ภาวะสิ้นยินดี เมื่อความสุขหายไปจากชีวิต
- Chanthama Changsalak
- 21 hours ago
- 2 min read

ภาวะสิ้นยินดี (Anhedonia) คือ ภาวะของความรู้สึกพึงพอใจหรือความสุขในชีวิตลดน้อยลง จากงานวิจัยทางจิตวิทยา พบว่า ภาวะสิ้นยินดีมีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับภาวะซึมเศร้า (Major Depressive Disorder) และความผิดปกติทางจิตอื่น ๆ เช่น โรคจิตเภท (Schizophrenia) ไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) เป็นต้น โดยผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาได้แบ่งภาวะสิ้นยินดีออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ ภาวะสิ้นยินดีทางสังคม (Social Anhedonia) และภาวะสิ้นยินดีทางรางวัล (Physical/Consummatory Anhedonia)
โดยภาวะสิ้นยินดีทางสังคม (Social Anhedonia) คือ ภาวะของความรู้สึกว่าความสุขทางสังคม หรือความสุขในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นลดน้อยลง เช่น ไม่อยากพบปะเพื่อนฝูงหรือครอบครัว แยกตัวโดดเดี่ยวตามลำพัง เป็นต้น และภาวะสิ้นยินดีทางรางวัล (Physical/Consummatory Anhedonia) คือ ภาวะของความรู้สึกขาดความพึงพอใจจากประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส เช่น รับประทานอาหารไม่อร่อย เพลงฟังไม่เพราะ ออกกำลังกายไม่สนุก เป็นต้น
ทั้งนี้ ภาวะสิ้นยินดีมีสาเหตุมาจากความไม่สมดุลของสารโดปามีน (Dopamine) ในสมอง โดยเฉพาะความสุขจากการได้รับรางวัล (mesolimbic pathway) ส่งผลให้การตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้นที่ให้ความสุขลดน้อยลง รวมไปถึงการทำงานผิดปกติของสารเซโรโทนิน (Serotonin) และนอร์อิพิเนฟรีน (Norepinephrine) ร่วมกับปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม ก็ส่งผลให้เกิดภาวะสิ้นยินดีได้เช่นกันค่ะ
โดยในปัจจุบันเราสามารถประเมินและวัดระดับของภาวะสิ้นยินดีได้โดยใช้แบบประเมินทางจิตวิทยา 2 แบบประเมิน คือ แบบทดสอบ Snaith–Hamilton Pleasure Scale (SHAPS) เพื่อวัดระดับภาวะสิ้นยินดีทางกาย และแบบทดสอบ Revised Social Anhedonia Scale (RSAS) เพื่อวัดภาวะสิ้นยินดีทางสังคมค่ะ
สำหรับการศึกษาในประเทศไทย เมื่อปี 2565 ได้มีการสำรวจประชาชนไทยที่มีอายุ 19 ปีขึ้นไป จำนวน 1,346 คน พบว่า ประชาชนไทยโดยส่วนใหญ่มีอัตราการรายงานภาวะสิ้นยินดี 22.60% เป็นเพศหญิงสูงกว่าเพศชายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และยังพบว่าการเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง โรคหัวใจ มีความสัมพันธ์กับภาวะสิ้นยินดี
สำหรับผู้ที่กำลังสงสัยว่าตนเองกำลังอยู่ในภาวะสิ้นยินดีหรือไม่นั้น ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาก็ได้ให้ข้อสังเกตของภาวะสิ้นยินดีเอาไว้ 5 ข้อ ดังนี้ค่ะ
รู้สึกว่าทำกิจกรรมอะไรก็ไม่สนุก จนไม่อยากจะทำอะไร
ผู้ประสบภาวะสิ้นยินดีจะไม่รู้สึกสุขใจหรือพึงพอใจจากกิจกรรมที่เคยทำแล้วสนุก เช่น การทำงานอดิเรก การฟังเพลง หรือการรับประทานอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุของความผิดปกติของการหลั่งสารโดปามีน (Dopamine) ในสมองที่ลดลงจึงไม่เกิดความรู้สึกพึงพอใจจากกิจกรรมนั้น ๆ
ไม่พยายามที่จะมีความสุข
ผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดี จะขาดแรงจูงใจที่จะมุ่งหวังหรือวางแผนเข้าร่วมกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดความสุขในอนาคต เนื่องจาก เกิดความคิดในทางลบ เช่น ทำไปก็ไม่มีประโยชน์ ฉันรู้สึกไม่สนุกในการทำกิจกรรมนั้นอีกแล้ว เป็นต้น ทำให้ไม่อยากเริ่มต้นกิจกรรมใหม่ และเลือกที่จะไม่ทำกิจกรรมอะไรเลย แม้จะเคยชอบทำมาก่อน เพราะรู้สึกไม่มีความสุขอีกแล้ว
มีการแยกตัวออกจากสังคม
เมื่อตกอยู่ในภาวะสิ้นยินดี บุคคลผู้นั้นจะไม่สนใจการพบปะหรือสร้างสัมพันธ์กับผู้อื่น แม้แต่ในกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว มักจะแยกตัวโดดเดี่ยว เนื่องจากรู้สึกไม่มีความสุขในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น รู้สึกว่าการอยู่ในสังคมไม่ตอบโจทย์ชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตอบโจทย์ชีวิตคืออะไร จึงหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม
การแสดงอารมณ์และความรู้สึกทางสีหน้าลดลง
ผู้ที่มีภาวะสิ้นยินดี มักจะมีสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ คาดเดาความรู้สึกได้ยาก น้อยครั้งที่จะมีการแสดงอารมณ์ เช่น ยิ้มจาง ๆ หรือการแสดงความตื่นเต้นเพียงเล็กน้อย แม้เรื่องนั้นจะเป็นสิ่งที่เคยทำให้มีความสุขมาก่อนก็ตาม
ไม่มีจุดหมายในชีวิต
ภาวะสิ้นยินดี จะส่งผลให้บุคคลรู้สึกไร้จุดหมาย ไม่อยากทำกิจกรรมใด ๆ แม้จะเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น การทำงานบ้าน หรือการเรียน เพราะรู้สึกไม่มีความสุขในชีวิต จึงใช้ชีวิตล่องลอยปล่อยไปตามยะถากรรม
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาได้แนะนำวิธีการเยียวยาภาวะสิ้นยินดีที่มีประสิทธิภาพโดยไม่ใช้ยา เอาไว้ดังนี้ค่ะ
การบำบัดพฤติกรรมทางปัญญา (Cognitive Behavioral Therapy: CBT)
โดยการมุ่งปรับเปลี่ยนความคิดทางลบและเสริมสร้างพฤติกรรมทางบวกที่ก่อให้เกิดความสุข เช่น การตั้งเป้าหมายกิจกรรมรายวัน และการบันทึกความรู้สึกหลังทำกิจกรรม ซึ่งมีงานวิจัยทางจิตวิทยา พบว่า เทคนิค CBT สามารถช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคม และลดระดับภาวะสิ้นยินดีได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
การกระตุ้นพฤติกรรม (Behavioral Activation: BA)
เน้นการวางแผนและลงมือทำกิจกรรมที่ให้รางวัลทันที เช่น การออกกำลังกาย สังสรรค์กับเพื่อน หรือทำงานอดิเรก เพื่อสร้างวงจรการให้รางวัลในสมอง งานวิจัยทางจิตวิทยา พบว่า เทคนิค BA ช่วยลดภาวะสิ้นยินดีได้เทียบเท่าหรือดีกว่าการบำบัดอื่นในผู้ป่วยซึมเศร้า
การออกกำลังกาย (Exercise Therapy)
การออกกำลังกายแบบแอโรบิก เช่น วิ่ง เดินเร็ว หรือว่ายน้ำ อย่างน้อย 30 นาที 3 – 5 ครั้ง/สัปดาห์ สามารถช่วยเพิ่มการหลั่งเอนดอร์ฟิน (Endorphins) และโดปามีน (Dopamine) ทำให้ระบบความคิดปลอดโปร่ง และอารมณ์ดีขึ้น
การฝึกสมาธิและสติ (Mindfulness-Based Interventions)
โปรแกรม Mindfulness-Based Cognitive Therapy (MBCT) และ Mindfulness-Based Stress Reduction (MBSR) สามารถช่วยพัฒนาการรับรู้รางวัลภายใน และลดการรบกวนจากความคิดลบได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเสริมสร้างเครือข่ายสังคม (Social Support Interventions)
การเข้าร่วมกลุ่มจิตบำบัด หรือการทำกิจกรรมกลุ่ม สามารถช่วยลดการแยกตัวจากสังคมและเพิ่มโอกาสได้รับประสบการณ์ที่มีความสุขร่วมกับผู้อื่น ส่งผลให้เพิ่มแรงจูงใจในการใช้ชีวิตให้มีคุณภาพ และเพิ่มการมองโลกในแง่ดีได้อีกด้วย
ภาวะสิ้นยินดี (Anhedonia) ส่งผลต่อชีวิตประจำวันและคุณภาพชีวิตเราในหลายด้าน เช่น ลดคุณภาพความสัมพันธ์ทางสังคม ส่งผลให้บุคคลขาดแรงจูงใจในการทำกิจกรรมสำคัญของชีวิต เพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าและโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ส่งผลให้ความพึงพอใจในชีวิตลดลง ด้วยเหตุนี้ หากเราหมั่นสังเกตตัวเองอยู่เสมอว่าเรามีความรู้สึกต่อตัวเราเอง ต่อการใช้ชีวิต ต่อการมองโลกอย่างไร ก็จะช่วยป้องกันหรือเข้ารับการเยียวยาภาวะสิ้นยินดีได้อย่างรวดเร็ว และทันท่วงที เพื่อให้ชีวิตของเรามีความปกติสุข และมีคุณภาพอย่างยั่งยืนต่อไปค่ะ
หากคุณเริ่มรู้สึกว่าความสุขหรือความพึงพอใจในชีวิตลดลง ไม่อยากทำกิจกรรมที่เคยชอบ หรือเริ่มแยกตัวจากคนรอบข้าง และอาการเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจนกระทบการใช้ชีวิต การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญอาจช่วยให้เข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้มากขึ้น ซึ่งทาง iSTRONG เรามี บริการปรึกษาสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์และนักจิตวิทยา เพื่อประเมินและหาแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับคุณ
ไม่ว่าช่วงนี้ชีวิตจะรู้สึกหนักแค่ไหน คุณยังสามารถค่อย ๆ กลับมาค้นพบความสุขและความหมายในชีวิตได้อีกครั้ง การเริ่มต้นดูแลตัวเองวันนี้ อาจเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่พาคุณไปสู่วันที่ดีขึ้นได้ค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความแนะนำ
อ้างอิง
American Psychiatric Association. (2013).
Diagnostic and statistical manual of mental disorders (5th ed.).
American Psychiatric Publishing.
Kanter, J. W., Puspitasari, A. J., Santos, M. M., Nagy, G. A., & Rotz, W. R. (2018).
Behavioral Activation: History, evidence and promise.
The British Journal of Psychiatry, 206(2), 81–83.
Suttipong Kawilapat, Patrinee Traisathit, Narong Maneeton, Sukon Prasitwattanaseree, Thoranin Kongsuk, Suwanna Arunpongpaisal, Jintana Leejongpermpoon,Supattra Sukhawaha and Benchalak Maneeton.(2022).
Factor structures in the depressive symptoms domains in the 9Q for adults in Thailand: A crosssectional study.
Behavioral Sciences, 14(7), 577.
ประวัติผู้เขียน
จันทมา ช่างสลัก บัณฑิตจิตวิทยาคลินิกจากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตจาก NIDA ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูก 1 ผู้เป็นทาสแมว ที่มุ่งมั่นจะพัฒนาการเขียนบทความจิตวิทยาให้โดนใจผู้อ่าน และสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกบนโลกใบนี้
