GDN 980 x 120 psychiatrist.jpg

เสริมความสตรองให้ลูกด้วย EFs ในช่วงปิดเทอมที่ยาวนาน

สำหรับคุณพ่อ คุณแม่ ที่มีลูกในวัยเรียน แต่ไปเรียนไม่ได้เสียทีเพราะเจ้า COVID-19 ดิฉันมีเทคนิคจากนักจิตวิทยาในการเสริมความสตรองให้ลูกรักของคุณตามหลัก EFs มาฝากกันค่ะ


ไหน ๆ หลายท่านก็ต้อง Work from Home ไปพร้อม ๆ กับการดูแลลูกหลานที่ Learn from Home กันอยู่แล้ว และปัญหาใหญ่ที่ทุกบ้านต้องพบเจอ รวมถึงบ้านดิฉันด้วย ก็คือ “ความเบื่อ” ค่ะ เพราะจะออกไปเที่ยวไหนกันก็ทำไม่ได้ ออกไปหาอะไรทานก็ทำไม่ได้ เอาแค่ไปร้านสะดวกซื้อปากซอยอุปกรณ์ยังต้องแน่นเลยค่ะ ถ้าชีวิตการออกนอกบ้านมันยาก และเรามีเวลาอยู่ด้วยกันเหลือเฟือ มาฝึก EFs ให้เด็ก ๆ เพื่อเพิ่มความสตรองในชีวิตกันดีกว่าค่ะ เพราะในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว และไม่สามารถคาดการณ์อะไรได้นั้น วิธีที่จะทำให้ลูกของเราเติบโตขึ้นมาได้อย่างมีความสุข ก็คือ การฝึก EFs ค่ะ


โดยในงานวิจัยทางจิตวิทยา พบว่า EFs หรือ "Executive Functions" คือ ทักษะทางสมอง ที่สามารถทำให้ชีวิตประสบความสำเร็จได้ โดยเป็นการพัฒนากระบวนการทำงานของสมองส่วนหน้าของเรา ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ในการกำกับความคิด ความรู้สึกและการกระทำ เพื่อให้บรรลุสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ โดย EFs เป็นทักษะที่สำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการเรียน การงาน การอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม การคิดสร้างสรรค์ และการจัดการทุกด้านตลอดชีวิตเลยค่ะ ซึ่งงานวิจัยทางจิตวิทยายังบอกอีกว่า EFs มีองค์ประกอบทั้งสิ้น 9 ด้าน ซึ่งดิฉันจะพาคุณผู้อ่านไปรู้จัก พร้อมทั้งแนะนำวิธีฝึกตามคำแนะนำของนักจิตวิทยา ตามนี้เลยค่ะ


1. Working Memory หรือ ความจำที่นำมาใช้งาน คือ ความสามารถในการเก็บประมวลและดึงข้อมูลที่เก็บในคลังสมองของเราออกมาใช้ตามสถานการณ์ที่ต้องการ สามารถฝึกได้โดยการเปิดโอกาสให้ลูกได้ทำอะไรด้วยตนเอง ได้มีประสบการณ์ตรงในสิ่งต่าง ๆ เช่น ให้ลูกได้มีส่วนร่วมในการทำอาหารร่วมกันง่าย ๆ เลี้ยงสัตว์ ปลูกต้นไม้ อ่านหนังสือ ดูสารคดี เล่นเกมตามพัฒนาการของเขา เพียงเท่านี้เราก็สามารถฝึก Working memory ได้ตามที่นักจิตวิทยาแนะนำแล้วค่ะ


2. Inhibitory Control หรือ การยับยั้งชั่งใจ คือ ความสามารถในการควบคุมแรงปรารถนาของตนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จนสามารถหยุดยั้งพฤติกรรมได้ในเวลาที่สมควร สามารถฝึกได้โดยการเบี่ยงเบนความสนใจเวลาที่ลูกอารมณ์ไม่ดี ยกตัวอย่างจากบ้านดิฉันเอง หากเห็นว่าลูกเริ่มหงุดหงิด เริ่มงอแง วิธีที่ใช้ก็คือ ให้ลูกหายใจเข้า หายใจออก พร้อมทำท่าประกอบตามเพลงลมหายใจเข้า ลมหายใจออก ดอกไม้บาน ซึ่งได้ผลดีทีเดียวค่ะ หรือหากในกรณีที่เอาแต่ใจหนัก ๆ งอแงแบบไม่ฟังอะไรแล้ว การ Time Out หรือ แยกตัวออกมาก็ได้ผลดีเช่นกันค่ะ แต่วิธีหลังคุณพ่อ คุณแม่ ต้องใจแข็ง ไม่อุ้ม ไม่โอ๋ หน่อยนะคะ


