top of page
GDN 980 x 120 psychiatrist.jpg

รับมือการถูก Bully อย่างมีสติ ด้วย 5 วิธีตามเทคนิคจิตวิทยา



จากงานประกาศผลรางวัลออสการ์ครั้งที่ 94 ที่ผ่านมา เหตุการณ์ที่ดังกว่าภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัล ก็คือ การที่ Will Smith นักแสดงชื่อดัง ได้ทำร้ายร่างกาย Chris Rock ผู้ประกาศรางวัลที่ Bully ภรรยาของ Will Smith คือ Jada Pinkett Smith เรื่องทรงผมที่ Jada Smith ตัดทรงสกินเฮดเพราะอาการป่วยด้วยโรค Alopecia Areata และแน่นอนว่ากระแสสังคมออนไลน์ระดับโลกเสียงแตกออกเป็นสามฝ่ายใหญ่ ๆ คือ ฝ่ายที่เห็นด้วยกับการกระทำของ Will Smith เพราะกล้าปกป้องภรรยาที่ถูก Bully ฝ่ายที่ชื่นชม Chris Rock ที่ไม่ตอบโต้การทำร้ายร่างกาย และยังทำหน้าที่พิธีกรต่อไป และฝ่ายที่สาม คือ ฝ่ายที่มองการกระทำของทั้งคู่ว่าเป็นสิ่งผิด ทั้งการ Bully และการใช้กำลังทำร้ายคนอื่น

ซึ่งในมุมมองของนักจิตวิทยาส่วนใหญ่ จะมีความเห็นไปในฝ่ายที่สาม คือ การ Bully คนอื่นเป็นสิ่งผิด แต่การตอบโต้ด้วยความรุนแรงก็ผิดเช่นกัน โดยเราจะเห็นได้อย่างชัดเจนจากผลที่ตามมาของ Will Smith ก็คือ การมีสิทธิถูกเรียกคืนรางวัลออสการ์ที่เขาเพิ่งได้ไปจากเวทีเดียวกัน การถูกขุดคุ้ยประวัติสมัยหนุ่ม ๆ ที่ก็ Bully เก่งพอตัว การถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง และความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจ ดังที่เขาได้โพสต์จดหมายขอโทษในสื่อสังคมออนไลน์ ที่ว่า

"ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความรุนแรงทุกรูปแบบเป็นพิษและเป็นภัย สิ่งที่ผมทำเป็นการกระทำที่ยอมรับไม่ได้และไม่อาจจะแก้ตัวได้ มุกตลกเกี่ยวกับตัวผมเป็นส่วนหนึ่งของงาน แต่มุกตลกเกี่ยวกับโรคของ Jada มันมากเกินกว่าที่ผมจะทนรับได้ และผมก็ได้ตอบสนองไปด้วยอารมณ์ผมอยากจะขอโทษคุณต่อสาธารณะนะ Chris ผมล้ำเส้นไปและผมผิด ผมรู้สึกอับอายต่อสิ่งที่ผมทำไปในโลกของความรักและความดีมันไม่มีที่สำหรับความรุนแรง และผมอยากจะขอโทษ Academy ผู้จัดรายการ ผู้เข้าร่วมงาน และทุกคนทั่วโลกที่ได้ดู และขอโทษ Williams Family และ King Richard Family ด้วย ผมเสียใจอย่างสุดซึ้งที่สิ่งที่ผมทำมันทำให้การเดินทางอันแสนวิเศษของพวกเราทั้งหมดได้แปดเปื้อน ผมไม่ได้สมบูรณ์แบบและยังคงปรับปรุงต่อไป”

นั่นแสดงให้เห็นว่า การตอบโต้การ Bully ด้วยความรุนแรงมีราคาที่ต้องจ่าย ซึ่งหลาย ๆ ครั้ง ความรุนแรงของการ Bully ก็ท้าทายเราเหลือเกินให้เรากล้าที่จะจ่าย แต่เชื่อเถอะค่ะว่า คนที่เริ่มลงมือด้วยความรุนแรงก่อนมักจะเสียเปรียบ เพราะสังคมและกฎหมายพร้อมที่จะลงโทษเรา ทั้ง ๆ ที่เราถูกกระทำแท้ ๆ ดังนั้น ด้วยความห่วงใย ดิฉันจึงขอนำเทคนิคทางจิตวิทยาในการตอบโต้การ Bully ด้วยสันติวิธีมาฝากกันค่ะ


