ติดตามเราบน Facebook
  • Facebook Social Icon
บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ
Please reload

original_1164948181 copy.jpg

5 วิธีเสริมความกล้าเพื่อลาขาดความสัมพันธ์ยอดแย่

December 2, 2018

 

 

 

“Letting go means to come to the realization that some people are a part of your history, but not a part of your destiny”. – Steve Maraboli

 

คุณเคยอยู่ในความสัมพันธ์ที่คุณรู้สึกตลอดเวลาว่ามันไม่ใช่บ้างไหมคะ คุณรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่า การอยู่ต่อไปแบบนี้ไม่ได้ทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้น คุณมีความทุกข์มากกว่ามีความสุข แต่ต่อให้รู้อยู่แก่ใจ ก็ไม่เข้มแข็งพอที่จะตัดใจเดินออกมาจากความสัมพันธ์นั้นได้ มีความหวังเสมอว่า มันจะดีขึ้น เขาคนนั้นจะเปลี่ยนแปลง รู้สึกว่า เรารักเขา เราจะเจ็บปวดและอยู่ไม่ได้ถ้าขาดเขาไป หรือแม้แต่ เรากลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวความเหงา กลัวการที่ต้องอยู่คนเดียว

 

ไม่แปลกเลยค่ะที่คุณจะรู้สึกแบบนั้น แต่ถ้าคุณรักตัวของคุณเองมากพอ คุณจะไม่ยอมปล่อยให้ชีวิตอันแสนสั้นของเรา ผ่านไปทุกวันด้วยความทุกข์เพียงเพราะคนๆ เดียวแน่ๆ 

 

วันนี้แพรมี 5 วิธีการในการเดินออกมาจากความสัมพันธ์ที่ไม่ส่งผลดีกับชีวิตของเรา อย่างเด็ดขาดมาฝากกันค่ะ

 

1.ทำความเข้าใจว่า ความรู้สึกตัดใจจากความสัมพันธ์ที่ไม่ดีไม่ได้ เนื่องจากความรู้สึกเสพติดเท่านั้น

ข้อนี้ค่อนข้างยากมาก และต้องอาศัยสติที่ดี
มีการศึกษาพบว่า เมื่อเรามีความรัก จะมีสารเคมีในสมองของเราที่หลั่งออกมา เพื่อให้เรารู้สึกมีความสุข เมื่อจินตนาการถึงความรักที่หอมหวาน ในแบบที่เราอยากให้มันเป็น ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวที่เกิดขึ้น เมื่อผู้เสพโคเคน เสพสารเสพติดนี้เข้าไป เราก็เลยรู้สึกเสพติดกับความรัก ความสุข ที่เกิดขึ้นตามภาพในหัวที่เราต้องการ แต่อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ได้เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความรู้สึก “รัก” เพียงอย่างเดียว แต่ประกอบด้วยองค์ประกอบอื่น เช่น การให้เกียรติซึ่งกันและกัน ความเชื่อใจ และความมั่นคงในความสัมพันธ์นั้นๆ เพราะในชีวิตจริง มันมีทั้งวันที่ดี และวันที่ไม่ดี ความรักอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอ

 

ถ้าคนรักของเราไม่ได้ สร้างความเชื่อใจให้กับเราตัวอย่างง่ายๆ เช่น เขาสัญญาว่าจะทำอย่างหนึ่ง แต่ไม่ทำ และทำลายความเชื่อใจของเราลง เรารู้สึกไม่มีความสุข และพยายามที่จะทำใจเดินออกจากความสัมพันธ์ครั้งนี้ แต่ตัวเราเองก็ยังเสพติดภาพอันแสนหวานของความรักที่เราเคยได้ มีความต้องการเรียกร้อง เมื่อไม่ได้มาก็รู้สึกเป็นทุกข์ทุรนทุราย ให้เราเข้าใจว่านี่ไม่ใช่ความผูกพันของความรักที่ดี แต่เป็นเพียงการที่เราเสพติดความรู้สึก “เคยสุข” ที่เราเคยได้เท่านั้น พยายามอย่าวิ่งตาม ปล่อยวาง และรักษาระยะห่าง เห็นให้ทันความรู้สึกนั้นๆ ของเรา เข้าใจ และปล่อยวาง

 

2.ให้เวลากับตัวเองได้พัก และหันกลับมารักตัวเอง

ในช่วงที่เรากำลังตัดใจ เราอาจกำลังสับสนว่า เราจะปรับปรุงความสัมพันธ์ครั้งนี้ให้ดีขึ้นได้ หรือ เราต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่ยังทนอยู่กับความสัมพันธ์แย่ๆ แบบนี้  ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราต้องการกำลังใจในการก้าวผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิม อย่ากดดันตัวเองมากจนเกินไป แต่หันมาใส่ใจ และให้กำลังใจตัวเอง พูดกับตัวเองในเชิงบวกทุกวัน เช่น เราจะต้องทำได้ ชีวิตเราจะดีขึ้นแน่นอน เป็นต้น มองหาสิ่งที่ดีให้กับตัวเองอีกครั้ง หันกลับมาดูแลกายและใจของเราอีกครั้ง

 

3.วางแผนชีวิตของตัวเองที่ต้องการใหม่ และโฟกัสที่สิ่งนั้น

มีงานวิจัยจำนวนมาก ได้แนะนำวิธีการสร้างแผนชีวิตที่เราต้องการใหม่ และโฟกัสกับสิ่งๆ นั้น ในช่วงเวลาที่เรากำลังต้องต่อสู้กับตัวเอง เราอาจมีความรู้สึกที่อยากโทรไปหา คนรักเก่า อยากให้เขามาหา เมื่อความรู้สึกนั้นเกิดขึ้น ให้รู้ตัว และแทนที่จะโทรหาเขา ให้เราโฟกัสกับสิ่งที่เราอยากจะทำให้ประสบความสำเร็จแทน ขั้นตอนนี้อาจไม่ง่าย แต่ถ้าเรามีความตั้งใจและฝึกฝน เราจะทำมันได้เองโดยอัตโนมัติในอีกไม่ช้า

 

4.เอาชนะใจตัวเองให้ได้

ในเชิงจิตวิทยา มี term ที่ชื่อว่า “Cognitive Dissonance” คือ ความขัดแย้งระหว่างความเชื่อกับการกระทำของเรา เช่น เรารู้ว่าการสูบบุหรี่ไม่ดีต่อสุขภาพ แต่ก็ยังสูบอยู่ ผู้ที่มีความขัดแย้งระหว่างความเชื่อกับการกระทำของตัวเอง มักจะหาเหตุผลมาสนับสนุนการกระทำ เช่น อาจพูดว่า เขาไม่ได้สูบเยอะขนาดนั้น หรือ เขาอาจจะตายเพราะอย่างอื่นไม่ใช่เพราะบุหรี่ เพื่อให้ตัวเองได้กระทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำต่อไป

 

การตัดใจจากความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่ก็เช่นกัน หากเราคิดไตร่ตรองเป็นอย่างดีแล้วว่า ความสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลดีกับตัวเราและอนาคตของเราเลย เราควรที่จะเข้มแข็งและเอาชนะ Cognitive Dissonance นี้ไปให้ได้ 

 

5.มั่นคงกับการตัดสินใจของตัวเอง

ในการตัดสินใจเดินออกจากความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่ ควรจะมาจากการคิดและไตร่ตรองอย่างดีแล้วจากตัวของเราเอง แน่นอนว่า การเลิกกับคนรัก โดยเฉพาะเมื่อเราใช้เวลาด้วยกันมาเป็นเวลานาน มันไม่ง่าย และทำให้เรารู้สึกเจ็บปวด เราต้องการกำลังใจ และการสนับสนุนจากคนรอบตัว ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามจงจำไว้ว่า ไม่มีใครจะอยู่กับเราไปได้ตลอด นอกจากตัวเราเอง ตัวเราเองจะอยู่กับผลของการตัดสินใจของเรา ถามตัวเองให้ชัดเจนว่า อะไรกันแน่คือสิ่งที่เราต้องการ?

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ง่าย และ sensitive มากต่อการตัดสินใจ โดยเฉพาะหากคุณมีลูก ปัจจัยในการตัดสินใจของคุณอาจซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ให้เวลากับตัวเองในการไตรตรองอย่างรอบคอบ รักตัวเองให้มาก และเมื่อคุณตัดสินใจแล้ว ก็ทำมันให้ดีที่สุดค่ะ 

Share on Facebook
Share on Twitter
Please reload

Certificate Program _ Basic.png