{ "data": [ { "event_name": "Purchase", "event_time": 1618419539, "action_source": "website", "user_data": { "em": "7b17fb0bd173f625b58636fb796407c22b3d16fc78302d79f0fd30c2fc2fc068", "ph": null }, "custom_data": { "currency": "THB", "value": null } } ] }
GDN 980 x 120 psychiatrist.jpg

อกหักต้องทำอย่างไร ? นักจิตวิทยาแนะนำ 4 วิธีจัดการเมื่อเราอกหัก



หากว่ากันด้วยอาการที่ทุกคนย่อมเคยมีประสบการณ์อย่าง “อาการอกหัก” ที่แม้ว่าจะพบเจอต่างกรรม ต่างวาระ ต่างผู้กระทำ แต่อาการที่เกิดก็จะคล้าย ๆ กัน เช่น กินไม่ได้ นอนไม่หลับ วนเวียนคิดถึงแต่วันเวลาที่มีความสุขด้วยกัน อารมณ์แบบเพลงเคลิ้มของ Slot machine ที่ว่า “หัวใจดวงนี้ ไม่หลาบจำ เหมือนโดนซ้ำ ๆ แล้วสะใจ หัวใจนี่มันงมงาย ตักเตือนไม่เคยฟังกัน” ซึ่งในส่วนนี้นักจิตวิทยา ได้อธิบายไว้ค่ะว่า เมื่อคนเราอกหัก สมองของเราจะมีอาการคล้ายกับคนที่เลิกยาเสพติด หรือภาษาจิตวิทยาเรียก “ถอนยา” นั่นก็คือ สมองจะหลั่งสารสื่อประสาท ชื่อ “คอร์ติซอล (Cortisol)” และ “อะดรีนาลีน (Adrenaline)” ทำให้เกิดความเครียด สมองทำงานหนักมากกว่าปกติ โดยในกรณีของคนถอนยาจะแสดงออกมาในรูปแบบการโหยหายาเสพติด แต่ในกรณีของคนอกหัก จะแสดงออกมาในรูปของการคิดถึงซ้ำ ๆ คิดหาเหตุผลวนไปวนมาว่าเธอทิ้งฉันไปเพราะอะไร เครียด ซึม เศร้า วิตกกังวล ซึ่งอาการอกหักนี้ทำให้เสียคนและเสียการ เสียงานมาไม่น้อยเลยค่ะ แถมยังสามารถทำให้คนอกหักกลายเป็นโรคซึมเศร้าได้อีกต่างหาก ดังนั้นแล้ว เราจะสามารถจัดการอาการอกหักได้อย่างไร บทความจิตวิทยามีคำตอบมาให้ค่ะว่านักจิตวิทยาแนะนำว่าอย่างไรเมื่อเราอกหัก มาอ่านกันเลย


1. อย่าไปหาเหตุผลว่าเราอกหักเพราะอะไร


เมื่อเราอกหัก เราจะมีความพยามหนึ่งที่ไม่ค่อยน่าชื่นชมเท่าไหร่ นั่นก็คือ การพยายามหาสาเหตุการเลิกราของเรากับคนรักด้วยการตั้งคำถามกับตัวเอง และมโนไปต่าง ๆ นานา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมีแนวโน้มจะโทษตัวเอง และมีมุมมองกับตัวเองในเชิงลบ เช่น ฉันไม่ดีตรงไหน? เพราะฉันไม่สวยพอ ไม่รวยพอใช่ไหม? คน ๆ นั้นดีกว่าฉันอย่างไร? หรือเพราะน้องคนนั้นที่เจอวันก่อนแน่ ๆ มาแย่งเธอไป อะไรแบบนี้เป็นต้น


ซึ่งความพยายามนี้นอกจากจะไม่ช่วยในการหาคำตอบแล้ว ยังไม่ช่วยในการสร้างเสริมกำลังใจให้สู้กับอาการอกหักเลยค่ะ เพราะเราจะห่อเหี่ยว ท้อใจ ร้องไห้อย่างเดียวดายอยู่ในห้อง คือถ้าเรามีความเข้มแข็งมากพอ มันก็จะเป็นเพียงโมเมนต์หนึ่งในชีวิตที่ผ่านมาผ่านไป แต่ถ้าเราอ่อนไหวใจบาง โรคซึมเศร้ามาเฝ้าหน้าห้องแน่ ๆ ค่ะ เพราะฉะนั้น ด้วยความห่วงใยจากนักจิตวิทยาจึงขอแนะนำว่า อย่าไปหาเหตุผลเลย