3. Shift หรือ Cognitive Flexibility คือ ความสามารถในการยืดหยุ่นความคิด เปลี่ยนจุดสนใจ เปลี่ยนโฟกัส หรือ เปลี่ยนทิศทางให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สามารถฝึกได้โดยการปล่อยให้ลูกรู้จักการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง แล้วคุณพ่อ คุณแม่ ถอยออกมาเป็นผู้ช่วย หรือพี่เลี้ยงที่คอยแนะนำ สนับสนุนให้เด็ก ๆ ทำอะไรด้วยตัวเองตามวัย เช่น ทานข้าวเอง แต่งตัวเอง อาบน้ำเอง เมื่อเด็ก ๆ ได้ลงมือทำสิ่งต่าง ๆ เอง ได้เจอปัญหา และแก้ปัญหาด้วยตัวเองบ่อย ๆ ทักษะการคิดยืดหยุ่นก็จะพัฒนาได้ดีค่ะ



4. Focus / Attention คือ ความสามารถในการใส่ใจ กับสิ่งที่ทำอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาหนึ่ง ๆ โดยไม่วอกแวกไปตามปัจจัย ไม่ว่าภายนอกหรือภายในตนเองที่เข้ามารบกวน สามารถฝึกได้โดยการสนับสนุนให้เด็กทำงานศิลปะ งานประดิษฐ์ ดนตรี และการอ่านหนังสือค่ะ เพราะกิจกรรมที่ว่ามานั้นเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ความสงบ ใช้สมาธิ ใช้ความจดจ่อ และการอยู่กับตนเองค่อนข้างมาก หากคุณผู้อ่านสามารถให้น้อง ๆ ทำกิจกรรมได้นาน ก็ยิ่งฝึกสมาธิได้ดีค่ะ


5. Emotional Control คือ การควบคุมอารมณ์ คือ ความสามารถในการควบคุมอารมณ์ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จัดการกับความเครียด หงุดหงิด และแสดงออกแบบที่ไม่รบกวนผู้อื่น นักจิตวิทยาแนะนำว่า การฝึกควบคุมอารมณ์ที่ดีต้องมีการสอนให้เด็ก ๆ รู้จักอารมณ์ของตัวเองเสียก่อน ซึ่งในยุคนี้มีตัวช่วยมากมายในการเรียนรู้อารมณ์ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือนิทาน สมุดภาพ ตุ๊กตา สื่อการสอนต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คุณผู้อ่าน คุณพ่อ คุณแม่ สอนให้เด็ก ๆ รู้จักว่าอารมณ์ต่าง ๆ เป็นอย่างไร และเมื่อได้รู้จักอารมณ์กันแล้ว เราก็สามารถฝึกการควบคุมอารมณ์ได้โดยการควบคุมลมหายใจ การเรียนรู้ที่จะผ่อนคลาย หรือระบายความรู้สึกด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การเบี่ยงเบนพลังงานไปออกกำลังกายเมื่อมีอารมณ์โกรธ การพูดคุย เล่าเรื่องต่าง ๆ เมื่อรู้สึกเศร้า เป็นต้น


6. Planning and Organizing คือ การวางแผนและการจัดระบบดำเนินการ เริ่มตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย การเห็นภาพรวม จัดลำดับความสำคัญ จัดระบบโครงสร้าง จนถึงการดำเนินการ สามารถฝึกได้โดยการสนับสนุนให้เด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรมที่ต้องใช้ทักษะการวางแผน เช่น การต่อจิ๊กซอว์ การต่อบล็อกไม้ เพื่อให้เด็ก ๆ ได้ฝึกการวางแผน การจัดลำดับการดำเนินการ การมองในองค์รวม



