รับมือการถูก Bully อย่างมีสติ ด้วย 5 วิธีตามเทคนิคจิตวิทยา
- Chanthama Changsalak
- Apr 18, 2022
- 2 min read
Updated: Mar 30, 2025

จากงานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 94 ที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่ดังกว่าภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัล ก็คือ การที่ Will Smith นักแสดงชื่อดัง ได้ทำร้ายร่างกาย Chris Rock ผู้ประกาศรางวัลที่ Bully ภรรยาของ Will Smith คือ Jada Pinkett Smith เรื่องทรงผมที่ Jada Smith ตัดทรงสกินเฮดเพราะอาการป่วยด้วยโรค Alopecia Areata
และแน่นอนว่ากระแสสังคมออนไลน์ระดับโลกเสียงแตกออกเป็นสามฝ่ายใหญ่ ๆ คือ ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการกระทำของ Will Smith เพราะกล้าปกป้องภรรยาที่ถูก Bully ฝ่ายที่ชื่นชม Chris Rock ที่ไม่ตอบโต้การทำร้ายร่างกาย และยังทำหน้าที่พิธีกรต่อไป และฝ่ายที่สาม คือ ฝ่ายที่มองการกระทำของทั้งคู่ว่าเป็นสิ่งผิด ทั้งการ Bully และการใช้กำลังทำร้ายคนอื่น
ซึ่งในมุมมองของนักจิตวิทยาส่วนใหญ่ จะมีความเห็นไปในฝ่ายที่สาม คือ การ Bully คนอื่นเป็นสิ่งผิด แต่การตอบโต้ด้วยความรุนแรงก็ผิดเช่นกัน โดยเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนจากผลที่ตามมาของ Will Smith ก็คือ การมีสิทธิถูกเรียกคืนรางวัลออสการ์ที่เขาเพิ่งได้ไปจากเวทีเดียวกัน การถูกขุดคุ้ยประวัติสมัยหนุ่ม ๆ ที่ก็ Bully เก่งพอตัว การถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง และความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจ ดังที่เขาได้โพสต์จดหมายขอโทษในสื่อสังคมออนไลน์ ที่ว่า
"ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความรุนแรงทุกรูปแบบเป็นพิษและเป็นภัย สิ่งที่ผมทำเป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้และไม่อาจจะแก้ตัวได้ มุกตลกเกี่ยวกับตัวผมเป็นส่วนหนึ่งของงาน แต่มุกตลกเกี่ยวกับโรคของ Jada มันมากเกินกว่าที่ผมจะทนรับได้ และผมก็ได้ตอบสนองไปด้วยอารมณ์ผมอยากจะขอโทษคุณต่อสาธารณะนะ Chris ผมล้ำเส้นไปและผมผิด ผมรู้สึกอับอายต่อสิ่งที่ผมทำไปในโลกของความรักและความดีมันไม่มีที่สำหรับความรุนแรง และผมอยากจะขอโทษ Academy ผู้จัดรายการ ผู้เข้าร่วมงาน และทุกคนทั่วโลกที่ได้ดู และขอโทษ Williams Family และ King Richard Family ด้วย ผมเสียใจอย่างสุดซึ้งที่สิ่งที่ผมทำมันทำให้การเดินทางอันแสนวิเศษของพวกเราทั้งหมดได้แปดเปื้อน ผมไม่ได้สมบูรณ์แบบและยังคงปรับปรุงต่อไป”
นั่นแสดงให้เห็นว่า การตอบโต้การ Bully ด้วยความรุนแรงมีราคาที่ต้องจ่าย ซึ่งหลาย ๆ ครั้ง ความรุนแรงของการ Bully ก็ท้าทายเราเหลือเกินให้เรากล้าที่จะจ่าย แต่เชื่อเถอะค่ะว่า คนที่เริ่มลงมือด้วยความรุนแรงก่อนมักจะเสียเปรียบ เพราะสังคมและกฎหมายพร้อมที่จะลงโทษเรา ทั้ง ๆ ที่เราถูกกระทำแท้ ๆ ดังนั้น ด้วยความห่วงใย ดิฉันจึงขอนำเทคนิคทางจิตวิทยาในการตอบโต้การ Bully ด้วยสันติวิธีมาฝากกันค่ะ
1. ดึงสติไว้ให้มั่น
