สมองของผู้ที่เผชิญกับภาวะสิ้นยินดี อะไรที่เปลี่ยนแปลง

ถึงแม้ว่า iSTRONG จะมีบทความจิตวิทยาที่กล่าวถึงภาวะสิ้นยินดี หรือศัพท์ทางจิตวิทยาเรียกว่า Anhedonia หลายบทความแล้ว แต่ก็ยังพบว่า การให้ข้อมูลและความรู้เกี่ยวกับภาวะสิ้นยินดีในประเทศไทยเป็นสิ่งที่จำเป็น เนื่องจากคนไทยโดยส่วนใหญ่รู้จักอาการเจ็บป่วยทางจิตในรูปแบบของโรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า (Depression) โรคไบโพลาร์ (Bipolar disorder) หรือโรควิตกกังวล (Anxiety Disorder) เป็นต้น
แต่กลับมีความรู้ต่อภาวะสิ้นยินดี (Anhedonia) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าของโรคทางจิตเวชต่าง ๆ ค่อนข้างน้อย ซึ่งดิฉันเล็งเห็นว่า หากคนไทยมีความรู้และเกิดความตระหนักถึงความสำคัญของการสังเกตภาวะสิ้นยินดีไม่ว่าจะที่เกิดขึ้นกับตนเองก็ตาม หรือกับคนรอบข้างก็ตามได้เร็ว
ก็จะสามารถส่งเสริมสุขภาพจิตของคนไทย และสามารถเยียวยาจิตใจได้ทันก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ความเจ็บป่วยทางจิตที่จะสร้างความเสียหายต่อสมอง จิตใจ และร่างกายของคนไทย ซึ่งจะรักษาและเยียวยาได้ยากกว่ามากค่ะ
จากการศึกษาทางจิตวิทยาทั้งในและต่างประเทศ พบว่า ภาวะสิ้นยินดี กำลังเป็นภัยคุกคามความมั่นคงทางจิตใจของคนไทยและผู้คนในภูมิภาคอาเซียน โดยในปี พ.ศ. 2566 คนในภูมิภาคอาเซียนมีภาวะสิ้นยินดีสูงถึง 52.50% ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีงานวิจัยภายในประเทศที่สำรวจภาวะสิ้นยินดีของคนไทยทั้งประเทศ
แต่จากงานศึกษาทางจิตวิทยาของวนิดา อาแว และรัชนีกร อุปเสน เมื่อปี พ.ศ. 2561 พบว่าคนไทยในภาคใต้มีภาวะสิ้นยินดีสูงถึง 62.50% อีกทั้งยังพบว่าภาวะสิ้นยินดีมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับอาการย้ำคิดย้ำทำ (Obsessive-Compulsive Disorder; OCD) ภาวะซึมเศร้า โรควิตกกังวล เหตุการณ์ชีวิตที่กดดัน และการทำงานทางสังคมต่ำ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยซึมเศร้าในประเทศไทยที่มีภาวะสิ้นยินดีประมาณ 60.00%
ในบทความจิตวิทยานี้จึงชวนคุณมาหาคำตอบว่า เมื่อคนเราเกิดภาวะสิ้นยินดี สมองของเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง? เพื่อให้เราเกิดความตระหนักถึงผลกระทบของภาวะสิ้นยินดีที่มีต่อร่างกายของเราค่ะ
การหลั่งโดปามีนลดลง
เมื่อเราเกิดภาวะสิ้นยินดี เราจะไม่มีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ เช่น ดูภาพยนตร์เรื่องเดิมไม่สนุก ไม่รู้สึกเพลิดเพลินกับการไปเที่ยวในสถานที่โปรด นั่นก็เป็นเพราะสมองของเราหลั่งโดปามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทในสมองที่เกี่ยวข้องกับ “ความสุข ความพึงพอใจ แรงจูงใจ และการให้รางวัล” ลดลงค่ะ ต้องอธิบายก่อนว่าในสมองของเราจะมีส่วนที่เรียกว่า “วงจรให้รางวัล” (Reward Circuit) คือ เมื่อเราสนุก หรือมีความสุข สมองส่วนนี้ก็จะหลั่งโดปามีนออกมา ทำให้เรารู้สึกชอบการทำกิจกรรมนั้น รักการใช้ชีวิตแบบนั้น แต่เมื่อเกิดภาวะสิ้นยินดี สมองส่วนนี้จะทำงานน้อยลง โดปามีนก็จะหลั่งมาน้อยลง แม้จะเจอเรื่องราวดี ๆ แต่สมองก็ “ไม่ตื่นเต้น” หรือ “ไม่รับรู้ว่าเป็นสิ่งที่น่าพอใจ” อีกต่อไปค่ะ
การทำงานของสมองในส่วนของความสุข ลดลง
จากการศึกษาสมองด้วยการถ่ายภาพสมองที่ “จับการทำงานของสมองแบบเรียลไทม์” หรือ fMRI (Functional Magnetic Resonance Imaging) พบว่าสมองของผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีมีการตอบสนองในส่วนของ ventral striatum ระหว่างช่วง anticipation (สมองส่วนความคาดหวัง) และ consummation of rewards (สมองส่วนการตอบสนองต่อรางวัล) น้อยมาก โดยเฉพาะในส่วนของ dorsal striatum (putamen) ซึ่งเป็นส่วนส่วนการตอบสนองต่อความสุข นั่นจึงเป็นผลให้ผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีเฉยชาไปกับทุกสิ้น ใช้ชีวิตไปวัน ๆ เพราะสมองส่วนความคาดหวังทำงานน้อย และไม่มีความสุข ไม่เพลิดเพลินกับสิ่งใดเพราะสมองส่วนการตอบสนองต่อรางวัลและความสุขทำงานน้อยลงนั่นเอง
