“ฟังด้วยใจ” คืออะไร? และทำไมมันจึงกลายเป็นทักษะที่สำคัญมากในยุคนี้

คนพูดไม่เก่งจะเป็นนักให้คำปรึกษาได้ไหม? เป็นคำถามที่ผู้เขียนถูกถามเข้ามาบ่อย ๆ ซึ่งก็ต้องขอเล่าว่าตัวผู้เขียนเองก็เป็นคนที่พูดไม่เก่งแต่ก็ทำงานเป็นผู้ให้การปรึกษา (Counselor) และจากประสบการณ์ส่วนตัวก็พบว่าในชั่วโมงให้การปรึกษา ‘ทักษะการฟัง’ สำคัญมากกว่า ‘ทักษะการพูด’
อย่างไรก็ตาม การฟังนั้นมีหลายระดับตั้งแต่ฟังแบบได้ยินเสียงผ่านเข้ามาในหูไปจนถึงฟังแบบสัมผัสได้ว่าผู้พูดมีความรู้สึกอย่างไรโดยการฟังอย่างหลังมักจะถูกเรียกว่า ฟังด้วยใจ ซึ่งเป็นคำที่ผู้เขียนได้ยินเป็นครั้งแรกจากคลิปของสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทยที่มาในคอนเซ็ปท์ว่า คุณก็เป็นผู้ฟังที่ดีได้…ถ้าใช้ใจฟัง
แต่หลังจากนั้นก็ได้มีหลายองค์กรที่กล่าวถึงทักษะการฟังที่มีประสิทธิภาพต่อการช่วยเหลือคนที่มีความทุกข์ทางใจรวมถึงคนที่มีความคิดฆ่าตัวตายซึ่งทาง iSTRONG เองก็เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่พยายามรณรงค์ให้ผู้คนมีทักษะการฟังอย่างมีประสิทธิภาพโดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้คนในสังคมมีทักษะในการช่วยเหลือคนใกล้ชิดที่กำลังประสบกับความทุกข์ทางใจ เช่น เพื่อนร่วมงาน คนในบ้าน เป็นต้น
“ฟังด้วยใจ” คืออะไร?
หากจะพูดถึงคำว่า “ฟังด้วยใจ” ผู้เขียนก็อยากจะหยิบยกนิยามของหน่วยงานที่น่าจะเป็นผู้บุกเบิกในการใช้คำนี้ก็คือสมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทยซึ่งได้ทำคลิปเผยแพร่ขึ้นมาในปี พ.ศ. 2558 โดยให้นิยามการฟังด้วยใจที่ผู้เขียนสรุปออกมาเป็นดังนี้
รับรู้ว่าผู้เล่ากำลังรู้สึกอะไรโดยไม่ใช้เหตุผลและประสบการณ์ของตัวเองไปตัดสินเขา
โฟกัสที่ความรู้สึกของผู้เล่ามากกว่าเนื้อหา (content) ที่เขาเล่า
ช่วยให้ผู้เล่ารู้สึกว่าเขามีตัวตนผ่านการแสดงออกว่าเราเข้าใจว่าเขารู้สึกยังไง
ไม่แย้งผู้เล่าแม้สิ่งที่เขาเล่ามามันจะไม่เป็นอย่างที่เราคิด
ปล่อยให้ผู้เล่าตัดสินใจเองแม้ในความรู้สึกของเราจะมองว่าเขากำลังคิดผิด
การถามถึงความคิดฆ่าตัวตาย เป็นสิ่งที่ถามได้และควรทำหากพบว่าผู้เล่ามีความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนพบว่ามีหลายแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับการฟังเพื่อช่วยเหลือผู้ที่กำลังทุกข์ใจโดยเฉพาะผู้ที่มีความคิดฆ่าตัวตาย ยกตัวอย่างเช่น
แนวคิดมนุษยนิยมของคาร์ล โรเจอร์ส (Carl Rogers)
คาร์ล โรเจอร์ส เป็นนักจิตวิทยาชาวอเมริกันซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกจิตบำบัดแบบมนุษยนิยม โดยแนวคิดนี้จะมุ่งเน้นไปที่ความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) และการฟังแบบสะท้อน (Reflextive Listening) รวมถึงใช้การทวนความ (paraphrasing) เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ฟังเข้าใจผู้เล่าได้อย่างถูกต้อง ซึ่งโดยรวมแล้วก็คือการฟังอย่างตั้งใจและมีส่วนร่วม (Active Listening) ที่ต้องฟังสิ่งที่ผู้เล่าพูดออกมาและต้องสังเกตอวัจนะภาษา เช่น สีหน้า แววตา น้ำเสียง ภาษากาย และท่าทางของผู้เล่าไปด้วยในขณะเดียวกัน
แนวคิดการฟัง 4 ระดับของออตโต้ ชาร์เมอร์ (Otto Scharmer)
ออตโต้ ชาร์เมอร์ เป็นอาจารย์อาวุโสของสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเซตส์ (MIT) ซึ่งได้กล่าวถึงการฟังว่ามี 4 ระดับ ดังนี้
ระดับที่ 1 Downloading: Confirmation Mode
“ใช่ ฉันรู้อยู่แล้ว” เป็นการฟังแค่เพียงผ่าน ๆ เพื่อยืนยันว่าข้อมูลเดิมที่ตัวเองรู้อยู่แล้วมันถูกต้องโดยไม่สนใจที่จะเปิดรับข้อมูลใหม่ ๆ เข้ามา
ระดับที่ 2 Factual Listening: Open Mind
“โอ้ ดูนั่นสิ!” เป็นการฟังที่เริ่มเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ ซึ่งไม่ใช่ฟังแค่เพียงผ่าน ๆ ทำให้ผู้ฟังเริ่มสังเกตถึงสิ่งที่ตนเองไม่เคยรับรู้มาก่อน
ระดับที่ 3 Empathetic Listening: Open Heart
“โอ้ ฉันรู้ว่าคุณรู้สึกยังไง” เป็นการฟังในระดับที่ลึกลงไปโดยผู้ฟังสามารถเข้าใจความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้เล่า เกิดความเชื่อมโยงทางอารมณ์กับผู้เล่าและนำไปสู่ความเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกัน
ระดับที่ 4 Generative Listening: Open Will
“ฉันเชื่อมโยงกับบางสิ่งที่ใหญ่กว่าตัวตนของฉัน” เป็นการฟังที่ไม่ใช่แค่การสนทนาด้วยความสนใจแต่เป็นการฟังที่มีเป้าหมายเพื่อไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งและสร้างสรรค์
ทำไมการฟังด้วยใจ จึงกลายมาเป็นทักษะที่สำคัญในยุคนี้
การฟังด้วยใจ ในมุมมองของผู้เขียนมันไม่ใช่พรสวรรค์และไม่ใช่คุณลักษณะที่มนุษย์ทุกคนมีติดตัวมาตั้งแต่เกิด คนส่วนใหญ่ที่จะสามารถฟังด้วยใจ ได้อย่างแท้จริงนั้นจะต้องมีความรู้ความเข้าใจและฝึกฝนตนเองจนมีทักษะนี้ขึ้นมา ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมเวลาที่ปรึกษาปัญหากับคนใกล้ชิดหรือคนที่ไม่เคยได้รับการฝึกฝนอบรมมันถึงมีการตอบสนองที่แตกต่างไปจากผู้ที่ผ่านการฝึกฝนอบรมทักษะการฟังด้วยใจ ยกตัวอย่างเช่น
ผู้ฟังทั่วไป “เขานินทาเราก็แค่อย่าไปสนใจ หัดปล่อยวางแล้วชีวิตจะดี”
ผู้ฟังด้วยใจ “คุณคงรู้สึกเจ็บปวดมากเลยที่ถูกนินทาจากคนที่ไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับตัวคุณ”
ผู้ฟังทั่วไป “การฆ่าตัวตายมันเป็นบาป ตายไปจะต้องตกนรกนะ”
ผู้ฟังด้วยใจ “คุณคงทุกข์ทรมานมากจนถึงขั้นคิดว่าการตายดีกว่าการมีชีวิตอยู่ ช่วยเล่าได้ไหมว่าความทุกข์ทรมานนั้นคืออะไร”
ผู้ฟังทั่วไป “ใคร ๆ เขาก็มีความทุกข์กันทั้งนั้น ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว”
