บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ

5 วิธีเยียวยาจิตใจเมื่อเราเกิดมีปัญหากับพ่อแม่

 

 

หากคุณผู้อ่านท่านใดกำลังเผชิญปัญหากับพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกัน ก็ขอให้อุ่นใจได้ว่าคุณไม่ใช่คนเดียวค่ะที่กำลังอยู่ในสถานการณ์น่าปวดหัวนี้ เพราะปัญหาความไม่เข้าใจกันของคุณพ่อ คุณแม่ กับลูก ๆ เป็นเรื่องปกติที่พบได้ทั่วไป และปัญหานี้จะรุนแรงเป็นพิเศษในครอบครัวที่

พ่อ แม่ที่กำลังเข้าสู่วัยทอง และลูก ๆ กำลังเข้าสู่วัยรุ่น  นั่นก็เพราะวัยรุ่นเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายทุกระบบ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและส่งผลกระทบไปยังจิตใจ  ทำให้หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนง่าย เป็นวัยที่กำลังทดลองทำอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อค้นหา “ตัวตน” ของตัวเอง เช่น ย้อมผม สักรอยสัก แต่งตัวล้ำ ๆ และแน่นอนค่ะว่า สิ่งเหล่านี้ย่อมไปขัดใจคุณพ่อคุณแม่อย่างแน่นอน แล้วยิ่งคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังเข้าสู่วัยทองด้วยแล้ว การแสดงความไม่พอใจยิ่งชัดเจนไปใหญ่ เพราะเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และการปรับตัวเข้ากับสังคม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เหล่านี้ไปส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ทำให้มีอารมณ์แปรปรวน และรุนแรงพอ ๆ กันกับลูก ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือ ในขณะที่ลูกเผชิญปัญหาของลูกอยู่นั้น พ่อ แม่ ก็กำลังต่อสู้กับปัญหาของตัวเองอยู่เช่นกัน และเมื่อทั้งสองฝ่ายที่มีความเครียดสูงมาปะทะกัน ก็พังทั้งคู่ แล้วตรงนี้นี่เองที่นักจิตวิทยาจะเข้าไปให้ข้อแนะนำ หรือหาทางช่วยเหลือครอบครัว เพื่อไม่ให้เกิดการแตกแยกขึ้น

 

Alfred Adler นักจิตวิทยาผู้เป็นตำนานได้เขียนไว้ในทฤษฎีของเขาว่า เด็กและวันรุ่นที่เติบโตมาในครอบครัวที่ระเบิดอารมณ์ใส่กัน หรือทะเลาะกันเป็นประจำ จะกลายเป็นคนที่มีปมด้อย แล้วจะโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ขาดความมั่นคงทางใจ ไม่กล้าลงมือทำ ไม่กล้าเริ่มต้น มีอารมณ์เปราะบาง มีภูมิคุ้มกันทางใจน้อย และเมื่อสิ่งเหล่านี้ไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็วก็จะสะสมจนกลายเป็นต้นเหตุของปัญหาสุขภาพจิตต่าง ๆ เช่น โรคซึมเศร้า โรคเครียด โรควิตกกังวล เป็นต้น

 

ดังนั้น ในบทความนี้ ผู้เขียนจึงได้รวบรวมข้อแนะนำของนักจิตวิทยาที่ได้เสนอแนวทางการรักษาตัวให้รอดจากโรคซึมเศร้าและปัญหาสุขภาพจิตที่จะตามมาจากปัญหาครอบครัว ตามนี้เลยค่ะ

 

1.หาที่หลบภัยในบ้าน

หากคุณผู้อ่านไม่สามารถหลบหลีกสถานการณ์ออกจากบ้านได้ตลอดเวลา สิ่งที่ช่วยผ่อนคลายสถานการณ์ได้ ก็คือ การหา safe zone ให้ตัวเอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะนิยมใช้ห้องส่วนตัวเป็น safe zone ค่ะ เพราะสามารถแยกตัวออกมาลำพังจากพ่อ แม่ได้ แต่หากคุณผู้อ่านท่านใดไม่มีห้องส่วนตัว ก็สามารถหามุมสงบให้ตัวเองได้ โดยเลือกห้องที่เงียบ ไม่ค่อยมีคนในบ้านมายุ่ง สามารถล็อกห้องได้ เช่น ห้องเก็บของ ห้องพระ เพื่อให้เราได้มีที่พักจากเสียงดุด่า ให้ได้มีช่วงเวลาที่กลับมาทบทวนอารมณ์ ความรู้สึก และความนึกคิดของเราได้ค่ะ