top of page

นอนหลับให้พอ = อายุยืน วิธีที่การนอนหลับช่วยให้สมองและร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

iSTRONG นอนหลับให้พอ = อายุยืน วิธีที่การนอนหลับช่วยให้สมองและร่างกายทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

คุณเคยมีอาการหงุดหงิดหรือรู้สึกอ๊อง ๆ เบลอ ตลอดทั้งวันบ้างไหมคะ ซึ่งหลังจากนั้นคุณก็พบว่ามันเกิดขึ้นมาจากการนอนน้อย แม้ว่ามันอาจจะดูไม่น่าเชื่อแต่การนอนหลับให้พอนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งทั้งต่อสมองและร่างกายเพื่อให้คุณพร้อมต่อการตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตในวันถัดไป เพราะการนอนหลับจะช่วยในการเพิ่มความสามารถในการต่อสู้กับโรค ช่วยพัฒนาระบบภูมิคุ้มกันรวมถึงการเผาผลาญ และในระยะยาวมันยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงของการป่วยด้วยโรคเรื้อรังได้อีกด้วย


หรืออาจจะสรุปเป็นภาพรวมได้ว่าบทบาทของการนอนหลับมีอยู่ด้วยกัน 3 ประการหลัก ได้แก่ การล้างพิษในสมอง, การรวมหน่วยความจำ และการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี ซึ่งมีรายละเอียดคร่าว ๆ ดังนี้


  1. การล้างพิษในสมอง (brain detoxification)

    จากการศึกษาของ Leon C.D. Smyth และคณะ ในหัวข้อ “พักผ่อนและชะล้าง: จังหวะการนอนหลับช่วยขับสารพิษออกจากสมอง (Rest and rinse: sleeping rhythms drive brain detox)” ได้กล่าวถึงบทบาทของการนอนหลับที่ช่วยให้สมองสามารถกำจัดของเสียหรือสารพิษที่สะสมในขณะที่กำลังตื่นอยู่ ซึ่งกระบวนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของระบบทำความสะอาดสมอง (glymphatic system) ที่ทำงานได้ดีขึ้นในขณะนอนหลับ


    เนื่องจากสมองไม่มีระบบน้ำเหลืองในการช่วยระบายของเสียอย่างอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกายจึงต้องใช้น้ำหล่อสมองไขสันหลัง (cerebrospinal fluid: CFS) มาทำหน้าที่ระบายของเสียและรักษาสมดุลของของเหลวในสมองแทนซึ่งเรียกว่าระบบ “glymphatic” โดยระบบดังกล่าวนี้จะทำงานได้ดีที่สุดในขณะที่กำลังนอนหลับอยู่ หากมีการนอนหลับที่ไม่เพียงพอหรือมีปัญหาการนอนหลับ ระบบนี้อาจทำงานลดลงส่งผลให้ของเสียอาจสะสมในสมองเพิ่มขึ้น นำไปสู่ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางระบบประสาท เช่น อัลไซเมอร์ พาร์กินสัน 


  2. การรวมหน่วยความจำ (memory consolidation)   Dr. George Dragoi แพทย์และผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านจิตเวชศาสตร์และประสาทวิทยาที่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเยล ได้ทำการศึกษาว่าความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์หรือประสบการณ์เฉพาะเจาะจงมันทำงานอย่างไร โดยเขาพบว่าความทรงจำประเภทนี้ทำงานเสริมกับความทรงจำแบบเชิงความรู้ (semantic memories) ที่เกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงและข้อมูลทั่วไป โดยความทรงจำแบบเหตุการณ์เกี่ยวข้องกับสมองส่วนฮิปโปแคมปัสและนีโอคอร์เทกซ์ และต้องผ่านสองขั้นตอน คือ การเข้ารหัสข้อมูล (encoding) และการประมวลผลเพื่อจัดเก็บระยะยาว (consolidation) 


    ซึ่งนักวิจัยเชื่อว่าการรวมหน่วยความจำนั้นจะเกิดขึ้นขณะกำลังนอนหลับโดยเกี่ยวข้องกับกระบวนการระบายของเสียสะสมออกจากสมองทำให้สมองมีพื้นที่มากขึ้นสำหรับความจำใหม่ ๆ รวมถึงช่วยลดความแข็งแกร่งของการเชื่อมโยงของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำที่มันไม่มีประโยชน์อีกต่อไป ดังนั้น Dr. George Dragoi จึงเชื่อว่าการนอนหลับมีส่วนช่วยในการจัดระเบียบจิตใจให้ดีขึ้นได้


  3. การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี (longevity)

    จากข้อมูลของ Mayo Clinic ได้กล่าวถึงผลกระทบที่เกิดจากการนอนหลับไม่เพียงพอ (น้อยกว่า 7 ชั่วโมง/คืน) เอาไว้ ดังนี้

    • ความดันในเลือดสูงขึ้น 

      โดยจากการวิจัยอื่นที่ทำโดยคลินิกเมโย (Mayo Clinic) พบว่า การอดนอนส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นทั้งในช่วงกลางวันและกลางคืน ผู้ที่นอนหลับน้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อคืน มักมีภาวะหลอดเลือดและหัวใจเสื่อมเร็วกว่าปกติ 


    • น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น 

      การอดนอนเป็นเวลานานมีความเชื่อมโยงกับภาวะดื้อต่ออินซูลิน ส่งผลให้ความสามารถในการควบคุมระดับน้ำตาลลดลง และความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในการเป็นเบาหวานชนิดที่สอง