1. ดึงสติไว้ให้มั่น


เมื่อเราต้องอยู่ในสถานการณ์วิกฤติ กดดัน หรือตึงเครียด ขอให้ยึดสติไว้ให้มั่นค่ะ เพราะสติจะเป็นตัวดึงเราให้อยู่กับปัจจุบันไม่ไปตามอารมณ์ สามารถควบคุมตัวเองไม่ให้ตอบโต้ด้วยความรุนแรงได้ แม้ในใจอย่างจะทำแบบเพลงซุปเปอร์ไซย่า ของ UrBoy TJ ก็ตาม เพราะทุกครั้งที่เราตอบโต้การ Bully ด้วยความโกรธ คนที่ได้รับผลรุนแรงก็คือเราเองค่ะ ถึงแม้ว่าเราจะถูกล้อเลี้ยนเช้าเย็น โดนด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง คนที่ทำร้ายเราด้วยคำพูด อย่างมากเขาก็จะโดนลงโทษจากสังคมด้วยการถูกตำหนิ ไม่มีเพื่อนคบแต่ถ้าเราไม่มีสติตอบโต้ด้วยอารมณ์อย่างรุนแรง เช่น ทำร้ายร่างกาย ทำร้ายทรัพย์สิน เราจะโดนลงโทษ ทั้งทางกฎหมาย และทางสังคม แม้ว่าจะมีคนเห็นใจเราเรื่องที่เราถูก Bully แต่เราก็ต้องได้รับโทษรุนแรงตามการกระทำของเราอยู่ดีค่ะ


2. พาตัวเองออกจากสถานการณ์นั้น


ถ้าการ Bully นั้นเกินกว่าที่เราจะรับไหว หรือเรารู้ตัวว่าสติจะหลุด จะตอบโต้ด้วยความรุนแรงแล้วนะ ขอให้พาตัวเองออกมาจากสถานการณ์โดยเร็วที่สุดค่ะ หาที่สงบพักหายใจเข้า - ออกลึก ๆ ช้า ๆ หรือพาตัวเองไปยัง Safe Zone ที่ปลอดภัย มีคนปกป้อง และมีคนที่เราไว้ใจจะบอกเล่าเรื่องราวให้เขาฟังได้ เพื่อให้เราลดความกดดัน คลายความกังวลใจจากการ Bully และยังได้คำปรึกษา คำแนะนำที่มีประโยชน์ ในการนำมาใช้เพื่อเอาตัวรอด หรือหยุดการ Bully ต่อไปได้ด้วยละค่ะ แต่ถ้าหากเราพากายหยาบของเราออกมาจากสถานการณ์ไม่ได้ ก็ลองพากายทิพย์ของเราออกมาแทน โดยการใช้จินตนาการช่วยว่าเราได้อยู่ในสถานที่ปลอดภัย หรืออยู่กับคนที่ช่วยเหลือเราได้ และสูดลมหายใจเข้า - ออก ช้า ๆ ลึก ๆ ก็พอช่วยได้ค่ะ


3. มองตัวเองบวกและเข้มแข็งเข้าไว้


บ่อยครั้งที่เรามักจะถูกคนที่ไม่ชอบเรา Bully เราด้วยสิ่งที่เขามองว่าเราเป็นปมด้อย หรือสิ่งที่เราแตกต่างจากเขา ไม่ว่าจะเป็นสีผิว ทรงผม ฐานะทางบ้าน แผนการเรียน ผลการเรียน ความเชื่อ ความคิดเห็นทางการเมือง หรือแม้แต่ชื่อจริง ชื่อเล่น คนที่ไม่ชอบเราเขาก็สามารถนำมา Bully เราได้ค่ะ เพราะฉะนั้นขอให้มองตัวเองในเชิงบวกเข้าไว้ หาจุดเด่นของตัวเอง และเข้มแข็ง มั่นใจกับจุดแข็งของเรา จุดเด่นของเรา และขอให้ทำใจไว้ว่าไม่ว่าเราจะมีดีแค่ไหน หรือทำดีต่อคนที่ไม่ชอบเรามากแค่ไหนคนไม่ชอบก็คือไม่ชอบค่ะ ไม่มีเหตุผลอะไรมากไปกว่านั้น เพราะฉะนั้นจงเป็นตัวของเราเอง ที่ไม่เดือดร้อนคนที่รักเราเท่านั้นก็มีความสุขทุกฝ่ายแล้วค่ะ


4. หาคนกลางช่วย


ถ้าหากการถูก Bully รุนแรงและหนักหนาจนเกินที่เราจะรับ หรือเห็นว่าจะเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของเรา หรือคนที่เรารักในอนาคต หรือคนที่ Bully เรามีอำนาจเกินกว่าที่เราจะปกป้องตัวเองได้ ก็ขอให้หาคนกลางมาช่วยไกล่เกลี่ย หรือช่วยปกป้องเราจะดีกว่าค่ะ เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หัวหน้างาน ผู้บังคับบัญชา โดยวิธีการพูดเพื่อขอความช่วยเหลือ ต้องไม่ให้ร้ายอีกฝ่ายด้วยอารมณ์ ขอให้เล่าความจริงให้คนกลางดังกล่าวข้างต้นรับรู้ปัญหา และถ้าเรามีหลักฐานไปแสดงด้วยก็จะดีมากเลยค่ะ เพราะถ้าคนกลางข้างต้นเห็นความเดือดร้อนของเรา และมองเห็นแนวโน้มว่าเราจะได้รับอันตราย ความช่วยเหลือจะมาเร็วมากขึ้นค่ะ


