เมื่อสังคมสอนให้ “อดทน” แต่ไม่สอนให้ “ขอความช่วยเหลือ” ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ในสังคมไทย
- Chanthama Changsalak
- 5 days ago
- 2 min read

ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ หรือศัพท์ในทางจิตวิทยาเรียกว่า “Passive Death Wish” หรือ ที่ “Passive Suicidal Ideation” ในสังคมไทยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่มาก แต่เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในโลกออนไลน์
โดยความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ หรือ Passive Death Wish หมายถึง ภาวะที่บุคคล ๆ หนึ่ง มีความคิดที่จะจบชีวิตตนเองแบบเงียบ แต่ไม่ได้มีความตั้งใจ หรือวางแผนอย่างจริงจัง
แต่หากปล่อยให้ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ยังคงอยู่และชัดเจนในกระแสความคิดของบุคคลนั้นอยู่เรื่อย ๆ โดยไม่รับการช่วยเหลืออาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดพฤติกรรมฆ่าตัวตายในอนาคตได้ค่ะ สำหรับงานวิจัยทางจิตวิทยาเกี่ยวกับ Passive Death Wish ในต่างประเทศ พบว่า มีผู้คนที่มีความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ เพิ่มมากขึ้นหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid – 19
โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัยที่ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง สำหรับงานวิจัยทางจิตวิทยาในประเทศไทย โดยคุณปิยภรณ์ กรวยทอง และคณะ เมื่อปี 2566 พบว่าความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ในสังคมไทยเป็นไปในลักษณะของการเกิดความรู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่ มีการแยกตัวออกจากสังคม รวมถึงมีการคิดหาวิธีจบชีวิตตนเองที่เจ็บปวดน้อยที่สุด
โดยความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ในสังคมไทยมีสาเหตุหลักมาจาก การใช้สารเสพติด ความกดดันจากปัญหาชีวิต
ปัญหาสังคม และปัญหาทางสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า ความเครียด และความวิตกกังวล โดยมีสาเหตุหนึ่งที่น่าสนใจ
คือ “ค่านิยม” เมื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับค่านิยมหลักในสังคมไทย ก็พบว่า คนไทยมักจะปลูกฝังให้คนในสังคมมีความ “อดทน”
เสียสละ กตัญญู
ซึ่งความอดทนนี่เองที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ต้องกดทับความทุกข์ใจ กักเก็บปัญหาเอาไว้กับตนเอง บ่มเพาะความเจ็บปวดในใจ จนระเบิดออกมาเป้นปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาพฤติกรรม และนำไปสู่ปัญหาทางสังคมในที่สุด ซึ่งค่านิยมทางสังคมเรื่อง “ความอดทน” ที่นำไปสู่ Passive Death Wish นั้นสอดคล้องกับทฤษฎีจิตวิทยา ของ Joiner
ที่กล่าวว่า เมื่อบุคคลรับรู้ว่าตนเองเป็นภาระ (Perceived Burdensomeness) เช่น โดนกล่าวโทษจากครอบครัว ตกงาน
เจ็บป่วย สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถทำตามความคาดหวังของครอบครัว หรือสังคมได้ จะส่งผลให้บุคคลนั้นประเมินคุณค่าของตนเองต่ำกว่าความเป็นจริง จนเกิดความคิดว่า การตายย่อมมีคุณค่ามากกว่าการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลนั้นมีความรู้สึกเกลียดตนเอง (self-hate)
ทั้งนี้ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อดีตอธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้เคยกล่าวไว้ในงานแถลงผลงานวิจัย “อนาคตสุขภาพจิตสังคมไทย พ.ศ. 2576” เมื่อเดือนเมษายน 2566 ว่า คนไทยจำนวนหนึ่งยังขาดความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสังคมรอบข้าง นำไปสู่การละเลย เพิกเฉย และปฏิเสธการเข้ารับบริการสุขภาพจิต
สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มปัญหาด้านสุขภาพจิตในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสังคมต่าง ๆ ทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพจิตในสังคมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเครียด การเกิดโรคซึมเศร้า ภาวะหมดไฟ และในบางกรณีนำมาซึ่งการสูญเสียจากการทำร้ายตนเอง ด้วยเหตุนี้ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาจึงได้แนะนำเทคนิคการขอความช่วยเหลือจากความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย ดังนี้
เปิดใจสื่อสารกับคนใกล้ชิด
หากความทุกข์แน่นอก ก็ควรระบายบอกเล่าให้คนที่ไว้ใจรับฟัง ซึ่งคนที่เราควรจะไว้ใจที่สุด ก็คือ คนในครอบครัวค่ะ โดยเริ่มจาก เลือกคนที่ไว้วางใจ และเหมาะสมจะรับฟัง เพราะเรื่องบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ เป็นเรื่องที่อ่อนไหวและเปราะบางมาก หากเราไปเล่าให้คนที่ไม่พร้อมรับมือ ก็อาจทำให้เขาเครียดได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเลือกคนที่เข้มแข็ง และพร้อมรับฟังเราโดยไม่ตัดสิน แล้วจึงใช้การสื่อสารแบบค่อยเป็นค่อยไป ใช้ภาษาที่แสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่รุนแรง เช่น แทนที่จะพูดว่า "ฉันอยากตาย" ให้เปลี่ยนเป็น "ช่วงนี้ฉันรู้สึกแย่มาก ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี" แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น เราต้องเข้าใจก่อนว่าคนในครอบครัวไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา หรือต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่เมื่อเป็นคนสนิท เป็นคนในครอบครัวก็ย่อมจะมีข้อจำกัดในการให้คำปรึกษา เพราะฉะนั้นเราควรหลีกเลี่ยงการคาดหวังความช่วยเหลือที่สมบูรณ์แบบ และเราเองก็ต้องแสดงเจตนาการขอความช่วยเหลือให้ชัดเจนเช่นกันค่ะ เช่น การพูดออกมาตรง ๆ ว่า “ฉันไม่ได้ต้องการคำแนะนำมาก แค่อยากให้มีคนฟัง” หรือ “ฉันรู้สึกไม่ไหวเลย ช่วยอยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม” เป็นต้น เพื่อให้คนรอบข้างสามารถให้ความช่วยเหลือได้ตรงตามความต้องการของเราค่ะ
เข้าร่วมกลุ่มสนับสนุน
หากครอบครัวไม่ใช่ Safe Zone หรือประเมินแล้วว่าครอบครัว หรือคนรอบตัวไม่น่าจะเข้าใจความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ของเราได้ ข้อแนะนำในการขอความช่วยเหลือต่อมา ก็คือ การเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนคือ ซึ่งการเข้าร่วมกลุ่มดังกล่าวเราจะเห็นได้บ่อย ๆ ในภาพยนตร์แถบประเทศยุโรป และอเมริกา เช่น ซี่รี่ย์ The Bear เอนิเมชั่น wake it ralph เป็นต้น เนื่องจากการเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนนั้นจะทำให้เราได้พบกับกลุ่มคนที่มีประสบการณ์คล้ายกัน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมเข้าใจกันและกันได้ดี และจะช่วยให้เรารู้สึกไม่โดดเดี่ยว และได้รับกำลังใจจากผู้ที่เข้าใจสถานการณ์ รวมถึงมีแรงบันดาลใจที่จะเติมไฟในการใช้ชีวิตให้มีความหมายมากขึ้น ทั้งนี้หากคุณมีความสนใจเกี่ยวกับการเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนในการพัฒนาสุขภาพจิตสามารถติตต่อได้ที่โรงพยาบาลที่มีแผนกจิตเวชใกล้บ้าน หรือติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพื่อขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ค่ะ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา
ในกรณีที่การพูดคุยกับคนใกล้ตัวไม่ได้ผล เทคนิคการขอความช่วยเหลืออีกข้อที่แนะนำ คือ การขอคำปรึกษาจาก ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา
สุดท้ายนี้ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ หรือ Passive Death Wish ถือว่าเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพจิตคนไทยอย่างช้า ๆ แต่มาแรง ดังนั้นแล้วการทำความรู้จักและเข้าใจภาวะนี้จะสามารถช่วยให้ผู้ที่มีภาวะนี้เองสามารถขอความช่วยเหลือ และผู้ใกล้ชิดเองก็สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเช่นกันค่ะ
หลายคนที่มีความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ไม่ได้ต้องการจบชีวิตตนเองในทันที แต่กำลังรู้สึกเหนื่อยล้ากับการใช้ชีวิตจนไม่เห็นความหวังหรือทางออกของปัญหา สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือความทุกข์เหล่านี้มักถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้คำว่า “ไม่เป็นไร” จนคนรอบข้างไม่ทันสังเกตเห็น
หากคุณกำลังรู้สึกว่าชีวิตหนักเกินกว่าจะรับมือเพียงลำพัง รู้สึกโดดเดี่ยว หมดหวัง หรือมีความคิดว่า “ถ้าหายไปก็คงไม่มีใครเดือดร้อน” อย่าปล่อยให้ตัวเองต้องแบกรับความรู้สึกเหล่านั้นเพียงคนเดียว
บริการปรึกษาสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์และนักจิตวิทยา จาก iSTRONG พร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้คุณได้พูดคุย ระบายความรู้สึก และทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในใจร่วมกับนักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพราะบางครั้งการมีใครสักคนรับฟังอย่างเข้าใจ อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยให้คุณมองเห็นทางออกและกลับมามีความหวังกับการใช้ชีวิตอีกครั้ง 💙
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความแนะนำ
อ้างอิง
Joiner, T. E. (2005).
Why people die by suicide.
Harvard University Press
Phatphicha Lerksirinukul. (2566).
เจาะลึกผลวิจัย 'อนาคตสุขภาพจิตสังคมไทย พ.ศ. 2576' เตรียมรับ 'การระเบิดของความหวาดกลัว' กับ 'ความโดดเดี่ยว'. https://techsauce.co/report/futures-of-mental-health-in-thailand-2033
Sapara, A., Shalaby, R., Osiogo, F., Hrabok, M., Gusnowski, A., Vuong, W., ... & Agyapong, V. I. O. (2021).
COVID-19 pandemic: demographic and clinical correlates of passive death wish and thoughts of self-harm among Canadians. Journal of Mental Health, 30(2), 170-178.
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแต. (2565).
โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายสำเร็จ.
ปิยภรณ์ กรวยทอง และคณะ. (2566).
อยู่ก็ได้ตายก็ดี: ความคิดอยากตายโดยไม่มีแผนชัดเจน. วารสารคลินิกจิตเวช, 50(3), 270 - 180.
ประวัติผู้เขียน
จันทมา ช่างสลัก บัณฑิตจิตวิทยาคลินิกจากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตจาก NIDA ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูก 1 ผู้เป็นทาสแมว ที่มุ่งมั่นจะพัฒนาการเขียนบทความจิตวิทยาให้โดนใจผู้อ่าน และสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกบนโลกใบนี้
