top of page
GDN 980 x 120 psychiatrist.jpg

สัญญาณเตือนของ Abusive Relationship รักครั้งนี้ควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้



สังคมไทยถือว่ามีข่าวเกี่ยวกับการทำร้ายแฟนถี่มากพอสมควร โดยข่าวล่าสุดก็คือกรณีของ influencer สาวที่เสียชีวิตพร้อมกับแฟนหนุ่มซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นการถูกแฟนหนุ่มฆาตกรรม ทำให้สังคมตั้งคำถามขึ้นมามากมายเกี่ยวกับการใช้ความรุนแรงกับคนรัก ซึ่งเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ก็มีกรณีที่หญิงสาวคนหนึ่งแทงแฟนหนุ่มเสียชีวิตด้วยปมหึงหวง การใช้ความรุนแรงกับคนรักเช่นนี้เรียกว่า “Abusive Relationship” ที่คนในสังคมมักได้ยินข่าวบ่อย ๆ แต่ดูเหมือนว่ายังไม่มีใครเข้าใจเกี่ยวกับมันมากมายนัก ทำให้เวลาที่มีข่าวออกมาก็จะเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ผู้ถูกกระทำ(เหยื่อ) เช่น ทำไมถึงเลือกคนแบบนี้มาเป็นแฟน ทำไมไม่รีบเลิกกันไป ทนอยู่ทำไม บทความนี้จึงอยากชวนให้ทุกคนทำความรู้จักกับ Abusive Relationship ให้ลึกขึ้นค่ะ


รูปแบบพฤติกรรมที่เป็นสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังอยู่ใน Abusive Relationship


1. การทำร้ายร่างกาย (physical abuse)

มีการทำให้คนรักเกิดความเจ็บปวดทางร่างกายผ่านวิธีทำร้ายร่างกายต่าง ๆ เช่น ทุบตี เตะต่อย ใช้อาวุธทำให้บาดเจ็บ ไปจนถึงการกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้เกิดความทุกข์ทรมานทางร่างกาย เช่น ห้ามไม่ให้กินอาหาร ห้ามไม่ให้นอนหลับ ห้ามไม่ให้เข้าบ้าน สั่งให้ยืนอยู่นิ่ง ๆ เป็นเวลานานหลายชั่วโมง บังคับให้อยู่ในกรงสัตว์หรือหีบที่ล็อคกุญแจ

2. การทำร้ายจิตใจ (emotional abuse)

มีการใช้คำพูดหรือแสดงพฤติกรรมที่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดทุกข์ใจ เช่น ล้อเลียนหรือพูดบั่นทอนความมั่นใจของอีกฝ่าย ข่มขู่ ตะโกนด่าทอ ใช้คำพูดทิ่มแทงจิตใจ แสดงอาการหึงหวงมากเกินเหตุแม้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรที่น่าหึงหวงเลย ปั่นหัวเพื่อควบคุมให้อีกฝ่ายทำตามความต้องการของตัวเอง บังคับให้ตีตัวออกห่างจากสังคมจนไม่เหลือใครนอกจากแฟนเพื่อตัดแหล่งสนับสนุนขอความช่วยเหลือ


3. การทำร้ายทางเพศ (sexual abuse)

มีการทำให้อีกฝ่ายทุกข์ใจหรือบาดเจ็บจากกิจกรรมทางเพศ เช่น บังคับให้มีเพศสัมพันธ์ทั้งที่ไม่เต็มใจ มีเพศสัมพันธ์แบบรุนแรงจนก่อให้เกิดการบาดเจ็บ บังคับให้แต่งตัวยั่วยวนออกไปในที่สาธารณะ ถ่ายรูปหรือคลิปโดยที่ไม่ได้รับความยินยอม ล่อลวงให้เสพสารเสพติดจนมึนเมาเพื่อให้มีเพศสัมพันธ์ด้วย บังคับให้มีเพศสัมพันธ์แบบหมู่หรือให้มีเพศสัมพันธ์กับบุคคลอื่นโดยไม่เต็มใจ ไม่ยอมสวมถุงยางอนามัย จงใจถอดหรือเจาะถุงยาง


4. การทำร้ายโดยใช้เทคโนโลยีคุกคาม (digital abuse)

มีการคุกคามผ่านเทคโนโลยี เช่น ส่งข้อความที่ไม่ให้เกียรติ แอบติดตามตำแหน่ง แฮกรหัสผ่านบัญชี social media เพื่อควบคุมกิจกรรมในโลกออนไลน์ นำรูปภาพหรือคลิปไปโพสต์ประจานหรือทำให้เสียชื่อเสียง


5. การทำร้ายทางการเงิน (financial abuse)

มีการทำให้อีกฝ่ายเกิดปัญหาทางการเงิน เช่น ไม่ยอมให้อีกฝ่ายเข้าถึงข้อมูลทางการเงินของตนเอง ขโมยทรัพย์สินของแฟนหรือครอบครัวของแฟน ห้ามไม่ให้มีรายได้เป็นของตัวเองเพื่อไม่ให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ แอบใช้ชื่อของอีกฝ่ายไปสร้างหนี้สิน


อย่างไรก็ตาม แม้ว่าสัญญาณเตือน Abusive Relationship จะมีความชัดเจนสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับบางคนแล้วอาจจะมีความไวต่อสัญญาณเตือนของ Abusive Relationship น้อยกว่าคนอื่น ๆ หรือแม้จะรู้แล้วว่าตนเองกำลังตกอยู่ใน Abusive Relationship แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่แค่รู้แล้วก็สามารถตัดความสัมพันธ์ได้ทันที ซึ่งหากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่ใน Abusive Relationship ก็ขอเชิญชวนให้ค่อย ๆ คิดไตร่ตรองไประหว่างที่อ่านข้อความด้านล่างนี้

  • อย่าโทษตัวเองที่ต้องมาเจอกับ Abusive Relationship เพราะใคร ๆ ก็ตัดสินใจผิดพลาดได้ ซึ่งมันไม่เป็นไร

  • ไม่มีความผิดไหนที่สมควรต้องถูกลงโทษด้วยความรุนแรง ดังนั้น อย่าพูดกับตัวเองว่า “เป็นเพราะฉันไม่ดีเองที่ทำให้เขาต้องใช้ความรุนแรงแรงนี้”

  • คุณคู่ควรกับแฟนที่ให้เกียรติ อย่ายอมให้ใครมาด้อยค่าคุณได้

  • คุณมีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

  • หากคุณมีลูก ลูกของคุณก็ควรได้มีชีวิตที่สงบสุขและปลอดภัยในบ้านที่ร่มเย็น

  • คุณไม่ได้โดดเดี่ยวอยู่บนโลกใบนี้ มีผู้คนมากมายที่พร้อมช่วยเหลือคุณ ขอเพียงคุณขอความช่วยเหลือ


หลังจากที่ได้อ่านข้อความดังกล่าวไปแล้ว ตอนนี้ก็อยากจะชวนให้คุณเริ่มต้นที่จะชั่งน้ำหนักว่าควรจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ซึ่งหากคุณค้นพบแล้วว่าตัวเองอยากจะออกจาก Abusive Relationship คุณสามารถทำตามข้อแนะนำต่อไปนี้ได้


1. เตรียมการทุกอย่างให้พร้อมต่อการหนี แฟนที่เป็น abusive มักจะไม่ยอมให้เดินออกมาง่าย ๆ และอาจตามไปราวีถ้าหากรู้ว่าคุณหนีไปที่ไหน คุณควรทำให้ตัวเองพร้อมที่จะไปทันทีที่มีโอกาส เช่น พกกุญแจรถติดตัวไว้ เติมน้ำมันรถให้เต็มถัง แอบเก็บ้ขาวของที่จำเป็นใส่รถเอาไว้เลย

2. ซ้อมแผนการหนีไว้บ้าง เพื่อให้คุณมีภาพอยู่ในหัวว่าถ้าหากจะหนีไปจริง ๆ คุณต้องเริ่มยังไง ต้องทำอะไรบ้าง

3. บันทึกหรือจดเบอร์ฉุกเฉิน เอาไว้ในกรณีที่คุณต้องการความช่วยเหลือ

4. ควรปรึกษาใครสักคนที่ไว้ใจได้ และเป็นพวกของคุณ เพราะคุณจำเป็นต้องมี support

5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ในกรณีที่คุณรู้สึกสับสน เจ็บปวด หรือหวาดกลัว คุณควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น จิตแพทย์ นักจิตวิทยา หรือนักจิตบำบัด ซึ่งนอกจากจะช่วยเคลียร์สิ่งที่คั่งค้างในใจของคุณแล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังอาจช่วยคุณวิเคราะห์พฤติกรรมของแฟนคุณได้ และช่วยคุณหาทางป้องกันความเสี่ยงที่มันอาจเกิดขึ้น ซึ่งในบางกรณีคุณอาจต้องปรึกษาตำรวจ ทนาย หรือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โทร. 1300 เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง


สำหรับใครที่กำลังเครียด กังวล คิดมาก ทั้งเรื่องของปัญหา Burn Out จากการทำงาน ปัญหาความสัมพันธ์ต่างๆ ในครอบครัว คนรัก ไปจนถึงภาวะต่างๆ เช่น ซึมเศร้า ทุกปํญหาสำคัญและเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราเสมอ


iSTRONG ยินดีให้บริการ ปรึกษาด้านสุขภาพจิตโดยผู้เชี่ยวชาญ ทั้งจากจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ดูรายละเอียดได้ที่นี่



 

iSTRONG Mental Health

ผู้ดูแลสุขภาพใจให้กับบุคคล ครอบครัว และองค์กร


บริการของเรา

สำหรับบุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : http://bit.ly/3lmThUa

  • คอร์สฝึกอบรม การเป็นนักจิตวิทยาให้คำปรึกษา : http://bit.ly/3RQfQwS

สำหรับองค์กร

โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong

 

อ้างอิง:

[1] SCORA Thailand “How to Spot an Abusive Relationship”

[2] MGR online “ไรเดอร์หนุ่มถูกแทงดับคาเตียง ตร.เชื่อฝีมือแฟนสาว ปมหึงหวง”


บทความที่เกี่ยวข้อง

 

ประวัติผู้เขียน

นางสาวนิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) จบการศึกษาระดับปริญญาโทในสาขาจิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และระดับปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา(คลินิก) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาประจำมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา และเป็นนักเขียนของ iSTRONG


facebook album post - square (1).png
1.พวกหลีกเลี่ยงความผูกพัน (2).png
บทความล่าสุด
bottom of page