เมื่อเราต้องอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ กดดัน หรือตึงเครียด ขอให้ยึดสติไว้ให้มั่นค่ะ เพราะสติจะเป็นตัวดึงเราให้อยู่กับปัจจุบันไม่ไปตามอารมณ์ สามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ตอบโต้ด้วยความรุนแรงได้ แม้ในใจอย่างจะทำแบบเพลงซุปเปอร์ไซย่า ของ UrBoy TJ ก็ตาม
เพราะทุกครั้งที่เราตอบโต้การ Bully ด้วยความโกรธ คนที่ได้รับผลรุนแรงก็คือเราเองค่ะ ถึงแม้ว่าเราจะถูกล้อเลี้ยนเช้าเย็น โดนด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง คนที่ทำร้ายเราด้วยคำพูด อย่างมากเขาก็จะโดนลงโทษจากสังคมด้วยการถูกตำหนิ ไม่มีเพื่อนคบแต่ถ้าเราไม่มีสติตอบโต้ด้วยอารมณ์อย่างรุนแรง
เช่น ทำร้ายร่างกาย ทำร้ายทรัพย์สิน เราจะโดนลงโทษ ทั้งทางกฎหมาย และทางสังคม แม้ว่าจะมีคนเห็นใจเราเรื่องที่เราถูก Bully แต่เราก็ต้องได้รับโทษรุนแรงตามการกระทำของเราอยู่ดีค่ะ
2. พาตัวเองออกจากสถานการณ์นั้น
ถ้าการ Bully นั้นเกินกว่าที่เราจะรับไหว หรือเรารู้ตัวว่าสติจะหลุด จะตอบโต้ด้วยความรุนแรงแล้วนะ ขอให้พาตัวเองออกมาจากสถานการณ์โดยเร็วที่สุดค่ะ หาที่สงบพักหายใจเข้า - ออกลึก ๆ ช้า ๆ หรือพาตัวเองไปยัง Safe Zone ที่ปลอดภัย มีคนปกป้อง และมีคนที่เราไว้ใจจะบอกเล่าเรื่องราวให้เขาฟังได้ เพื่อให้เราลดความกดดัน คลายความกังวลใจจากการ Bully
และยังได้คำปรึกษา คำแนะนำที่มีประโยชน์ ในการนำมาใช้เพื่อเอาตัวรอด หรือหยุดการ Bully ต่อไปได้ด้วยละค่ะ แต่ถ้าหากเราพากายหยาบของเราออกมาจากสถานการณ์ไม่ได้ ก็ลองพากายทิพย์ของเราออกมาแทน โดยการใช้จินตนาการช่วยว่าเราได้อยู่ในสถานที่ปลอดภัย หรืออยู่กับคนที่ช่วยเหลือเราได้ และสูดลมหายใจเข้า - ออก ช้า ๆ ลึก ๆ ก็พอช่วยได้ค่ะ
3. มองตัวเองบวกและเข้มแข็งเข้าไว้
บ่อยครั้งที่เรามักจะถูกคนที่ไม่ชอบเรา Bully เราด้วยสิ่งที่เขามองว่าเราเป็นปมด้อย หรือสิ่งที่เราแตกต่างจากเขา ไม่ว่าจะเป็นสีผิว ทรงผม ฐานะทางบ้าน แผนการเรียน ผลการเรียน ความเชื่อ ความคิดเห็นทางการเมือง หรือแม้แต่ชื่อจริง ชื่อเล่น คนที่ไม่ชอบเราเขาก็สามารถนำมา Bully เราได้ค่ะ เ
พราะฉะนั้นขอให้มองตัวเองในเชิงบวกเข้าไว้ หาจุดเด่นของตัวเอง และเข้มแข็ง มั่นใจกับจุดแข็งของเรา จุดเด่นของเรา และขอให้ทำใจไว้ว่าไม่ว่าเราจะมีดีแค่ไหน หรือทำดีต่อคนที่ไม่ชอบเรามากแค่ไหนคนไม่ชอบก็คือไม่ชอบค่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรมากไปกว่านั้น เพราะฉะนั้นจงเป็นตัวของเราเอง ที่ไม่เดือดร้อนคนที่รักเราเท่านั้นก็มีความสุขทุกฝ่ายแล้วค่ะ
4. หาคนกลางช่วย
ถ้าหากการถูก Bully รุนแรงและหนักหนาจนเกินที่เราจะรับ หรือเห็นว่าจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของเรา หรือคนที่เรารักในอนาคต หรือคนที่ Bully เรามีอำนาจเกินกว่าที่เราจะปกป้องตัวเองได้ ก็ขอให้หาคนกลางมาช่วยไกล่เกลี่ย หรือช่วยปกป้องเราจะดีกว่าค่ะ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หัวหน้างาน ผู้บังคับบัญชา
