top of page

ทำไมบางคนแค่คุยด้วย 10 นาที เรากลับรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก


iSTRONG ทำไมบางคนแค่คุยด้วย 10 นาที เรากลับรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

เคยไหมบางคนเราเพิ่งรู้จักไม่นาน แต่กลับรู้สึกว่าคุยด้วยแล้วสบายใจอย่างประหลาด เราเล่าเรื่องที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังได้ง่าย ๆ กล้าพูดถึงความกังวล ความผิดพลาด หรือเรื่องที่กำลังหนักใจ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตัดสิน


ในขณะที่บางคนเรารู้จักกันมาหลายปี แต่กลับไม่เคยรู้สึกอยากเปิดใจเลย คำถามที่น่าสนใจคือ อะไรทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของคนอื่น ทั้งที่ไม่ได้เป็นนักจิตวิทยา ไม่ได้เป็นโค้ช และไม่ได้พูดเก่งกว่าคนทั่วไป คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่เขาพูด แต่อยู่ที่สิ่งที่เขาทำให้อีกฝ่ายรู้สึก


ความไว้วางใจ ไม่ได้เกิดจากการพูดเก่ง

หลายคนเข้าใจว่าคนที่สื่อสารเก่งคือคนที่พูดเก่ง แต่ในทางจิตวิทยาความไว้วางใจกลับเกิดจากประสบการณ์ทางอารมณ์ที่อีกฝ่ายได้รับระหว่างบทสนทนา เมื่อเรารู้สึกว่าความคิดเห็นของเราไม่ถูกรีบตัดสิน ความรู้สึกของเราไม่ถูกมองว่าเป็นเรื่องเล็กและเราไม่จำเป็นต้องรีบหาคำตอบที่ถูกต้อง


สมองจะค่อย ๆ ลดความระแวดระวัง และเปิดพื้นที่ให้เราพูดในสิ่งที่อยู่ลึกกว่าเดิม นี่คือเหตุผลที่บางคนแทบไม่ได้พูดอะไรเยอะ แต่กลับทำให้คนรู้สึกปลอดภัยที่จะเป็นตัวเอง


นักจิตวิทยามองเรื่องนี้อย่างไร

ในงานด้านสุขภาพจิต นักจิตวิทยาให้ความสำคัญกับการสร้าง Psychological Safety หรือความรู้สึกปลอดภัยทางจิตใจ เพราะนี่คือพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ผู้คนกล้าเปิดเผยความคิด ความรู้สึก และปัญหาที่แท้จริง


การสร้างความรู้สึกปลอดภัยไม่ได้เกิดจากการปลอบใจเก่งหรือมีคำตอบที่ดีที่สุด แต่เกิดจากทักษะเล็ก ๆ หลายอย่างที่ทำงานร่วมกัน เช่น การรับฟังอย่างตั้งใจ การสะท้อนความรู้สึก และการไม่รีบตัดสิน


ในศาสตร์การให้คำปรึกษา ทักษะเหล่านี้ถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์ที่ไว้วางใจ ขณะที่ในแนวคิด Satir ความสัมพันธ์ที่ดีเริ่มต้นจากการที่มนุษย์รู้สึกว่าตนเองได้รับการยอมรับ และในแนวทาง CBT นักจิตวิทยาจะสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยก่อนชวนผู้รับการปรึกษาสำรวจความคิดและอารมณ์ของตนเอง แม้แต่ละศาสตร์จะมีวิธีการต่างกัน แต่ล้วนให้ความสำคัญกับสิ่งเดียวกัน คือ การทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่า "เขาไม่จำเป็นต้องปกป้องตัวเองตลอดเวลา"


4 สิ่งที่ทำให้คนรู้สึกปลอดภัยเวลาอยู่กับเรา

  1. ฟังจนอีกฝ่ายรู้สึกว่า "กำลังถูกเข้าใจ"

    หลายครั้งคนไม่ได้ต้องการคนที่เห็นด้วยกับเขา แต่ต้องการคนที่พยายามเข้าใจว่าเขากำลังเผชิญอะไร การตั้งใจฟังจนจบ โดยไม่รีบแทรกหรือสรุปแทน คือจุดเริ่มต้นของความไว้วางใจ


  2. ไม่รีบเปลี่ยนความรู้สึกให้กลายเป็นคำแนะนำ

    เมื่อมีคนบอกว่าเหนื่อยหลายคนตอบทันทีว่าพักบ้างนะอย่าคิดมาก เดี๋ยวมันก็ดีขึ้น แต่บางครั้ง ประโยคที่ช่วยได้มากกว่า คือ "ช่วงนี้คงหนักมากจริง ๆ" การยอมรับความรู้สึกของอีกฝ่าย ทำให้เขารู้สึกว่าอารมณ์ของตัวเองมีคุณค่า และได้รับการรับฟัง