ผู้ฟังด้วยใจ “ฉันเชื่อว่าสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่มันทำให้เธอทุกข์ใจมาก ถ้าฉันเป็นเธอฉันก็จะรู้สึกแบบเดียวกัน”
จากตัวอย่างที่เล่าในข้างต้น ผู้เขียนเชื่อว่าถ้าหากทุกคนสามารถเลือกคู่สนทนาได้ก็คงอยากจะได้คู่สนทนาที่รับฟังอย่างเข้าใจ ไม่ตัดสิน และไม่ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เล่าไปมันเป็นแค่เรื่องน้อยนิดจนเหมือนตัวผู้เล่าไร้ค่าไร้ความหมายบนโลกใบนี้ นอกจากนั้น หากผู้คนในสังคมสามารถฝึกฝนให้ตนเองมีทักษะการฟังด้วยใจ ก็อาจจะช่วยลดความรุนแรงของปัญหาสุขภาพจิตในภาพรวมลงได้ หรืออย่างน้อยการฟังด้วยใจมันก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสังคมที่น่าอยู่มากขึ้น ผู้คนมีความคิดอยากจบชีวิตตนเองน้อยลงเพราะมีความหวังและมีกำลังใจในการใช้ชีวิตต่อไปมากขึ้น ดังนั้น เรามาฝึกฝนทักษะการฟังด้วยใจไปด้วยนะคะ
สำหรับคนที่กำลังมองหาหลักสูตรเพื่อเริ่มต้นเรียนรู้ด้านจิตวิทยาและทักษะการให้คำปรึกษา การรับฟัง สามารถศึกษารายละเอียดของคอร์สเรียนจิตวิทยา หรือ หลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษาระดับ Fundamental จาก iSTRONG เพื่อเปรียบเทียบกับเป้าหมายของตัวเองได้ว่าตอบโจทย์ไหม และรูปแบบการเรียนแบบใดเหมาะกับสิ่งที่คุณต้องการพัฒนามากที่สุด
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิง:
สมาคมสะมาริตันส์แห่งประเทศไทย. เกี่ยวกับสะมาริตันส์.
Retrieved from https://www.samaritansthai.com/aboutus/
EBSCO Knowledge Advantage (2024) . Active Listening.
Retrieved from https://www.ebsco.com/research-starters/communication-and-mass-media/active-listening
Vuslat Foundation. Otto Scharmer’s Four Levels of Listening: A Journey to Conversational Depth.
Retrieved from https://generouslistening.org/otto-scharmers-four-levels-of-listening-a-journey-to-conversational-depth/
ประวัติผู้เขียน
นิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) ประวัติการศึกษา: จบปริญญาโทสาขาจิตวิทยาการปรึกษา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ปริญญาตรีสาขาจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีประสบการณ์ทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งเป็นเวลา 11 ปี ปัจจุบันเป็นนักเขียนบทความให้กับ ISTRONG
Nilubon Sukawanich (Fern) Educational background: Master's degree in Counseling Psychology from Chiang Mai University, Bachelor's degree in Psychology from Chiang Mai University. With 11 years of experience working as a counseling psychologist at a university. Currently working as a content writer for ISTRONG.
