บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ

การตระหนักรู้ที่เจ็บปวดจากหิมาลัย

 

ยิ่งเจ็บปวด ยิ่งตระหนัก

ยิ่งมีจำกัด ยิ่งเห็นคุณค่า

 

ถ้าคุณเอาแต่พร่ำบ่นโมโหโกรธาการประปาการไฟฟ้าเมื่อ "น้ำไม่ไหลไฟดับ" แทนที่จะเห็นคุณค่าของสองสิ่งนั้น ให้อ่านเรื่องนี้

 

ถ้าคุณยังไม่รู้สึกตระหนักถึงความสำคัญของ "การกินอยู่อย่างพอเพียง" ให้อ่านเรื่องนี้

 

ถ้าคุณยังไม่เคยตระหนักถึงความสำคัญของ "ลมหายใจ" ให้อ่านเรื่องนี้

 

และถ้ายังนึกภาพไม่ออก...

แววมีเรื่องจาก "หิมาลัย" มาเล่าให้อ่านกันค่ะ

 

 

ที่หิมาลัย ประเทศเนปาล ทรัพยาการพื้นฐานมีอยู่อย่างจำกัด จากทั้งด้วยโครงสร้างพื้นฐาน เช่นเขื่อนไม่มีไว้สำหรับเก็บกักน้ำ เมื่อน้ำไม่มี ก็เป็นเหตุทำให้ปัจจัยที่จะมาอำนวยความสะดวกพื้นฐานเช่นไฟฟ้าก็มีไม่เพียงพอไปด้วย ขนาดที่เมืองหลวงเอง ไฟฟ้ายังต้องกระจายและแบ่งกันใช้เป็นช่วงเวลา  ทำให้เราต้องวางแผนการทำกิจกรรมต่างๆในเวลาที่กำหนดไว้จำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ

นี่คือแค่สิ่งเล็กๆสิ่งแรกที่ทำให้เราได้เรียนรู้กับการเริ่มต้นที่หิมาลัยนี้

 

เราใช้เวลาเทรกกันทั้งหมดกว่า10 วัน แต่ละวันเราเดินกันด้วยระยะทางกว่า 10-20 กม. ไต่ระดับความสูงจากกว่า 1000 เมตรไปจนถึงเกินกว่า 4000 เมตร

ยิ่งสูง...เราก็ยิ่งต้องสู้กับความลำบาก

เช่นเดียวกัน

ยิ่งสูง...เราก็เรียนรู้มากขึ้น

 

ที่นั่น เมื่อระดับความสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ความจำกัดของทรัพยากรต่างๆก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว แม้ว่าบ้านเรือนที่พักจะดูสะดวกสบายอยู่บ้างก็ตาม แต่สิ่งที่ดูท้าทายและยากลำบากไม่เคยเปลี่ยนคือ ระบบการขนส่งหรือโลจิสติก

 

ลูกหาบ หรือ Porter - ไม่มีเขาเราไม่ถึงฝั่ง

ในการปีนเขาสิ่งที่เราต้องการความช่วยเหลืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ "ลูกหาบ หรือ Porter" คนเหล่านี้ต้องแบกสัมภาระของนักปีนเขาอย่างน้อย 20 กก. ต่อคน เดินขึ้นเขาลงเขาจนจบทริปกว่า 10 วันเช่นเดียวกับเราที่แค่แบกกล้องและของใช้จำเป็นแค่ 5 กก. ก็จะแย่อยู่แล้ว บางคนผอมแห้งแรงน้อยแต่ต้องแข็งแรงเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว บางคนอายุยังน้อย ต้องหาเงินไปเพื่อเรียนหนังสือโดยมีเป้าหมายที่จะไปได้ไกลกว่าการเป็นลูกหาบ ถ้าหากเลือกเกิดได้ พวกเขาคงอยากเกิดมากับความเบาสบายมากกว่านี้แน่นอน

 

ข้าวและอาหาร - กินอย่าให้เหลือ