  3. สนใจความรู้สึก มากกว่าความถูกหรือผิด

    เวลามีคนเล่าปัญหาเรามักเผลอคิดว่าใครถูก ใครผิด แต่หากเปลี่ยนมาเป็นการถามว่าตอนนั้นคุณรู้สึกอย่างไร

    หรือ อะไรทำให้เรื่องนี้กระทบคุณมากที่สุด บทสนทนาจะค่อย ๆ ลึกขึ้น และช่วยให้อีกฝ่ายเข้าใจตัวเองมากขึ้น


  4. ไม่พยายามเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ

    คนส่วนใหญ่ไม่ได้เปิดใจกับคนที่เก่งที่สุด แต่เปิดใจกับคนที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ การยอมรับความเป็นมนุษย์ของกันและกัน คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่มีคุณภาพ


Case Study : ตัวอย่างสถานการณ์

คุณต้นเป็นหัวหน้าทีมที่เชื่อว่า หน้าที่ของผู้นำคือการแก้ปัญหาให้ลูกทีม ทุกครั้งที่มีคนมาคุยเขาจะรีบเสนอวิธีแก้ทันที แม้ลูกทีมจะขอบคุณ แต่ไม่นานก็กลับมาคุยเรื่องเดิมอีก หลังจากได้เรียนรู้เรื่องการรับฟังเชิงลึก เขาลองเปลี่ยนจากการรีบตอบ มาเป็นการฟังจนจบและตั้งคำถามมากขึ้น


สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่แค่บทสนทนา แต่คือลูกทีมเริ่มกล้าพูดเรื่องที่ไม่เคยพูดมาก่อน พวกเขาไม่ได้ต้องการหัวหน้าที่มีคำตอบทุกเรื่อง แต่ต้องการหัวหน้าที่ทำให้รู้สึกว่า สามารถพูดความจริงได้โดยไม่ต้องกลัว


ความสัมพันธ์ที่ดี เริ่มต้นจากความรู้สึก ไม่ใช่เทคนิค

หลายคนคิดว่าการสื่อสารที่ดีคือการพูดให้เก่งขึ้น แต่ในความเป็นจริงคนเรามักจำไม่ได้ว่าอีกฝ่ายพูดอะไรทั้งหมดสิ่งที่จำได้ คือ ตอนอยู่กับเขา เรารู้สึกอย่างไร หากคุณสามารถทำให้ผู้คนรู้สึกปลอดภัยที่จะเป็นตัวเอง บทสนทนาธรรมดา ก็อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในชีวิตของใครบางคน และทักษะเหล่านี้ ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้


หากคุณอยากพัฒนาทักษะการเข้าใจผู้คนอย่างเป็นระบบ

การสร้างความไว้วางใจ การรับฟังเชิงลึก และการตั้งคำถามที่ช่วยให้อีกฝ่ายเข้าใจตัวเอง ไม่ใช่เพียงประสบการณ์หรือสัญชาตญาณ แต่เป็นทักษะที่มีพื้นฐานจากศาสตร์ทางจิตวิทยาและสามารถฝึกฝนได้


หลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษระดับ Fundamental ของ iSTRONG ถ่ายทอดองค์ความรู้จากจิตแพทย์และนักจิตวิทยา ให้กลายเป็นทักษะที่นำไปใช้ได้จริง ทั้งในการทำงาน การเป็นผู้นำ การดูแลทีม การทำงานด้าน HR และความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน


หากองค์กรอยากสร้าง Mental Well-being อย่างเป็นระบบ

ความรู้สึกปลอดภัยในการพูดคุย ไม่ได้สำคัญเฉพาะในห้องให้คำปรึกษา แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญของการทำงานร่วมกันในทุกองค์กร เมื่อพนักงานรู้สึกว่าตัวเองสามารถพูดความเห็น ขอความช่วยเหลือ หรือสะท้อนปัญหาได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกตำหนิ ความไว้วางใจในทีมก็จะเพิ่มขึ้น ขณะที่ความเครียด ความขัดแย้ง และการเก็บปัญหาไว้คนเดียวก็มีแนวโน้มลดลง


ด้วยเหตุนี้ หลายองค์กรจึงเริ่มให้ความสำคัญกับการสร้าง Mental Well-being และ Psychological Safety ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน เพราะการดูแลผู้คนไม่ใช่เพียงเรื่องของสวัสดิการ แต่เป็นรากฐานของประสิทธิภาพในการทำงานและการเติบโตขององค์กรในระยะยาว


iSTRONG จึงมี บริการ Mental Well-being for Organization ที่ครอบคลุมทั้ง EAP (Employee Assistance Program), Mental Health, Training Workshop และการออกแบบโปรแกรมที่เหมาะกับความท้าทายของแต่ละองค์กร เพื่อช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ผู้คนรู้สึกปลอดภัยที่จะเรียนรู้ เติบโต และทำงานร่วมกันได้อย่างมีคุณภาพ

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong



iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2026 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page