การเชื่อมต่อผิดปกติในวงจรสมอง
จากการศึกษาการเชื่อมต่อภายในสมองขณะที่ร่างกายไม่มีการทำกิจกรรม (resting-state fMRI) พบว่า ผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดี มีความผิดปกติของการเชื่อมต่อวงจรสมองในส่วนของวงจรรางวัล (Reward Network) เช่น สมองส่วน Ventral Striatum, Caudate, Pallidum เป็นต้น
ซึ่งเป็นสมองส่วนของความสุข ความสนุก ความตื่นเต้น แต่เมื่อสมองส่วนนี้ขาดการเชื่อมต่อ ก็ส่งผลให้ผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีไม่มีความสุขกับสิ่งใดเลย อีกทั้งยังพบความผิดปกติของการเชื่อมต่อ Frontoparietal Network (FPN) ซึ่งเป็นสมองส่วนวางแผนและควบคุมอารมณ์ ส่งผลให้การตอบสนองทางอารมณ์ของผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีน้อยกว่าปกติมาก จนกลายเป็นความเฉยชา ไร้อารมณ์ แต่จากการศึกษาดังกล่าวกลับพบว่า ในสมองของผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีมีการทำงานสูงมากในส่วนของ Default Mode Network (DMN) ซึ่งเป็นสมองส่วนความคิดและความทรงจำ ส่งผลให้ผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีจมอยู่กับความคิดทางลบ ความคิดวกวน ความทรงจำเก่า ๆ ในอดีต
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างสมอง
มีการศึกษาพบว่า ผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดี มีปริมาตรเนื้อสมองสีเทา (gray matter) ลดลง ซึ่งเป็นเนื้อสมองส่วนที่มีตัวเซลล์ประสาท (neuron bodies) ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูล พบมากในเปลือกสมอง (cortex) และโครงสร้างลึกในสมอง เมื่อเนื้อสมองสีเทาลดลง การเชื่อมโยงของเซลล์ประสาทก็จะลดลง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของสมองก็จะลดลงตามไปด้วย โดยเฉพาะในส่วนของ Caudate Nucleus
ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมแรงจูงใจและการเรียนรู้จากรางวัล เมื่อเนื้อสมองส่วนนี้ลดลงสมองจะรับ “สัญญาณความสุข” ได้ยาก ส่งผลให้ขาดแรงจูงใจในการใช้ชีวิต หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ และ Hippocampal Subfields เป็นสมองเกี่ยวกับความทรงจำใหม่ คือ เป็นคลังที่เก็บความทรงจำล่าสุด และสร้างความทรงจำใหม่ ๆ หากเนื้อสมองในส่วนนี้ลดลงเราก็จะจดจำเรื่องราวดี ๆ ได้น้อยลง มีเรื่องราวที่มีความสุขในชีวิตน้อยลง
สารสื่อประสาทที่เกี่ยวกับความสุขลดลง
งานวิจัยเกี่ยวกับสมอง พบว่า สมองของผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีจะหลั่งสารสื่อประสาทที่เกี่ยวกับความสุขลดลง ไม่ว่าจะเป็นระบบ NMDA (N-methyl-D-aspartate) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทเกี่ยวกับการเรียนรู้และการจดจำ ในผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีการทำงานของตัวรับ NMDA ผิดปกติ ทำให้สมองไม่สามารถเรียนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้มีความสุข อีกทั้งยังพบว่าระบบ Opioid ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับ ความสุข (pleasure) หรือความรู้สึกพึงพอใจขณะได้รับรางวัล (consummatory reward) ในผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีระบบ Opioid ทำงานลดลง ทำให้แม้ได้รับรางวัล สมองก็ “ไม่รู้สึกสุข” เหมือนเดิม นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติของระบบ Serotonergic (Serotonin) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับ อารมณ์โดยรวม ความสงบ ความพึงพอใจในผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีการทำงานของระบบ serotonin ผิดปกติ ทำให้มองโลกในแง่ลบ ขาดแรงจูงใจ และรับรู้ความสุขได้น้อยลง และยังพบการลดลงของ BDNF (Brain-Derived Neurotrophic Factor) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยบำรุงและกระตุ้นการงอกของเซลล์ประสาท ส่งผลโดยตรงต่อการเรียนรู้ ความจำ และความยืดหยุ่นของสมอง (neuroplasticity) ในผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดี การลดลงของ BDNF ส่งผลให้เซลล์ประสาทเชื่อมโยงได้น้อยลง สมองฟื้นตัวจากความเครียดได้น้อย และปรับตัวกับสิ่งดี ๆ ได้น้อยลง
ถึงแม้ว่าการศึกษาเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสมองของผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากต่อการทำความเข้าใจ แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่เราควรทำความศึกษาไว้ เพราะการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของสมองในผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีไม่ใช่แค่เพื่อเข้าใจให้รู้ แต่ยังเกี่ยวข้องกับ การวินิจฉัย การรักษา การป้องกัน และการฟื้นฟูสุขภาพจิตของผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดีได้อย่างลึกซึ้งอีกด้วย ด้วยเหตุนี้จึงหวังว่า บทความจิตวิทยานี้จะเป็นประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจในระดับที่ลึกซึ้งขึ้นต่อภาวะสิ้นยินดีนะคะ
หากช่วงนี้คุณรู้สึกเฉยชา หมดความสนใจ หรือไม่รู้สึกมีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ และความรู้สึกนี้เริ่มกระทบต่อการใช้ชีวิต การพูดคุยกับนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์อาจช่วยให้คุณเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งทาง iSTRONG เรามี บริการปรึกษาสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ที่จะช่วยให้คุณดูแลสุขภาพจิตได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น เพราะการขอความช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่คือการใส่ใจตัวเองตั้งแต่สัญญาณแรก
iSTRONG Mental Health
ผู้ดูแลสุขภาพใจให้กับบุคคล ครอบครัว และองค์กร
บริการของเรา
สำหรับบุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : http://bit.ly/3lmThUa
คอร์สฝึกอบรมทักษะด้านจิตวิทยา : http://bit.ly/3RQfQwS
สำหรับองค์กร
EAP โปรแกรมสำหรับองค์กร : http://bit.ly/3RLI8Z8
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความแนะนำ
อ้างอิง
Herr, K., Berk, M., Huang, W.-L., Kato, T., Lee, J. G., Ng, C. G., Wang, Z., Webb, T. D., Kasahara‑Kiritani, M., & Vandervoort, L. P. (2024).
Anhedonia in major depressive disorder: Prevalence and treatment expectations and satisfaction with treatment goals among patients and physicians in Asia‑Pacific.
Neuropsychiatric Disease and Treatment, 20, 177 – 219.
Wu, C., Mu, Q., Gao, W., Lu, S., & Shao, L. (2025).
The characteristics of anhedonia in depression: A review from a clinically oriented perspective. Translational Psychiatry, 15, Article 90.
วนิดา อาแว และรัชนีกร อุปเสน. (2561).
ปัจจัยคัดสรรที่มีความสัมพันธ์กับภาวะสิ้นยินดีของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า เขตภาคใต้.
วารสารพยาบาลทหารบก, 19, 333 – 342.
ประวัติผู้เขียน
จันทมา ช่างสลัก บัณฑิตจิตวิทยาคลินิกจากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตจาก NIDA ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูก 1 ผู้เป็นทาสแมว ที่มุ่งมั่นจะพัฒนาการเขียนบทความจิตวิทยาให้โดนใจผู้อ่าน และสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกบนโลกใบนี้
