ติดตามเราบน Facebook
  • Facebook Social Icon
บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ

4 วิธีลดความวิตกกังวลจากไวรัสโคโรน่า ตามคำแนะนำของนักจิตวิทยา

 

ในช่วงนี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่าข่าวที่น่าวิตกกังวลของคนไทย ก็คือการแพร่ของเชื้อไวรัสโคโรน่า ที่ลุกลามไปทั่วโลก และยิ่งมีสารพัดข่าวลือเกี่ยวกับไวรัสโคโรน่า ยิ่งทำให้คนไทยวิตกกังวล และอยู่ไม่เป็นสุข ไม่ว่าจะเป็นข่าว “กทม. เป็นเมืองอันตรายอันดับ 1 ของการแพร่ไวรัสโคโรน่า” “ชาวอู่ฮั่น หนีไวรัสโคโรน่าเข้าไทยกว่า 5 ล้านคน” ซึ่งไม่รู้ว่าข่าวลือ รึข่าวรั่ว แต่ที่รู้คือนักจิตวิทยามีเคสผู้มีปัญหา เรื่องความวิตกกังวลเพียบเลยค่ะ ดังนั้น เพื่อลดความวิตกกังวล และเพิ่มความปกติในการใช้ชีวิตให้กับคุณผู้อ่าน ดิฉันจึงมีข้อแนะนำในการลดความวิตกกังวล ตามคำแนะนำของนักจิตวิทยา มาฝากกันค่ะ

 

 


บทความแนะนำ   “5วิธีรับมือกับโรควิตกกังวลในสถานการณ์กดดันสูง” 



1. เสพข่าวอย่างมีวิจารณญาณ
ช่วงนี้ไม่ว่าจะใน Facebook ใน Twitter หรือใน pantip ดูจะมีผู้รู้ ผู้เบิกเนตรให้กับคนที่ต้องการรู้ข้อมูลของไวรัสโคโรน่ากันมากมายทีเดียว แล้วแต่ละคนก็จะมีเครดิต (ที่ให้ตัวเอง) ว่าเป็น “วงใน” หรือ “วงในกว่า” ซึ่งแต่ละข้อมูลที่นำมาเผยแพร่ต่างก็ไปเพิ่มความวิตกกังวลให้กับคนอ่าน จนไม่กล้าใช้ชีวิตตามปกติ ซึ่งมีบางคนที่กลัวจัด ๆ จนกลายเป็นโรคเครียด โรควิตกกังวลไปเลยก็มี ดังนั้นแล้ว เพื่อความสงบสุขของการใช้ชีวิตในสถานการณ์เช่นนี้นะคะ นักจิตวิทยาก็แนะนำว่า ขอให้เลือกรับข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือ และเป็นทางการเท่านั้น ซึ่งในสถานการณ์เกี่ยวกับไวรัสโคโรน่า WHO น่าเชื่อถือที่สุดค่ะ

 


2. ใช้ชีวิตอย่างมีสติ
สติ คือ การรู้ตัวอยู่เสมอว่าทำอะไร มีความตระหนักว่าสิ่งที่รู้นั้นสมเหตุสมผลแค่ไหน เช่น การรับข่าวว่าชาวอู่ฮั่นหนีไวรัสโคโรน่าเข้าไทยกว่า 5 ล้านคนตอนช่วงปีใหม่ หลายคนก็เชื่อตามข่าวว่ามีผู้ที่คาดว่าจะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเข้ามาในไทยจนไม่กล้าออกไปไหน แต่ถ้าเรามีสติ เราจะสามารถพิจารณาได้ว่า ชาวต่างชาติกว่า 5 ล้านคน จากเมืองเดียวกัน ช่วงเวลาเดียวกัน ไฟล์ทบินหรือโรงแรมคงไม่พอที่จะรองรับ นั่นแปลว่าข่าวที่รับมานั้น อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด ดังนั้นเมื่อเรามีสติแล้ว การใช้ชีวิตของเราก็จะเป็นปกติอย่างที่ควรเป็น คือกล้าทำในสิ่งที่เคยทำเป็นกิจวัตร ไม่ว่าจะไปทำงาน กินข้าว เดินห้าง ดูหนัง จ่ายตลาด และทำให้เราลดความวิตกกังวลในการใช้ชีวิตได้ค่ะ

 


3. หาผู้ช่วยลดความวิตกกังวล
ถ้าคุณผู้อ่านเริ่มรู้สึกวิตกกังวลจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพราะกลัวไปหมด กลัวการเดินห้าง กลัวการไปในที่สาธารณะ กลัวการใช้บริการขนส่งมวลชน กลัวแม้กระทั่งการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่มาจากจีน หากทิ้งไว้นานคงกลายเป็นโรคเครียด โรควิตกกังวลไปเสียก่อน ขอให้มาหาคนที่ช่วยลดความวิตกกังวลในส่วนนี้โดยด่วนเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นนักจิตวิทยา พยาบาล คุณหมอ นักเทคนิคการแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อ หรือผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา เพื่อให้ความรู้ คลายความกังวล เมื่อเราได้ความรู้ที่เป็นจริงแล้ว ดิฉันเชื่อค่ะว่าคุณผู้อ่านจะใช้ชีวิตด้วยความสบายใจมากขึ้น ไม่วิตกกังวลอย่างที่เคยอีกต่อไป

 


4. ใช้ชีวิตอยู่ใน Safe Zone
การใช้ชีวิตอยู่ใน Safe Zone ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า ให้คุณผู้อ่านเ