top of page

จบแบบไม่เจ็บ คู่มือการแยกทางอย่างสร้างสรรค์สำหรับคู่รักที่หมดทางไปต่อ

iSTRONG จบแบบไม่เจ็บ คู่มือการแยกทางอย่างสร้างสรรค์สำหรับคู่รักที่หมดทางไปต่อ

ผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนย่อมอยากมีชีวิตรักที่มั่นคงยั่งยืน และคงไม่มีใครที่ตั้งใจว่าจะคบกับแฟนไปเพื่อที่จะเลิกกันในไม่ช้า แต่ในความเป็นจริงนั้นไม่มีใครสามารถคาดเดาได้เลยว่าวันข้างหน้ามันจะเป็นอย่างไร และคำว่า “ตลอดไป” มันก็ไม่ได้มีอยู่จริงสำหรับทุกคู่


ความท้าทายจึงมักเกิดขึ้นมาทันทีที่คู่รักพบว่ามันหมดทางไปต่อ ซึ่งโจทย์ที่สำคัญคือจะแยกทางกันอย่างไรให้ต่างฝ่ายต่างไม่แค้นเคืองต่อกัน การแยกทางอย่างสร้างสรรค์มันมีวิธีอย่างไรบ้าง ในบทความนี้ผู้เขียนขอเสนอวิธีการ ได้แก่


  1. ทำใจยอมรับไว้เลยว่าการเลิกรากันมันไม่เคยง่าย 

    แม้ชื่อบทความจะบอกว่า “จบแบบไม่เจ็บ” แต่ในความจริงมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่การเลิกกันมันจะไม่เจ็บ เพราะในการเลิกกันมันย่อมต้องเจ็บกันทั้งสองฝ่ายอยู่แล้ว ดังนั้น ให้เตรียมใจรอรับไว้เลยว่าหลังจากที่เลิกกันไปแล้วมันจะมีความเจ็บปวดเกิดขึ้นอย่างแน่นอน


  2. บอกเลิกกันต่อหน้า (face-to-face)

    การบอกเลิกกันผ่านข้อความ อีเมล์ หรือใช้วิธีหายไปเลย (ghost) มันจะทำให้ฝ่ายที่ถูกบอกเลิกรู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสำคัญมากพอแม้กระทั่งจะมาบอกกันต่อหน้าเลยเหรอซึ่งมันทำให้รู้สึกแย่ ดังนั้น ควรบอกเลิกกันต่อหน้าจะดีกว่าเพื่อเป็นการให้เกียรติอีกฝ่าย


    แต่ถ้าคุณกังวลเรื่องความปลอดภัยว่าอีกฝ่ายอาจจะใช้ความรุนแรงเมื่อถูกบอกเลิกก็อาจจะเลือกสถานที่สาธารณะเพื่อจะได้ปลอดภัยหากมีอะไรรุนแรงเกิดขึ้น


  3. แสดงออกอย่างจริงใจ แต่ไม่ต้องพูดแบบละเอียดยิบ

    เป็นธรรมดาที่เวลาคนเราถูกบอกเลิกก็ย่อมอยากจะรู้ว่าเพราะอะไร การบอกเหตุผลไปอย่างจริงใจจึงเป็นเรื่องที่ควรทำแต่ขณะเดียวกันก็ไม่ควรพูดจาแบบทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกหยามเกียรติ เช่น “เธอห่วยในเรื่องบนเตียงมาก” หรือ “เธอมันไร้อนาคต”


    คุณควรเลือกใช้ประโยคสะท้อนเพื่อบอกเหตุผลแทน เช่น “ฉันรู้สึกว่ารสนิยมทางเพศของเรามันต่างกันเกินไป” หรือ “ฉันคิดว่าเป้าหมายในอนาคตของเรามันไม่เหมือนกันแล้ว” แต่ก็ไม่ต้องไปขุดเรื่องเก่า ๆ เอามาไล่เรียงว่ามีอะไรบ้าง รวมถึงไม่ควรใช้ประโยคเชย ๆ (clichés) ที่ว่า “เธอไม่ผิดหรอก มันผิดที่ฉันเอง” สรุปคือพูดออกไปอย่างจริงใจแต่เลือกใช้คำพูดที่มันสร้างสรรค์


  4. อย่าใจอ่อนต่อการอ้อนวอนของอีกฝ่าย

    ถ้าอีกฝ่ายไม่คิดว่าตัวเองจะถูกบอกเลิกจริง ๆ ก็อาจจะพยายามอ้อนวอนขอโอกาส แต่หากการตัดสินใจของคุณมาจากการทบทวนมาแล้วเป็นอย่างดีว่ามันหมดทางไปต่อได้จริง ๆ การให้โอกาสอีกครั้งมันก็จะเป็นได้แค่การยื้อเวลาให้การเลิกรามันช้าออกไปเท่านั้นเอง จะจบช้าจบไวสุดท้ายมันก็ต้องจบอยู่ดี

แนวทางฮีลใจหลังจากที่ความสัมพันธ์มันจบลง
  • ปล่อยให้ตัวเองได้รู้สึกอย่างที่รู้สึก

    ไม่ว่าจะมีความรู้สึกอะไรเกิดขึ้นมาก็อนุญาตให้ตัวเองได้รู้สึกไปกับมัน ขณะเดียวกันก็ขอให้รู้ว่าทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นมันจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวไม่ได้คงอยู่ตลอดไป


  • รับความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือคนในครอบครัวที่ช่วยซัพพอร์ตคุณได้

    และลดเวลาหรือให้ค่ากับคนที่ไม่เข้าใจหรือคนที่บั่นทอนคุณน้อยลง รวมถึงทดลองทำอะไรใหม่ ๆ เปิดรับเพื่อนใหม่ ๆ อย่าแยกตัวออกมาอยู่โดดเดี่ยวจากคนอื่น 


  • อย่าลืมเป้าหมายสำคัญก็คือมูฟออน

    พยายามอย่าจมอยู่กับการวิเคราะห์เรื่องราวในอดีตที่ผ่านมาหรือความคิดในเชิงลบ เพราะมันจะสูบพลังของคุณและมันจะทำให้ยากต่อการใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้า


  • มีความหวังถึงวันข้างหน้าเข้าไว้

    จงจำไว้เสมอว่ายังมีโอกาสดี ๆ มากมายที่รอคุณอยู่ข้างหน้า แม้ว่าตอนนี้อาจจะยังมองไม่เห็นภาพของโอกาสเหล่านั้นก็ตาม


  • หมั่นสังเกตตัวเองในภาพรวม

    บ่อยครั้งที่การเลิกรามันส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การเรียน การทำงาน หากพบว่าตัวเองใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างยากลำบากก็ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เช่น จิตแพทย์ นักจิตวิทยา


  • ดูแลตัวเอง

    • จัดเวลาในการทำกิจกรรมเพื่อดูแลตัวเองในทุก ๆ วัน เช่น ทำสมาธิ เล่นโยคะ เขียนบันทึก ฟังเพลง เดินเล่น หรือทำอะไรก็ได้ที่ช่วยให้ตัวเองได้รู้สึกผ่อนคลาย


    • ฟังเสียงความต้องการของตัวเอง ฝึกปฏิเสธไม่ทำสิ่งที่คุณไม่ได้อยากจะทำมันจริง ๆ และฝึกสำรวจตัวเองว่าแท้จริงแล้วคุณต้องการอะไร


    • เรียนรู้ที่จะอยู่กับอารมณ์ของตัวเองที่มันผันผวนไปมา ช่วงเวลาระหว่างที่คุณกำลังฮีลใจตัวเองมันอาจจะไม่ได้ราบเรียบเป็นกราฟเส้นตรงซึ่งมันเป็นปกติธรรมดาของคนที่เพิ่งจะผ่านการเลิกรามาหมาด ๆ


    • หารูทีนใหม่ให้กับตัวเองเพราะหลังเลิกกันรูทีนเดิมมันก็จะหายไปโดยเฉพาะส่วนที่เคยทำด้วยกันกับอดีตคนรัก

       

    • รอเวลา อย่าเพิ่งตัดสินใจอะไรโดยเฉพาะเรื่องที่มันใหญ่ ๆ ในช่วงเวลาที่อารมณ์ของคุณมันยังไม่นิ่ง


    • รักษาสุขภาพ  หลีกเลี่ยงการจัดการกับอารมณ์ด้วยการใช้สารเสพติดหรือกินไม่ยั้ง พยายามรักษาสุขภาพด้วยการกินอาหารที่เป็นประโยชน์ นอนหลับให้เพียงพอ และออกกำลังกาย


    • โอบรับสิ่งใหม่ ๆ ที่เข้ามาผ่านการทดลองทำอะไรใหม่ ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน


    • จำกัดการใช้โซเชียลมีเดียของตัวเอง หลังจากเลิกกันแล้วคุณอาจจะอยาก ‘ส่อง’ โซเชียลมีเดียของอดีตคนรักแต่มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะทำแบบนั้น หรือหากคุณเป็นบุคคลสาธารณะ การจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียมันก็จะเป็นการดีต่อสุขภาพจิตของคุณมากกว่าการเข้าไปเห็นคอมเม้นท์ต่าง ๆ ที่พูดถึงกรณีการเลิกราของคุณกับอดีตคนรักที่มันจะยิ่งทำให้คุณรู้สึกแย่ไปมากกว่าเดิม


อย่างไรก็ตาม แม้ความสัมพันธ์แบบคนรักจะจบลงแต่การเลิกรามันก็ไม่ได้หมายความว่าคุณล้มเหลวเสมอไป เพราะอย่างน้อยคุณก็ได้บทเรียนที่มันจะช่วยทำให้คุณเติบโตขึ้น และหากที่ผ่านมามันคือความรัก การจบความสัมพันธ์อย่างสร้างสรรค์มันก็คือของขวัญที่ต่างฝ่ายต่างมอบให้กันเป็นชิ้นสุดท้าย


หรือในบางครั้งคุณอาจจะพบว่าบนเส้นทางความสัมพันธ์ที่ผ่านมา จุดที่คุณสองคนมีความรักต่อกันอย่างแท้จริงก็คือวันที่คุณปล่อยมือจากกันเพื่อยุติความสัมพันธ์แบบ toxic relationship แล้วแยกย้ายกันไปเติบโตในแบบของตัวเอง


แม้การเลิกราจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยากแต่สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ “จบอย่างไร” แต่คือเราจะ “ดูแลความรู้สึกของตัวเอง” หลังจากนั้นอย่างไร หลายครั้งความเจ็บปวดหลังการเลิกราไม่ได้มาจากการสูญเสียเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความสับสนคำถามที่ยังค้างคาและความรู้สึกที่ยังไม่ถูกคลี่คลาย


บริการปรึกษาเรื่องคู่รัก ความสัมพันธ์ (Couple Counseling ของ iSTRONG จึงไม่ได้มีไว้แค่ช่วยให้ความสัมพันธ์ไปต่อ แต่ยังช่วยให้คุณ “จบความสัมพันธ์ได้อย่างเข้าใจ”เยียวยาความรู้สึก และเติบโตจากความสัมพันธ์ที่ผ่านมา เพราะบางครั้งการจบที่ดีคือจุดเริ่มต้นของการเข้าใจตัวเองมากขึ้น

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

  • โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong

บทความที่เกี่ยวข้อง 

อ้างอิง:

Anabelle Bernard Fournier (2023). How to End a Relationship the Right Way. https://www.verywellmind.com/how-to-end-a-relationship-4173954

ประวัติผู้เขียน

นิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) ประวัติการศึกษา: จบปริญญาโทสาขาจิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีประสบการณ์ทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเป็นเวลา 11 ปี ปัจจุบันเป็นนักเขียนบทความให้กับ ISTRONG


Nilubon Sukawanich (Fern) Educational background: Master's degree in Counseling Psychology from Chiang Mai University, Bachelor's degree in Psychology from Chiang Mai University. With 11 years of experience working as a counseling psychologist at a university. Currently working as a content writer for ISTRONG.


iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2026 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page