5. ตอบโต้ในเชิงบวก


เทคนิคที่นักจิตวิทยาแนะนำอีกวิธีหนึ่ง ก็คือ การตอบโต้ในเชิงบวกแทนการใช้ความรุนแรงค่ะ ดังเช่นกรณีของ Will Smith เขาอาจจะตอบโต้การ Bully ด้วยการขอไมค์มาเล่าถึงอาการป่วยของภรรยา และความยากลำบากในการต่อสู้กับโรค หรือแจ้งผู้จัดงานเพื่อแก้ไขปัญหา หรือแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในการแสดงจุดยืนสนับสนุนภรรยา ซึ่งผลตอบรับน่าจะไปในเชิงบวกมากกว่าค่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ดิฉันไม่ได้เผชิญความยากลำบากใจเช่นเดียวกับที่ Will Smith เผชิญอยู่ จึงสามารถกล่าวถึง ในบทความเช่นนี้ได้ แต่ถ้าหากดิฉันต้องตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ก็อาจจะทำรุนแรงกว่าก็เป็นได้ค่ะ ถ้ามีสติไม่มากพอ

การ Bully ถือเป็นพฤติกรรมที่ควรจะหายไปได้แล้ว เพราะมุมมอง และทัศนคติของคนเราเปิดกว้างและไปไกลกว่าในอดีตมาก แต่ก็นั่นละค่ะคุณผู้อ่าน “คน” ก็คือ “คน” ย่อมมีหลากหลายจระดับจิตใจปะปนกันไป เพราะฉะนั้นหากเราถูก Bully จนเกินจะรับก็ควรตอบโต้เพื่อปกป้องตัวเองบ้าง แต่ก็ควรทำด้วยสันติวิธีดังเช่นเทคนิคจิตวิทยาที่ได้แนะนำไปนะคะ เพื่อป้องกันการบานปลายจนอันตรายถึงชีวิตค่ะ


สำหรับใครที่กำลังเครียด กังวล คิดมาก ทั้งเรื่องของปัญหา Burn Out จากการทำงาน ปัญหาความสัมพันธ์ต่างๆ ในครอบครัว คนรัก ไปจนถึงภาวะต่างๆ เช่น ซึมเศร้า ทุกปํญหาสำคัญและเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราเสมอ


iSTRONG ยินดีให้บริการ ปรึกษาด้านสุขภาพจิตโดยผู้เชี่ยวชาญ ทั้งจากจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ดูรายละเอียดได้ที่นี่


 

iSTRONG Mental Health

ผู้ดูแลสุขภาพใจให้กับบุคคล ครอบครัว และองค์กร


บริการของเรา

สำหรับบุคคลทั่วไป

• บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : http://bit.ly/3lmThUa

• คอร์สฝึกอบรม การเป็นนักจิตวิทยาให้คำปรึกษา : http://bit.ly/3RQfQwS


สำหรับองค์กร

• EAP โปรแกรมสำหรับองค์กร : http://bit.ly/3RLI8Z8


โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong

 

บทความแนะนำ :

[1] 4 วิธีรับมือเมื่อถูกกลั่นแกล้ง "Bully" (https://www.istrong.co/single-post/howto-cope-bully)

[2] 5 วิธีรับมือกับการถูก Bully ในที่ทำงาน (https://www.istrong.co/single-post/how-to-deal-with-being-a-bully)


อ้างอิง : mgr online. 29 มีนาคม 2565."วิลล์ สมิธ" ร่ายยาวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ชี้มุกตลกเกี่ยวกับโรคของภรรยา มันเกินกว่าจะรับได้. [ออนไลน์]. สืบค้นเมื่อ 5 เมษายน 2565 จาก https://mgronline.com/onlinesection/detail/9650000030260

 

ประวัติผู้เขียน : จันทมา ช่างสลัก

บัณฑิตสาขาวิชาเอกจิตวิทยาคลินิก เกียรตินิยมอันดับ 2 จากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตด้านการพัฒนาสังคม NIDA มีประสบการณ์ด้านจิตวิทยาเด็ก 4 ปี เป็นผู้ช่วยนักวิจัย ด้านจิตวิทยา 1 ปี ปัจจุบันเป็นนักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ และคุณแม่ของลูก 1 คน แมว 1 ตัว ที่ประยุกต์ใช้ศาสตร์ทางจิตวิทยาในการใช้ชีวิต


Comments


facebook album post - square (1).png
1.พวกหลีกเลี่ยงความผูกพัน (2).png
บทความล่าสุด