแปลงเส้นทางของโรคทางจิตที่อาจเกิดขึ้นในระยะแรกได้ และได้เสนอว่าการส่งเสริมและป้องกันโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตอย่างเดียวมันอาจจะไม่เพียงพอ จำเป็นต้องใช้สหวิชาชีพเข้ามาบูรณาการเพื่อเพิ่มขอบเขตของการแทรกแซงที่เป็นไปได้

 

และจากข้อมูลที่เผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ของห้องสมุดแห่งชาติด้านการแพทย์ (National Library of Medicine, NLM) ซึ่งอยู่ภายใต้สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) ของสหรัฐอเมริกา พบว่ามีแนวทางในการป้องกันปัญหาสุขภาพจิตของวัยรุ่น ดังนี้

  • ทำให้ทุกคนรับรู้ว่าสุขภาพจิตเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพและมีความสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย มันมีอยู่จริงและรักษาได้ การเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตเป็นความยากลำบากและสมควรได้รับความช่วยเหลือ ความเข้าใจ โดยไม่ถูกตัดสินหรือตีตรา 


  • ส่งเสริมให้เยาวชนและครอบครัวรับรู้ รับมือ และเรียนรู้ จากอารมณ์ที่ทำให้เกิดความเครียด สับสน หรือไม่สบาย ซึ่งเป็นอารมณ์ที่มักจัดการได้ยากลำบาก


  • ตรวจสอบให้มั่นใจว่าเยาวชนสามารถเข้าถึงบริการช่วยเหลือที่มีคุณภาพ ราคาไม่แพงเกินเอื้อม รวมถึงเป็นบริการที่เข้าใจและเคารพความแตกต่างทางวัฒนธรรม


  • สนับสนุนให้มีบริการสุขภาพจิตแก่เยาวชน ภายในโรงเรียน ชุมชน และศูนย์ดูแลเด็ก รวมไปถึงการสร้างสภาพแวดล้อมทางการศึกษาให้เป็นเชิงบวกและมีความปลอดภัย 


  • หาแนวทางจัดการแก้ไขกับอุปสรรคทางเศรษฐกิจและสังคมที่ ส่งผลทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจิตของเยาวชน ครอบครัว และผู้ดูแล (caregivers)


  • พิ่มการเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิจัยที่ทันท่วงที เพื่อให้สามารถระบุและตอบสนองความต้องการของเยาวชนในด้านสุขภาพจิตได้อย่างรวดเร็ว 


ทั้งนี้ จากข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวถึงไปทั้งหมด อยากชวนให้ทุกคนทำความเข้าใจไปด้วยกันว่า การป้องกันปัญหาสุขภาพจิตของวัยรุ่นนั้นไม่สามารถจัดการได้โดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพียงลำพัง แต่ต้องเริ่มต้นจากคนใกล้ชิดที่หมั่นสังเกตสัญญาณเตือนเพื่อให้รู้ว่าในจุดไหนที่ควรให้ความช่วยเหลือลูกวัยรุ่นสร้างการรับรู้ว่าสุขภาพจิตก็คือสุขภาพและมีความสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย


และในการให้ความช่วยเหลือด้านสุขภาพจิตแก่วัยรุ่นนั้นจะต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างครอบครัว โรงเรียน ชุมชน และการทำงานแบบบูรณาการของสหวิชาชีพ อย่างไรก็ตามหลายคนอาจจะทราบแล้วว่าในปัจจุบันทั่วโลกประสบปัญหาร่วมกันคือความขาดแคลนผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต


มันคงจะดีไม่น้อยหากทุกคนสามารถเรียนรู้และฝึกฝนตนเองให้มีทักษะในการรับฟังอย่างแท้จริง ทักษะการให้คำปรึกษา รวมถึงมีองค์ความรู้ด้านจิตวิทยาในระดับพื้นฐาน และสามารถส่งต่อผู้เชี่ยวชาญได้เมื่อพบวัยรุ่นที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิต 


สรุปแล้วเมื่อพูดถึงปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่น สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ “คนใกล้ตัว” มีบทบาทสำคัญมากในการสังเกต รับฟัง และเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับเขาแต่ในความเป็นจริง หลายคนอาจอยากช่วย แต่ไม่แน่ใจว่าจะฟังอย่างไร สื่อสารแบบไหนถึงจะไม่ทำให้เขาปิดใจ หรือเผลอพูดบางอย่างที่กระทบความรู้สึกโดยไม่ตั้งใจ


นี่คือเหตุผลว่าทำไม “ทักษะการฟังและการให้คำปรึกษาในระดับพื้นฐาน” จึงกลายเป็นทักษะสำคัญในโลกปัจจุบัน ไม่ใช่แค่สำหรับผู้เชี่ยวชาญ แต่สำหรับพ่อแม่ ครู ผู้นำ หรือคนทำงานที่ต้องดูแลผู้คนรอบตัว


ในหลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษา จาก iSTRONG ผู้เรียนจะได้เรียนรู้และฝึกทักษะสำคัญ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะที่จำเป็นต่อการอยู่ข้างคนอื่นอย่างเข้าใจ เช่น

  • การฟังอย่างลึกซึ้ง (Active Listening) ที่ช่วยให้ผู้พูดรู้สึกปลอดภัย

  • การเข้าใจอารมณ์และความต้องการที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรม

  • การตั้งคำถามที่ช่วยให้ผู้พูดได้ทบทวนและเข้าใจตัวเองมากขึ้น

  • การสื่อสารอย่างระมัดระวังในบทสนทนาที่เปราะบาง


ทักษะเหล่านี้ไม่ได้ทำให้คุณเป็นผู้รักษา แต่ช่วยให้คุณ “เป็นคนหนึ่งที่อยู่ข้างเขาได้อย่างเหมาะสม” และรู้ว่าเมื่อไหร่ควรส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญ


และในระดับองค์กรหรือสถาบันการศึกษา iSTRONG ยังมีบริการ In-house Training เพื่อพัฒนาทักษะด้านจิตวิทยา ที่สามารถออกแบบเนื้อหาให้เหมาะกับบริบทของทีม ครู หรือบุคลากรที่ต้องทำงานใกล้ชิดกับเยาวชน


เพราะเมื่อคนรอบตัวมีทักษะในการรับฟังและเข้าใจมากขึ้น โอกาสที่ปัญหาจะถูกมองเห็นตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

  • โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong

บทความที่เกี่ยวข้อง 

อ้างอิง:

American Psychiatric Association (2024).

Warning Signs of Mental Illness.


Marco Colizzi, et al. (2020).

Prevention and early intervention in youth mental health: is it time for a multidisciplinary and trans-diagnostic model of care?.


ประวัติผู้เขียน

นิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) เคยมีประสบการณ์ทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในมหาวิทยาลัยและเป็นวิทยากรเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต/การพัฒนาตนเองให้แก่นักศึกษาเป็นเวลา 11 ปี ปัจจุบันเป็นนักเขียนบทความให้กับ ISTRONG และเป็นทาสแมวคนหนึ่ง


Nilubon Sukawanich (Fern) have had experience working as a counseling psychologist at a university and as a speaker on mental health issues and self-development for students for 11 years. Currently, I am a writer for ISTRONG and a cat slave.


iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2025 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page