บทความแนะนำ “5 วิธีง่ายๆ ที่นักจิตวิทยาแนะนำในการกลับมารักตัวเอง”


2. ยอมรับว่าเรื่องของเรามันจบลงแล้ว


วิธีที่นักจิตวิทยาแนะนำในข้อต่อไป ต้องถือว่าเป็นวิธีที่ยากที่สุด แต่ควรทำมากที่สุด ก็คือ ยอมรับให้ได้ว่าเรื่องของเรามันจบลงไปแล้ว อย่าพยายามหลอกตัวเองด้วยความหวังที่เราเองเป็นคนสร้างขึ้นเลยค่ะว่าเดี๋ยวเขาก็กลับมา เพราะเมื่อเราหลอกตัวเอง สร้างความเชื่อให้ตัวเองว่าคนที่เรารักพูดตามอารมณ์ ไม่บอกเลิกจริงจังหรอก เดี๋ยวก็กลับมา เราก็จะรอค่ะ รอแบบไม่มีกำหนด รอเหมือนลุ้นสลากกินแบ่งรัฐบาลว่าฉันจะรวย ๆ แต่ก็ความรวยก็ไม่มาถึงเสียที ความรักก็เช่นกันค่ะ การรอคนหมดรักให้กลับมารัก มันไม่มีทางเกิดขึ้นได้ เพราะถ้าเขารักเรามากพอ คำว่า “เลิก” จะไม่มีทางถูกพูดออกมาจากปากเขา และต่อให้เขากลับมาขอคืนดีจริง แต่คนที่บอกเลิกเราไปแล้ว เขาก็สามารถบอกเราได้อีกโดยโนสนโนแคร์ว่าเราจะรู้สึกอย่างไร เจ็บปวดอย่างไร แล้วราจะนำใจที่มีคุณค่าของเราไปให้เขาทรมานเล่นอีกหรือ ถ้าหากเรายังต้องทนรักกับคนที่ไม่รักเรา สู้อยู่เป็นโสดให้โลกเสียดายดีกว่าค่ะ เพราะคนที่รักเรายังมีอีกมาก อย่างน้อยก็มีตัวเรานี่ละที่รักตัวเอง


3. นึกถึงเรื่องแย่ ๆ ระหว่างกัน หรือหาเหตุผลว่าเขาไม่เหมาะกับเราเพราะอะไร


หากจิตใจของเรายังคงวนเวียนคิดถึงคนรักเก่า นักจิตวิทยาจึงขอแนะนำให้ทำตามสุภาษิตไทยที่ว่า “หนามยอก ต้องเอาหนามบ่ง” คือ ถ้าเราคิดถึงแต่วันชื่นคืนสุข วันเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ขอให้จดบันทึกเรื่องราวในวันแย่ ๆ วันที่ทะเลาะกัน วันที่เขาบอกเลิกเรา สิ่งที่เขาทำไม่ดีกับเรา รวมถึงเหตุผลว่าทำไมเรากับเขาถึงไม่เหมาะสมกัน แล้วเมื่อไรที่เรากลับไปคิดถึงเขาอีกก็เปิดอ่านเลยค่ะ เปิดบัญชีดำของเราอ่านไปซ้ำ ๆ แล้วภาพจำที่เรามีต่อเขาจะไม่เหมือนเดิม ในข้อนี้ต้องขอออกตัวก่อนนะคะ ว่าไม่ได้มีเจตนาให้เป็นศัตรูหรือสร้างความรู้สึกเกลียดชังคนรักเก่าแต่อย่างใด เจตนาก็คือ ต้องการให้คุณได้รักษาสมดุลความรู้สึกของตัวเอง เพื่อปรับใจให้เป็นกลาง สามารถถอนความรู้สึกออกมาจากความสัมพันธ์ได้ โดยไม่ลำบากใจจนเกินไป เมื่อใจของเรารู้สึกดีขึ้น เราจะสามารถกลับไปนึกถึงคนรักเก่าของเราได้โดยไม่รู้สึกอะไรเลยค่ะ


4. อย่าปล่อยให้ตัวเองเหงา


กฎเหล็กที่นักจิตวิทยาขอย้ำว่าคนอกหักห้ามทำ ก็คือ การอยู่คนเดียวค่ะ เพราะเมื่อเราอยู่คนเดียวสิ่งที่สามารถทำร้ายเราได้มากที่สุด ก็คือ ความคิดของเราเอง ที่จะคอยฉายภาพซ้ำในความทรงจำ และเกิดคำถามย้ำ ๆ ให้เรารู้สึกไม่ดีกับตัวเราเอง ดังนั้นแล้ว สิ่งที่เราควรทำเพื่อพิชิตอาการอกหัก ก็คือ การไปอยู่กับคนที่เราสนิทใจค่ะ ทั้งครอบครัวเรา เพื่อนสนิท สัตว์เลี้ยง หรือพาตัวเองไปทำกิจกรรม ที่เราชื่นชอบ เช่น เล่นเซิร์ฟบอร์ด ชอปปิ้ง เที่ยวทะเล เอาเป็นว่าพาตัวเองให้ออกมาจากเงามืดในใจของเราเองให้มากที่สุด ออกไปรับแสงสว่าง เพื่อสร้างพลังชีวิต เติมไฟให้หัวใจ เปิดหู เปิดตา และเปิดใจเรียนรู้โลกผ่านคนที่รักเรา และกิจกรรมโปรด เพียงไม่นานหรอกค่ะ เราจะกลับมาเป็นคนเดิมที่มองโลก ด้วยสายตาใหม่ที่สดใสกว่าเดิมได้แน่นอน


บทความแนะนำ “7 เทคนิคทางจิตวิทยา คิดบวกเพิ่มความรักตัวเอง”


Guy Winch นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน ได้กล่าวไว้ว่า การอกหัก เป็นการถูกทำร้ายจิตใจที่ซับซ้อนและส่งผลในระยะยาว บางคนถึงขั้นไม่สามารถทำงานได้ ไม่สามารถเข้าสังคมได้ ไม่สามารถรักใครได้ หนักกว่านั้นยังอาจทำให้เป็นโรคทางจิตเวชไปอีก แต่ถ้าเราสามารถพิชิตอาการอกหักได้ ก็เหมือนเราสามารถปราบมะเร็งให้กลายเป็นเพียงอาการเจ็บป่วยเบา ๆ ให้เราสามารถใช้ชีวิตต่อได้อย่างสบาย ๆ เลยค่ะ


อ้างอิง : Guy Winch. April 2017. How to fix a broken heart. [Online]. Form : https://www.ted.com


iSTRONG ศูนย์ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตและครอบครัว บริการให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง สามารถเลือกคุยทางโทรศัพท์หรือการพูดคุยแบบส่วนตัว (Private Counseling) และคอร์สออนไลน์ | Classroom Workshop รวมถึงบทความจิตวิทยาอีกมากมาย Contact : https://www.istrong.co/service

ประวัติผู้เขียน : จันทมา ช่างสลัก บัณฑิตสาขาวิชาเอกจิตวิทยาคลินิก เกียรตินิยมอันดับ 2 จากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตด้านการพัฒนาสังคม NIDA มีประสบการณ์ด้านจิตวิทยาเด็ก 4 ปี เป็นผู้ช่วยนักวิจัย ด้านจิตวิทยา 1 ปี ปัจจุบันเป็นนักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ ที่ประยุกต์ใช้ศาสตร์ทางจิตวิทยา ในการปฏิบัติงานมากว่า 6 ปี


ปรึกษานักจิตวิทยา chat.png
square post(4).png
บทความล่าสุด
original_1164948181 copy.jpg
ค้นหาตามประเภทบทความ
istrong.co_certificate-basic.png
บทความที่น่าสนใจอื่นๆ

iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2021 I Am Strong Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter