ติดตามเราบน Facebook
  • Facebook Social Icon
บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ

18 กลยุทธ์ที่ผู้ปกครองควรทำเมื่อลูกถูก Bullying

December 26, 2019

เมื่อไม่นานมานี้ กรมสุขภาพจิตออกมาเปิดเผยว่าในปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีสถิติการกลั่นแกล้งในโรงเรียน (Bullying) สูงเป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งสะท้อนถึงสถานการณ์การรังแกกันในโรงเรียน ว่าไม่ใช่ปัญหาเล็กน้อยอีกต่อไป และทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้มูลนิธิ path2health ยังได้ทำการเก็บข้อมูล นักเรียนในชั้นประถมศึกษา และมัธยมศึกษาจำนวน 5 แห่งในกรุงเทพ พบว่า เด็กที่ถูก Bully หรือโดนรังแก มักจะมีความอ่อนแอ ไม่สู้คน เรียนรู้ช้า มีความแตกต่างทางด้านรูปร่าง หรือเป็นเพศทางเลือก ซึ่งผลของ Bullying ทำให้พวกเขามีความเครียดสะสม เก็บกด เป็นโรคซึมเศร้า บางคนฆ่าตัวตาย หรือตอบโต้ด้วยวิธีรุนแรง ในขณะเดียวกันเด็กกลุ่มที่รังแกคนอื่น ก็มีผลกับการพัฒนาการด้านพฤติกรรม ทำให้พวกเขามักใช้วิธีการรุนแรงในการแก้ปัญหา และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตเมื่อเติบโตขึ้น

 

 

บทความแนะนำ 5 วิธีสอนลูกให้รับมือกับความผิดหวังเพื่อป้องกันโรคซึมเศร้า

 

 

แพรได้อ่านบทความจิตวิทยาเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการรับมือการ bully จากงานวิจัยจำนวนมาก เขียนโดย Hara Estroff Marano และคิดว่าน่าจะมีประโยชน์ในการแบ่งปัน ดังต่อไปนี้ค่ะ

 

 

 

 

สิ่งที่เด็กต้องทำเมื่อเผชิญปัญหา Bullying

 

1.พยายามหลีกเลี่ยงการทะเลาะเบาะแว้ง เช่น เมื่อมีคนมาพูดจาข่มขู่ ให้เดินหนี หรือ หลีกหนีสถานการณ์ที่จะนำพาตัวเองไปโดยรังแก

-พยายามใช้อารมณ์ขัน เมื่อกำลังจะโดนแกล้ง เช่น “สมคิด ไม่เอาหน่า พอเถอะ ฉันไม่อยากให้เธอไปโรงเรียนสายนะ” เป็นต้น

-พยายามคุยกับคนที่มารังแกแบบมีเหตุมีผล และบอกให้เขาหยุดพฤติกรรมที่กำลังรังแกเรา เช่น “สมคิด เราคิดว่าการที่รังแกผู้หญิงเป็นเรื่องที่น่าอายมากๆ นะ เธอควรหยุดทำแบบนี้กับเราได้แล้ว” (นี่เป็นวิธีที่ดี โดยเฉพาะกับเด็กผู้หญิง)

-พยายามอยู่กับกลุ่มเพื่อน พยายามสร้างสัมพันธ์กับเด็กคนอื่น คนที่รังแกคนอื่น มักจะหาโอกาสรังแกคนที่มักอยู่คนเดียว หรือไม่มีเพื่อน

 

 

 

 

สิ่งที่ผู้ปกครองควรจะต้องทำเมื่อลูกถูก Bullying

 

1.พยายามสังเกตลูกว่า มีความสามารถที่จะปกป้องตัวเอง กล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็นของตัวเองหรือไม่ สิ่งที่จำเป็นมากๆ เพื่อที่จะเป็นเกราะป้องกันการถูกรังแก คือ ความมั่นใจในตัวเองของเด็ก

2.สร้างความรับรู้ให้กับครูและเด็ก รวมถึงลูกของเราว่า Bullying เป็นสิ่งที่ไม่ดี และผลกระทบที่เกิดขึ้น

3.ถามลูกอยู่เสมอว่า ได้รับการปฏิบัติจากเพื่อนอย่างไร โดนรังแกหรือไม่ โดยส่วนมากเด็กมักจะอาย และไม่กล้าที่จะบอกว่าโดนรังแก

4.สร้างทักษะการเข้าสังคมให้กับลูก เพื่อให้ลูกสามารถปรับทักษะการเข้าสังคมในสถานการณ์ที่แตกต่างได้

5.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนในบ้าน 

6.สร้างโอกาสในการสร้างทักษะมนุษยสัมพันธ์ให้กับลูก โดยเฉพาะ เด็กที่มักโดนรังแก โดยการชวนเพื่อนมาเล่นที่บ้านกับลูก สร้างกลุ่มเพื่อนให้กับลูก เป็นต้น

7.สร้างกิจกรรม หรืองานอดิเรกที่เป็นประโยชน์ให้กับเขา เช่น สนับสนุนให้ลูกเล่นกีฬาที่เขาชอบ เพื่อที่จะให้เขาได้เจอเพื่อนที่ชอบทำกิจกรรมที่คล้ายกัน มีความคล้ายคลึงกับเขา

8.ลดเวลาในการเล่มเกมส์หรือดูทีวี เพื่อให้เขาหากิจกรรมที่มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ

9.แสดงความเข้าอกเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น และให้พวกเขาตระหนักถึงความรู้สึกของการถูกรังแก เพื่อที่จะไม่ไปรังแกคนอื่นในอนาคต

10.ช่วยลูกในการหาคำพูด เพื่อตอบโต้ หรือป้องกันตัวเองเมื่อถูกรังแก

11.พยายามสร้างความเข้าใจให้กับลูกว่า การทำกิจกรรมกับเพื่อนเป็นกลุ่ม ทำให้เรามีงานอดิเรกที่ดี และได้ใช้เวลากับเพื่อนที่มีความสนใจคล้ายกัน นอกจากนี้ยังลดโอกาสการโดนรังแก เพราะคนที่ Bully คนอื่นมักจะเลือกรังแกคนที่ไม่มีกลุ่มเพื่อน

12.ไม่สอนลูกให้ตอบโต้โดยการใช้กำลัง

13.อย่าคาดหวังว่าลูกจะจัดการปัญหา Bullying โดยตัวของเขาเองแค่คนเดียว

14.พยายามมีบทบาทในการแก้ปัญหา Bullying ให้กับลูก เนื่องจากผู้ใหญ่มีบทบาทที