ติดตามเราบน Facebook
  • Facebook Social Icon
บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ

การตระหนักรู้ที่เจ็บปวดจากหิมาลัย

 

ยิ่งเจ็บปวด ยิ่งตระหนัก

ยิ่งมีจำกัด ยิ่งเห็นคุณค่า

 

ถ้าคุณเอาแต่พร่ำบ่นโมโหโกรธาการประปาการไฟฟ้าเมื่อ "น้ำไม่ไหลไฟดับ" แทนที่จะเห็นคุณค่าของสองสิ่งนั้น ให้อ่านเรื่องนี้

 

ถ้าคุณยังไม่รู้สึกตระหนักถึงความสำคัญของ "การกินอยู่อย่างพอเพียง" ให้อ่านเรื่องนี้

 

ถ้าคุณยังไม่เคยตระหนักถึงความสำคัญของ "ลมหายใจ" ให้อ่านเรื่องนี้

 

และถ้ายังนึกภาพไม่ออก...

แววมีเรื่องจาก "หิมาลัย" มาเล่าให้อ่านกันค่ะ

 

 

ที่หิมาลัย ประเทศเนปาล ทรัพยาการพื้นฐานมีอยู่อย่างจำกัด จากทั้งด้วยโครงสร้างพื้นฐาน เช่นเขื่อนไม่มีไว้สำหรับเก็บกักน้ำ เมื่อน้ำไม่มี ก็เป็นเหตุทำให้ปัจจัยที่จะมาอำนวยความสะดวกพื้นฐานเช่นไฟฟ้าก็มีไม่เพียงพอไปด้วย ขนาดที่เมืองหลวงเอง ไฟฟ้ายังต้องกระจายและแบ่งกันใช้เป็นช่วงเวลา  ทำให้เราต้องวางแผนการทำกิจกรรมต่างๆในเวลาที่กำหนดไว้จำกัดอย่างมีประสิทธิภาพ

นี่คือแค่สิ่งเล็กๆสิ่งแรกที่ทำให้เราได้เรียนรู้กับการเริ่มต้นที่หิมาลัยนี้

 

เราใช้เวลาเทรกกันทั้งหมดกว่า10 วัน แต่ละวันเราเดินกันด้วยระยะทางกว่า 10-20 กม. ไต่ระดับความสูงจากกว่า 1000 เมตรไปจนถึงเกินกว่า 4000 เมตร

ยิ่งสูง...เราก็ยิ่งต้องสู้กับความลำบาก

เช่นเดียวกัน

ยิ่งสูง...เราก็เรียนรู้มากขึ้น

 

ที่นั่น เมื่อระดับความสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ความจำกัดของทรัพยากรต่างๆก็มากขึ้นเป็นเงาตามตัว แม้ว่าบ้านเรือนที่พักจะดูสะดวกสบายอยู่บ้างก็ตาม แต่สิ่งที่ดูท้าทายและยากลำบากไม่เคยเปลี่ยนคือ ระบบการขนส่งหรือโลจิสติก

 

ลูกหาบ หรือ Porter - ไม่มีเขาเราไม่ถึงฝั่ง

ในการปีนเขาสิ่งที่เราต้องการความช่วยเหลืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ "ลูกหาบ หรือ Porter" คนเหล่านี้ต้องแบกสัมภาระของนักปีนเขาอย่างน้อย 20 กก. ต่อคน เดินขึ้นเขาลงเขาจนจบทริปกว่า 10 วันเช่นเดียวกับเราที่แค่แบกกล้องและของใช้จำเป็นแค่ 5 กก. ก็จะแย่อยู่แล้ว บางคนผอมแห้งแรงน้อยแต่ต้องแข็งแรงเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว บางคนอายุยังน้อย ต้องหาเงินไปเพื่อเรียนหนังสือโดยมีเป้าหมายที่จะไปได้ไกลกว่าการเป็นลูกหาบ ถ้าหากเลือกเกิดได้ พวกเขาคงอยากเกิดมากับความเบาสบายมากกว่านี้แน่นอน

 

ข้าวและอาหาร - กินอย่าให้เหลือ

ข้าวสาร และวัตถุดิบต่างๆถูกขนส่งโดยม้าและล่อ พวกมันต่างต้องเดินรอบแล้วรอบเล่าขึ้นภูเขาด้วยเพื่อนำไปเป็นอาหารในแต่ละมื้อให้กับเรา อาหารที่นี่จานมหึมาที่ชาวบ้านอยากให้เรากินอิ่มเพื่อที่จะมีพลังงานอย่างเพียงพอในการไปถึงจุดหมาย แต่มันใหญ่เกินไปสำหรับชาวไทยตัวเล็กๆอย่างเรา เรากินกันหมดบ้างเหลือบ้างในวันแรกๆ 

 

แต่มีอยู่วันหนึ่งขณะกำลังกินข้าว...เราหันไปมองถนนแคบๆเล็กๆที่มีล่อหรือม้ากำลังขนส่งเสบียง เรากลับต้องก้มหน้าน้ำตารื้น...พวกมันขนสิ่งของเครื่องใช้ ข้าวปลาอาหารมากมายเหลือเกิน พวกมันคงหนักมากเพราะดูได้จากสายตาและอาการ...สำคัญมากไปกว่านั้คือ กีบเท้าพวกมันมีบาดแผลและร่องรอยของเลือด!

หลังจากนั้นทุกมื้อเราเลยสั่งมาแบบกินกันคนละครึ่งจาน

ขอบคุณข้าวทุกจานอาหารทุกเม็ด

 

น้ำใช้ไฟฟ้า - อาบน้ำทั้งน้ำตา

อาบน้ำอย่างประหยั