โดยวิธีการพูดเพื่อขอความช่วยเหลือ ต้องไม่ให้ร้ายอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ ขอให้เล่าความจริงให้คนกลางดังกล่าวข้างต้นรับรู้ปัญหา และถ้าเรามีหลักฐานไปแสดงด้วยก็จะดีมากเลยค่ะ เพราะถ้าคนกลางข้างต้นเห็นความเดือดร้อนของเรา และมองเห็นแนวโน้มว่าเราจะได้รับอันตรายความช่วยเหลือจะมาเร็วมากขึ้นค่ะ
5. ตอบโต้ในเชิงบวก
เทคนิคที่นักจิตวิทยาแนะนำอีกวิธีหนึ่ง ก็คือ การตอบโต้ในเชิงบวกแทนการใช้ความรุนแรงค่ะ ดังเช่นกรณีของ Will Smith เขาอาจจะตอบโต้การ Bully ด้วยการขอไมค์มาเล่าถึงอาการป่วยของภรรยา และความยากลำบากในการต่อสู้กับโรค หรือแจ้งผู้จัดงานเพื่อแก้ไขปัญหา หรือแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการแสดงจุดยืนสนับสนุนภรรยา
ซึ่งผลตอบรับน่าจะไปในเชิงบวกมากกว่าค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ดิฉันไม่ได้เผชิญความยากลำบากใจเช่นเดียวกับที่ Will Smith เผชิญอยู่ จึงสามารถกล่าวถึง ในบทความเช่นนี้ได้ แต่ถ้าหากดิฉันต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ก็อาจจะทำรุนแรงกว่าก็เป็นได้ค่ะ ถ้ามีสติไม่มากพอ
การ Bully ถือเป็นพฤติกรรมที่ควรจะหายไปได้แล้ว เพราะมุมมอง และทัศนคติของคนเราเปิดกว้างและไปไกลกว่าในอดีตมาก แต่ก็นั่นละค่ะคุณผู้อ่าน “คน” ก็คือ “คน” ย่อมมีหลากหลายจระดับจิตใจปะปนกันไป เพราะฉะนั้นหากเราถูก Bully จนเกินจะรับก็ควรตอบโต้เพื่อปกป้องตัวเองบ้าง แต่ก็ควรทำด้วยสันติวิธีดังเช่นเทคนิคจิตวิทยาที่ได้แนะนำไปนะคะ เพื่อป้องกันการบานปลายจนอันตรายถึงชีวิตค่ะ
iSTRONG Mental Health
ผู้ดูแลสุขภาพใจให้กับบุคคล ครอบครัว และองค์กร
บริการของเรา
สำหรับบุคคลทั่วไป
• บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : http://bit.ly/3lmThUa
• คอร์สฝึกอบรมทักษะด้านจิตวิทยา : http://bit.ly/3RQfQwS
สำหรับองค์กร
• EAP โปรแกรมสำหรับองค์กร : http://bit.ly/3RLI8Z8
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความแนะนำ :
[1] 4 วิธีรับมือเมื่อถูกกลั่นแกล้ง "Bully" (https://www.istrong.co/single-post/howto-cope-bully)
[2] 5 วิธีรับมือกับการถูก Bully ในที่ทำงาน (https://www.istrong.co/single-post/how-to-deal-with-being-a-bully)
อ้างอิง : mgr online. 29 มีนาคม 2565."วิลล์ สมิธ" ร่ายยาวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชี้มุกตลกเกี่ยวกับโรคของภรรยา มันเกินกว่าจะรับได้. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 5 เมษายน 2565 จาก https://mgronline.com/onlinesection/detail/9650000030260
ประวัติผู้เขียน : จันทมา ช่างสลัก
บัณฑิตสาขาวิชาเอกจิตวิทยาคลินิก เกียรตินิยมอันดับ 2 จากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตด้านการพัฒนาสังคม NIDA มีประสบการณ์ด้านจิตวิทยาเด็ก 4 ปี เป็นผู้ช่วยนักวิจัย ด้านจิตวิทยา 1 ปี ปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ และคุณแม่ของลูก 1 คน แมว 1 ตัว ที่ประยุกต์ใช้ศาสตร์ทางจิตวิทยาในการใช้ชีวิต
