บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ
Please reload

original_1164948181 copy.jpg

4 เทคนิคจากนักจิตวิทยาในการคลายเครียดในสถานการณ์วิกฤต COVID-19

 

นี่เป็นบทความที่ 4 ของดิฉันแล้วที่เขียนเกี่ยวกับความเครียดและ COVID-19 และหากสถานการณ์ยังคงลุกลามไปเรื่อย ๆ เช่นนี้ ดิฉันว่าก็คงมีเรื่องให้เขียนถึงได้อีกค่ะ เพราะในสถานการณ์เช่นนี้ ไม่ใช่แค่ดิฉัน ไม่ใช่แค่คุณผู้อ่านที่รู้สึกเครียด รู้สึกว่าชีวิตไม่ปลอดภัย รู้สึกกังวลใจ แต่ความรู้สึกทางลบเหล่านี้เกิดขึ้นกับทุกคนทั่วโลกเลยค่ะ เพราะการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลโดยตรงต่อสุขภาพกายของคนที่ติดเชื้อ ต่อมาก็ส่งผลต่อสุขภาพจิตของคนใกล้ชิด หรือคนที่รับฟังข่าวแล้วพอการแพร่ระบาดเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะลามไปที่สุขภาพของเศรษฐกิจ สุขภาพของระบบสาธารณสุขที่จะแย่ลงเรื่อย ๆ หากยังควบคุมการแพร่ระบาดไม่ได้


เท่านั้นยังไม่พอนะคะ นอกจากพี่น้องชาวไทยจะต้องเจอวิกฤต COVID-19 แบบถ้วนหน้าแล้ว พี่น้องชาวไทยในภาคเหนือ ยังต้องรับมือกับวิกฤตฝุ่นควัน PM 2.5 ที่ทะลุมาตรวัดแบบคุมไม่อยู่ไปอีก ด้วยความกังวลใจในหลาย ๆ เรื่องเหล่านี้ละค่ะที่จะทำให้พวกเรากลายเป็นโรคเครียด และต้องขอความช่วยเหลือจากนักจิตวิทยา หรือผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา เพื่อให้สามารถเข้มแข็งพอที่จะอยู่รอดได้


ใน 3 บทความที่ดิฉันได้เคยเขียนไป ไม่ว่าจะเป็น 3 วิธีสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้รับการเปลี่ยนแปลงจาก COVID-19 หรือ 4 วิธีลดความวิตกกังวลจากไวรัสโคโรน่า ตามคำแนะนำของนักจิตวิทยา และ 4 วิธีเอาตัวรอดจากความเครียดและ panic attack ในช่วง COVID-19 แพร่ระบาด ต่างก็ได้เสนอแนะวิธีดูแลสุขภาพจิตในสถานการณ์วิกฤต COVID-19 ตามคำแนะนำของนักจิตวิทยา และแน่นอนค่ะว่าในบทความนี้ก็เช่นกัน (อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ) ดิฉันก็ได้รวบรวม 4 เทคนิคจากนัดจิตวิทยาในการคลายเครียดในสถานการณ์วิกฤต COVID-19 มาฝากกันค่ะ


โดย 4 เทคนิคที่ว่านั้น เรียกย่อเก๋ ๆ ว่า "2C2O" ซึ่งมีรายละเอียดตามนี้ค่ะ :


Cover One's Ears


เทคนิคนี้ เรียกสั้น ๆ ว่า “ปิดหู” ค่ะ ความหมายตามคำพระท่านว่า “ปิดหูไว้ ไม่ต้องฟัง มันทุกอย่าง ปิดหูบ้าง บางครั้ง เลือกฟังเรื่อง” การนำมาปรับใช้ในสถานการณ์วิกฤต COVID-19 ก็คือ ให้เลือกรับฟังข่าวสารค่ะ เพราะในยุคนี้ใคร ๆ ก็เป็นนักข่าวได้ เพียงแค่ได้ยินเสียงเล่าเสียงลือ แล้วมาโพสต์เป็นสเตตัสใน Facebook หรือทำเป็น Infographic ส่งต่อใน Line ก็ทำคนแตกตื่นมามากแล้วค่ะ ดังนั้น นักจิตวิทยาจึงแนะนำว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ ต้องเลือกที่จะรับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และต้องกรองข่าวก่อนเชื่อ ไม่เช่นนั้นโรคเครียดก็จะมาเยือนได้ค่ะ