    • สมองทำงานแย่ลง 

      เมื่อคุณนอนไม่พอ สมองจะไม่มีเวลามากพอในการล้างของเสียที่สะสมไว้ ส่งผลให้มีความเสี่ยงในการเกิดโรคทางระบบประสาทเพิ่มมากขึ้น


จริงหรือไม่ที่ยิ่งอายุเพิ่มขึ้นยิ่งนอนหลับน้อยลง

Dr. Virend Somers แพทย์โรคหัวใจของ Mayo Clinic กล่าวว่า ความรู้สึกง่วงนอนเป็นผลมาจากการที่ต่อมไพเนียลในสมองผลิตฮอร์โมนเมลาโมนินขึ้นมา เมื่อต่อมไพเนียลผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินได้น้อยลงก็จะส่งผลให้คุณหลับลึกได้น้อยลงแต่จะหลับตื้นมากขึ้นแทน นอกจากนั้น หากนาฬิกาชีวภาพ (circadian rhythm) มีรอบทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปก็อาจส่งผลให้คุณรู้สึกง่วงนอนเร็วขึ้นและตื่นเร็วกว่าปกติ


เช่น คุณอาจจะเริ่มรู้สึกง่วงและเผลอหลับไปตอนสองทุ่มแล้วตื่นขึ้นมาในตอนตีสี่หรือตีห้า แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าเมื่อคุณอายุมากขึ้นแล้วคุณจะต้องการการนอนหลับที่น้อยลง คุณยังคงต้องการการนอนหลับอย่าง 7 ชั่วโมงเช่นเดิมเพียงแต่รูปแบบการนอนหลับของคุณมันมีการเปลี่ยนแปลงไป ส่วนวิธีการที่จะช่วยให้คุณสามารถนอนหลับได้ดีขึ้น Dr. Virend Somers ได้แนะนำเอาไว้ ดังนี้


  1. สร้างกิจวัตรในการเข้านอน

    พยายามทำให้ตารางชีวิตก่อนเข้านอนเป็นเหมือนกันในทุก ๆ วันเพราะสมองจะรับรู้ผ่านนิสัยที่คุณทำอยู่เป็นประจำ 


  2. ทำห้องให้มืดสนิท

    เพราะตลอดเวลาหลายพันปี สมองของมนุษย์ใช้ความมืดเป็นการบอกว่านี่คือเวลาที่ต้องนอนหลับ โดย Dr. Virend Somers กล่าวว่า “แม้แต่แสง LED เล็ก ๆ จากนาฬิกาก็สามารถส่งผลให้ต่อมไพเนียลผลิตฮอร์โมนเมลาโทนินน้อยลงได้” ดังนั้น ยิ่งห้องมืดได้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งช่วยให้คุณนอนหลับได้ดี 


  3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

    มีผลพิสูจน์ออกมาแล้วว่าการออกกำลังกายแบบแอโรบิคซึ่งรวมถึงการเดินนั้นช่วยให้มีคุณภาพการนอนหลับที่ดีขึ้น โดยเฉพาะช่วยให้เกิดการนอนหลับแบบคลื่นช้า (slow-wave sleep) ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่หลับลึกที่สุด 


  4. สังเกตผลของยา

    เนื่องจากยาบางชนิดออกฤทธิ์ขัดขวางการนอนหลับ


  5. รับการตรวจเช็คสุขภาพ 


  6. พยายามจัดตารางเวลาในแต่ละวันให้เป็นกิจวัตร

    เช่น ตื่นนอนและเข้านอนในเวลาเดิมทุกวัน


  7. หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

    Dr. Virend Somers กล่าวว่า แอลกอฮอล์สามารถทำให้คุณภาพการนอนแย่ลง แม้ว่าในตอนแรกแอลกอฮอล์อาจทำให้คุณรู้สึกง่วงนอนแต่คุณก็มักจะตื่นขึ้นมากลางดึกและรู้สึกไม่สดชื่นในวันถัดไป


หากปัญหาการนอนเกิดขึ้นต่อเนื่องจนเริ่มส่งผลต่ออารมณ์ การทำงาน หรือการใช้ชีวิต และลองปรับพฤติกรรมการนอนแล้วยังไม่ดีขึ้น ทาง iSTRONG เรามี บริการปรึกษาสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ที่อาจช่วยให้เข้าใจสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังได้มากขึ้น ทั้งความเครียด ความกังวล หรือปัจจัยด้านสุขภาพจิตอื่น ๆ พร้อมวางแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละคน เพราะบางครั้งการนอนที่ดีขึ้น อาจเริ่มจากการได้พูดคุยกับใครสักคนอย่างเข้าใจ

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

  • โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong

บทความที่เกี่ยวข้อง 

อ้างอิง:

Erica Jansen (2020).

What is sleep exactly, and how does it help us stay healthy?


Leon C.D. Smyth et al (2025).

Rest and rinse: sleeping rhythms drive brain detox.


Yale School of Medicine (2023).

Sleep’s Crucial Role in Preserving Memory.


Alisa Bowman (2024).

Sleep and longevity: How quality sleep impacts your life span. 


ประวัติผู้เขียน

นิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) ประวัติการศึกษา: จบปริญญาโทสาขาจิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีประสบการณ์ทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเป็นเวลา 11 ปี ปัจจุบันเป็นนักเขียนบทความให้กับ ISTRONG


Nilubon Sukawanich (Fern) Educational background: Master's degree in Counseling Psychology from Chiang Mai University, Bachelor's degree in Psychology from Chiang Mai University. With 11 years of experience working as a counseling psychologist at a university. Currently working as a content writer for ISTRONG.


iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2026 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page