7. Self -Monitoring คือ การตรวจสอบตนเอง รู้จักตนเอง รวมถึงการตรวจสอบการทำงานเพื่อหาจุดบกพร่อง ประเมินการบรรลุเป้าหมาย รวมทั้งความสามารถกำกับติดตามปฏิกิริยาของตนเอง และดูผลจากพฤติกรรมของตนเองที่กระทบต่อผู้อื่น สามารถฝึกได้โดยการชักชวนให้เด็ก ๆ พิจารณาผลงานของเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็น งานต่อบล็อกไม้ งานศิลปะ งานประดิษฐ์ หรือการทำการบ้าน โดยชี้ชวนให้เด็ก ๆ เห็นข้อดี และจุดที่สามารถพัฒนาได้ พร้อมทั้งแนะนำวิธีพัฒนาตัวเอง เช่น นี่เห็นไหมลูก ลูกระบายสีสดใสมากเลย แต่มันออกนอกกรอบนิดหน่อย ไม่เป็นไรนะ รูปหน้าเรามาระบายกันใหม่ ถ้ามือลูกนิ่ง หรือมีสมาธิมากขึ้น ต้องไม่หลุดนอกกรอบแน่เลย เป็นต้น


8. Initiating คือ ความสามารถในการริเริ่ม และลงมือทำงานตามที่คิดมีทักษะในการริเริ่ม สร้างสรรค์แนวทางในการทำสิ่งต่าง ๆ เมื่อคิดแล้วก็ลงมือทำให้ความคิดของตนปรากฏขึ้นจริง สามารถฝึกได้โดยการเปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และรับฟังสิ่งที่เด็กพูดอย่างใส่ใจ รวมถึงให้อิสระแก่เด็ก ๆ ในการได้เลือกของใช้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายมากค่ะ แต่ได้ผลดีอย่างมากในระยะยาวเลยค่ะ


9. Goal-Directed Persistence คือ ความพากเพียรมุ่งสู่เป้าหมาย เมื่อตั้งใจและลงมือทำสิ่งใดแล้ว ก็มีความมุ่งมั่นอดทน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใด ๆ ก็พร้อมฝ่าฟันจนถึงความสำเร็จ สามารถฝึกได้โดยการสนับสนุนให้เด็ก ๆ เล่นกีฬา หรือดนตรีค่ะ โดยอาจลงสนามแข่งบ้างตามสมควร เพราะการที่เด็ก ๆได้แข่งขัน ได้ไปอยู่ในบรรยากาศที่ทุกคนมีความมุ่งมัน จะทำให้มีไฟ มีความปรารถนาที่จะประสบความสำเร็จ ถึงแม้ผลการแข่งจะเป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ได้กลับมาแน่นอนคือความมุ่งมั่นค่ะ


บทความแนะนำ “เคล็ดไม่ลับในการส่งเสริมทักษะพัฒนาสมองให้ลูก


การฝึก EFs ให้ได้ผลสำเร็จนั้น หัวใจสำคัญอยู่ที่ “ความใส่ใจ” และ “ความสม่ำเสมอ” ค่ะ การปลูกต้นไม้ต้องใช้เวลาและการใส่ใจฉันใด การเลี้ยงดูเด็ก ๆ ให้เติบโตขึ้นมาสวยงามต้องใช้เวลาและความใส่ใจเช่นเดียวกันค่ะ หากคุณมีเรื่องราวเกี่ยวกับการดูแลเด็ก ๆ หรือมีข้อสงสัยอื่นๆ สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ iSTRONG นะคะ

iSTRONG ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตและครอบครัว

บริการให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง

สามารถเลือกคุยทางโทรศัพท์หรือการพูดคุยแบบส่วนตัว (Private Counseling)

และคอร์สออนไลน์ | Classroom Workshop

รวมถึงบทความจิตวิทยาอีกมากมาย

Contact : https://www.istrong.co/service

ประวัติผู้เขียน : จันทมา ช่างสลัก บัณฑิตสาขาวิชาเอกจิตวิทยาคลินิก เกียรตินิยมอันดับ 2 จากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตด้านการพัฒนาสังคม NIDA มีประสบการณ์ด้านจิตวิทยาเด็ก 4 ปี เป็นผู้ช่วยนักวิจัยด้านจิตวิทยา 1 ปี ปัจจุบันเป็นนักสังคมสงเคราะห์ปฏิบัติการ ที่ประยุกต์ใช้ศาสตร์ทางจิตวิทยาในการปฏิบัติงานมากว่า 5 ปี

ปรึกษานักจิตวิทยา chat.png
GDN 300 x 250 - body language.jpg
บทความล่าสุด
original_1164948181 copy.jpg
ค้นหาตามประเภทบทความ
istrong.co_certificate-basic.png
บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2020 I Am Strong Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon