บทความล่าสุด
ค้นหาตามประเภทบทความ
Please reload

original_1164948181 copy.jpg

จิตวิทยาการหย่าร้าง : 3 ระยะทำใจ จบเส้นทางรักอย่างไรให้ OK

ว่าด้วยเรื่องของการ “หย่าร้าง” ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับชีวิตคู่ของตัวเอง ถูกไหมคะ ซึ่งแน่นอนค่ะว่าในทางจิตวิทยา การหย่าร้างนั้นส่งผลอย่างแรงต่อความรู้สึก ต่อความมั่นใจ และต่อการใช้ชีวิตอย่างแรงเลยค่ะ แล้วถ้าคู่ไหนมีลูกด้วยแล้ว ผลกระทบที่ว่าก็จะส่งไปยังลูก ๆ อีกต่างหาก และโดยส่วนใหญ่แล้ว ตามที่เราได้เห็นข่าวมา หรือเห็นคนรอบตัวที่ผ่านการหย่าร้างมา มักจะจบไม่สวย ใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นการตามทำร้ายกัน การขึ้นศาลเพื่อแย่งสิทธิในการเลี้ยงดูลูก การตกลงเรื่องทรัพย์สิน และภาระหนี้สินที่ไม่ลงตัว ซึ่งปัญหาเหล่านี้ทำให้คู่รักที่กลายเป็นคู่ร้างส่วนใหญ่จะมองหน้ากันไม่ติด ความสัมพันธ์แตกร้าวจนไม่อยากใช้อากาศหายใจร่วมกันเลยละค่ะ

 

 

ถึงแม้ว่าการหย่าร้างจะทำให้เกิดปัญหาชีวิตตามมาอย่างมากมาย แต่เมื่อเทียบกับการที่ต้องทนใช้ชีวิตอยู่กับคนเคยรัก ที่นอกจากจะไม่รักกันแล้ว ยังเกลียดกันเข้าไส้ อีกฝ่ายทำอะไรก็ขวางหูขวางตา แค่ได้ยินเสียง ได้ยินชื่อก็หงุดหงิดใจ เจอหน้ากันทีไรก็ทะเลาะกันให้ลูกเห็นแล้วละก็ การหย่าร้าง   น่าจะเป็นทางออกที่ดีกว่าค่ะ 

 

ดังนั้นแล้ว เพื่อให้การหย่าร้างเป็นไปด้วยดีและรักษาสภาพจิตใจของทุกฝ่ายมากที่สุด จึงขอนำเสนอข้อเสนอแนะของนักจิตวิทยามาให้อ่านกันค่ะ

 

โดยวิธีการก็ได้แบ่งออกเป็น 3 ระยะตามนี้เลยค่ะ

 

ระยะที่ 1 ก่อนหย่าร้าง

 

1. เปิดใจพูดคุย และปรับความรู้สึก

การพูดคุยอย่างจริงใจและพูดทุกความรู้สึกที่มีในสถานการณ์นี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาคืนดีนะคะ แต่เพื่อเป็นการปรับความเข้าใจ เคลียร์สิ่งที่ค้างคาใจ ให้แยกทางกันไปแบบไม่มีอะไรติดค้าง ทั้งสองฝ่ายจะได้ไม่เกิดความสงสัยว่า “ฉันผิดอะไร?” หรือ “ใครเป็นคนผิด?” แต่ให้เกิดความเข้าใจว่า แม้ว่าเราจะไม่ได้รักกันแล้ว แต่เรายังสามารถพูดคุยตามประสาคนรู้จักกันได้ค่ะ

 

2. บอกกล่าวให้คนในครอบครัวรับรู้สถานการณ์

สิ่งสำคัญที่ควรทำก่อนหารหย่าร้างที่นักจิตวิทยาเน้นย้ำว่าควรทำเป็นอย่างยิ่ง ก็คือ การบอกกล่าวสถานการณ์ให้กับลูก และ พ่อ แม่ ของแต่ละฝ่ายรับรู้และเข้าใจค่ะ   เพราะมีหลายเคสที่กลายเป็นโรคเครียด โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล หรือโรคทางจิตเวช เพราะว่าครอบครัวแตกแยกกระทันหัน แบบที่เขาไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ ดังนั้น การพูดคุยเรื่องจริงว่า พ่อ – แม่ (ในกรณีที่บอกลูก) หรือ ลูก (ในกรณีที่บอกพ่อ – แม่) กำลังจะหย่าร้างกัน จึงเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันทางให้คนในบ้านได้ค่ะ เพราะเขาจะได้เตรียมตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นหลังจากการหย่าร้างของ พ่อ – แม่ หรือของลูกได้

 

3. วางแผนชีวิตหลังการหย่าร้างร่วมกัน

ถึงแม้ว่าการหย่าร้างจะทำให้คนสองคนเลิกเป็นคนรักกันแล้ว แต่ไม่ได้ทำให้ความเป็น พ่อ – แม่ หรือความเป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่เลี้ยงร่วมกันเปลี่ยนแปลงไปนะคะ เพราะฉะนั้น นักจิตวิทยาจึงแนะนำว่า ให้อดีตคู่รักที่กำลังจะหย่าร้างกันต้องมีการวางแผนร่วมกัน ทั้งเรื่องการจัดการทรัพย์สิน การแบ่งภาระหนี้สิน การแบ่งหน้าที่ดูแลลูก การแบ่งหน้าที่ดูแลสัตว์เลี้ยง และข้อตกลงในเรื่องที่ยังต้องทำร่วมกันหลังการหย่าร้างค่ะ

 

บทความแนะนำ 4 เรื่องที่ต้องเตรียมตัวเมื่อถึงเวลาต้องแยกทางจากคนรัก