บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ
Please reload

original_1164948181 copy.jpg
Some elements on this page did not load. Refresh your site & try again.

istrong.co_certificate-basic.png

6 วิธีเสริมสร้างความเข้าใจ ให้คนต่างวัยอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ

 

ในช่วงสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ระบาดเช่นนี้ คุณผู้อ่านส่วนใหญ่คงได้ทำงานแบบ Work From Home กันอยู่ใช่ไหมคะ ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวของดิฉันเอง และจากการสอบถามคนรู้จัก ก็ได้ข้อสรุปตรงกันข้อหนึ่งว่า ปัญหาสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อการ Work From Home ก็คือ ความวุ่นวาย จากการอยู่ร่วมกันกับคนในครอบครัวคนละวัย ซึ่งแต่เดิมไม่ค่อยได้เจอกัน หรือเจอกันแค่วันหยุด ก็ดูจะไม่ค่อยมีปัญหากันเท่าไหร่ แต่พอต้อง Work From Home ประกอบกับสถานการณ์ไวรัส COVID-19 ระบาด ทำให้แต่ละคนในบ้านต้องอยู่ร่วมกันแบบ 24/7 คือ 24 ชั่วโมง ทั้ง 7 วัน ความบันเทิงจึงเกิดค่ะ ไม่ว่าจะเป็นพ่อ – แม่ Gen Baby Boomers ที่จู้จี้จุกจิกกับลูกที่กำลังอยู่ในวัยทำงาน Gen Y ตอนปลาย หรือ Gen X ตอนต้น และคนช่วงวัย Gen Y ตอนปลาย หรือ Gen X ตอนต้น ก็ต้องไปรับมือกับการโดนป่วนจากลูกหรือหลาน Gen Z หรือ Alfa Gen ไปอีก ทาง iStrong ได้เห็นถึงภาระอันใหญ่หลวงของคนวัยทำงานที่ทั้งต้อง Work From Home และต้องรักษาความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวทุกวัย ดิฉันจึงได้รับมอบหมายในการหาข้อมูล/คำแนะนำจากนักจิตวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา ในการเสนอ “6 วิธีเสริมสร้างความเข้าใจให้คนต่างวัยอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ” ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ


1. ลดอคติที่มีต่อช่วงวัยอื่น


เป็นปกติที่คนแต่ละช่วงวัยจะมีประสบการณ์ในชีวิตและการเลี้ยงดูที่แตกต่างกัน รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่เติบโตมาก็แตกต่างกันด้วย จึงไม่แปลกเลยค่ะที่เราซึ่งเป็น Gen Y ตอนปลาย หรือ Gen X ตอนต้น มักจะรู้สึกขัดใจเวลาเห็นพ่อ – แม่ของเราที่อยู่ใน Gen Baby Boomers มักจะเชื่อ Fake News ที่ส่งต่อกันมาใน Line แถมเป็นคนแชร์ Fake News นั้นต่อไปอีก หรือหงุดหงิดใจกับวิธีเลี้ยงดูลูกของเราที่อยู่ใน Gen Z หรือ Alfa Gen ในช่วงที่เรา Work From Home คนละแบบกับเรา หรือความช่างซักช่างถาม หรือการเรียกร้องความสนใจตามพัฒนาการของเด็ก Gen Z หรือ Alfa Gen ที่อาจมารบกวนสมาธิของเราในช่วง Work From Home ก็เป็นปัญหากวนใจพอสมควรเลยละค่ะ ดังนั้น วิธีรักษาความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวข้อแรก ก็คือ การลดอคติที่เรามีต่อคนต่างช่วงวัย โดยพูดคุย และรับฟังเหตุผลของกันและกันมากขึ้น ก่อนที่จะตัดสินคนในครอบครัวของเราว่าน่าเบื่อ น่ารำคาญค่ะ ดิฉันเชื่อว่าถ้าเราพูดคุยกันมากขึ้น อคติที่เป็นกำแพงกั้นในใจเราจะสามารถลดลง และทำให้ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวดีขึ้นแน่นอนค่ะ


2. พูดให้น้อย ฟังให้มาก


ต้นเหตุของปัญหาความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวสาเหตุหนึ่งที่งานศึกษาทางจิตวิทยาค้นพบ ก็คือ การพูดเรื่องของตัวเองมากกว่ารับฟังเรื่องของคนอื่น ซึ่งเป็นเรื่องปกติของทุกครอบครัวเลยค่ะ พอเราอยู่ด้วยกันมาตลอดชีวิตของเรา เราก็รู้สึกว่าคนในครอบครัวเป็นของตาย ถึงไม่ใส่ใจ ไม่รับฟัง ก็ยังอยู่บ้านเดียวกัน ต่อให้ทะเลาะกัน ผิดใจกัน ก็ยังเป็นพ่อ – แม่ เป็นพี่ – น้อง เป็น พ่อ – แม่ – ลูกกันอยู่ และ ความเฉยชานี้เองละค่ะที่เป็นตัวบั่นทอนความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว รวมถึงบั่นทอนสุขภาพจิตของคนในครอบครัวทำให้เป็นโรคซึมเศร้า โรคเครียด หรือเป็นต้นเหตุให้วัยรุ่นซึ่งอยู่ใน Gen Y ตอนปลาย หรือ Gen Z ตอนต้น ติดยาเสพติด หนีออกจากบ้าน มั่วสุมทำพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เป็นต้น ดังนั้น วิธีรักษาความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวที่นักจิตวิทยาแนะนำ ก็คือ การรับฟังคนในครอบครัวให้มากขึ้น และพูดบ่น หรือใช้คำพูดทางลบต่อกันให้น้อยลงค่ะ

 


3. เปิดใจให้กว้าง ลองมองจากมุมของอีกฝ่าย


วิธีรักษาความสัมพันธ์กับคนในครอบ