บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ

3 เทคนิคค้นหางานที่รักด้วยตัวคุณเอง

 

คุณผู้อ่านคะ การที่เราได้ทำงานที่เรารักย่อมเป็นความสุขของชีวิต ข้อนี้คงเป็นจริงสำหรับทุกๆ คน อย่างที่ขงจื๊อได้กล่าวไว้ว่า “เลือกงานที่คุณรัก แล้วชีวิตนี้คุณจะไม่ต้องทำงานเลยสักวัน” นั่นหมายความว่า หากคุณได้ทำงานที่ใช่ ทำงานที่คุณมีความสุข คุณจะรู้สึกว่า ในทุกวันที่มาทำงาน คือการสร้างความสุขให้กับตัวเอง แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น...มีผู้โชคดีสักกี่คนกันคะที่ได้ทำงานที่เขารัก ทำงานที่รู้สึกตื่นเต้นกับทุกวันของการทำงาน เพราะเท่าที่เห็นส่วนใหญ่ รวมถึงตัวผู้เขียนเองด้วย ก็ยังรู้สึกเบื่อกับการ “สวัสดีวันจันทร์” และเฝ้ารอว่าเมื่อไรจะถึงวันศุกร์ และเมื่อถึงวันสุดท้ายของวันหยุดก็จะมานั่งเซ็งว่า วันหยุดผ่านไปไวจริง

 

 

ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ยกมาข้างต้น จึงทำให้ผู้เขียนลองไปค้นหาข้อมูลว่า ทำอย่างไรนะเราถึงจะสามารถตามหางานที่เรารักได้ ที่ไม่ใช่วิธีที่มีคนแนะนำมาเยอะแยะแต่ผู้เขียนไม่เห็นด้วยสักเท่าไร อย่างคำกล่าวที่ว่า “ถ้าทำงานที่รักไม่ได้ ก็รักงานที่ทำเสีย” ซึ่งคนมันไม่รัก ทำอย่างไรก็คงไม่รักหรอกจริงไหมคะ ดังนั้นในบทความนี้ผู้เขียนจะขอนำ ถ้อยความช่วงหนึ่งของการบรรยาย ของ Scott Dinsmore นักเขียนผู้สร้างแรงบันดาลใจให้คนทำงาน โดย Dinsmore ได้แนะนำ 3 วิธีในการตามหางานที่รัก โดยทั้ง 3 วิธี มีรายละเอียดดังนี้ค่ะ

 

 

วิธีที่ 1 การเป็นผู้รู้จักตัวเองและเข้าใจตัวเองอย่างถ่องแท้

 

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะว่าถ้าเราไม่รู้ว่าเราต้องการอะไรในชีวิต เราก็คงไม่สามารถตามหาสิ่งที่เราต้องการได้เจอ และเมื่อเราเองที่เป็นเจ้าของชีวิตเราเองยังไม่รู้ว่าต้องการอะไร ก็คงไม่มีใครที่สามารถช่วยเราได้ ซึ่งในข้อนี้เราจะเห็นได้ชัดเจนในสมัยที่เรากำลังเลือกคณะในระดับปริญญาตรี โดยคนที่ค้นพบตัวเองและรู้ตัวเองชัดเจนแล้วว่าตัวเองชอบทางไหน ต้องการทำอะไร ก็จะมีความแน่วแน่ในการเลือกคณะ เลือกสาขาที่ตัวเองต้องการ แต่สำหรับคนที่ยังงงๆ ว่าเราจะทำอะไรดีนะ ก็จะซิ่วไปเรื่อยๆ เข้าคณะนี้ ออกมหาวิทยาลัยนู้น ประมาณว่าเป็นเฟรชชี่ตลอดเวลาเพื่อค้นหาตัวเอง บางคนโชคดีค้นหาตัวเองพบก็แค่เสียเวลา แต่บางคนก็จะมีความรู้สึกท้อและเลิกเรียนไปเลยก็มี ซึ่งนั่นคือนำอนาคตของเขาไปแลกกับการค้นหาตัวเองที่ไม่ได้ค้นพบอะไรเลย

 

 

วิธีที่ 2 การค้นหาความเก่งของตัวเอง

 

เมื่อเรารู้จักตัวเราเองแล้ว ขั้นต่อไปก็คือเราต้องค้นหาว่าอะไรคือความแข็งแกร่งที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา อะไรที่เราเก่ง อะไรที่เราถนัด อะไรที่เราทำได้ดีที่สุด อย่างที่พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) เคยเขียนกลอนไว้ว่า

 

“อันความรู้รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดคงเกิดผล

อาจจะชักเชิดชูฟูสกนธ์ ถึงคนจนพงศ์ไพร่คงได้ดี”

 

กลอนบทนี้มีความหมายว่า หากเรารู้ว่าเราชอบอะไรและมุ่งมั่นตั้งใจศึกษาในทางที่เราชอบจนเชี่ยวชาญ เราก็สามารถสร้างมูลค่าจากความรู้ของเราได้ ซึ่งตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จจากวิธีการนี้ ก็คือ George Lucas ผู้กำกับ Stars Wars ผู้มุ่งมั่นทำงานที่รักจนได้ดิบได้ดีนั่นเอง

 

 

วิธีที่ 3 สั่งสมประสบการณ์