top of page

เมื่อสังคมสอนให้ “อดทน” แต่ไม่สอนให้ “ขอความช่วยเหลือ” ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ในสังคมไทย


iSTRONG เมื่อสังคมสอนให้ “อดทน” แต่ไม่สอนให้ “ขอความช่วยเหลือ”: ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ในสังคมไทย

ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ หรือศัพท์ในทางจิตวิทยาเรียกว่า “Passive Death Wish” หรือ ที่  “Passive Suicidal Ideation” ในสังคมไทยเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่มาก แต่เป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในโลกออนไลน์

โดยความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ หรือ Passive Death Wish หมายถึง ภาวะที่บุคคล ๆ หนึ่ง มีความคิดที่จะจบชีวิตตนเองแบบเงียบ แต่ไม่ได้มีความตั้งใจ หรือวางแผนอย่างจริงจัง


แต่หากปล่อยให้ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ยังคงอยู่และชัดเจนในกระแสความคิดของบุคคลนั้นอยู่เรื่อย ๆ  โดยไม่รับการช่วยเหลืออาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดพฤติกรรมฆ่าตัวตายในอนาคตได้ค่ะ สำหรับงานวิจัยทางจิตวิทยาเกี่ยวกับ Passive Death Wish ในต่างประเทศ พบว่า มีผู้คนที่มีความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ เพิ่มมากขึ้นหลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค Covid – 19


โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัยที่ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพัง สำหรับงานวิจัยทางจิตวิทยาในประเทศไทย โดยคุณปิยภรณ์ กรวยทอง และคณะ เมื่อปี 2566 พบว่าความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ในสังคมไทยเป็นไปในลักษณะของการเกิดความรู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่ มีการแยกตัวออกจากสังคม รวมถึงมีการคิดหาวิธีจบชีวิตตนเองที่เจ็บปวดน้อยที่สุด


โดยความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ในสังคมไทยมีสาเหตุหลักมาจาก การใช้สารเสพติด ความกดดันจากปัญหาชีวิต

ปัญหาสังคม และปัญหาทางสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า ความเครียด และความวิตกกังวล โดยมีสาเหตุหนึ่งที่น่าสนใจ

คือ “ค่านิยม” เมื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับค่านิยมหลักในสังคมไทย ก็พบว่า คนไทยมักจะปลูกฝังให้คนในสังคมมีความ “อดทน”

เสียสละ กตัญญู


ซึ่งความอดทนนี่เองที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ต้องกดทับความทุกข์ใจ กักเก็บปัญหาเอาไว้กับตนเอง บ่มเพาะความเจ็บปวดในใจ จนระเบิดออกมาเป้นปัญหาสุขภาพจิต ปัญหาพฤติกรรม และนำไปสู่ปัญหาทางสังคมในที่สุด ซึ่งค่านิยมทางสังคมเรื่อง “ความอดทน” ที่นำไปสู่ Passive Death Wish  นั้นสอดคล้องกับทฤษฎีจิตวิทยา ของ Joiner 


ที่กล่าวว่า เมื่อบุคคลรับรู้ว่าตนเองเป็นภาระ (Perceived Burdensomeness) เช่น โดนกล่าวโทษจากครอบครัว ตกงาน

เจ็บป่วย สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ ไม่สามารถทำตามความคาดหวังของครอบครัว หรือสังคมได้ จะส่งผลให้บุคคลนั้นประเมินคุณค่าของตนเองต่ำกว่าความเป็นจริง จนเกิดความคิดว่า การตายย่อมมีคุณค่ามากกว่าการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลนั้นมีความรู้สึกเกลียดตนเอง (self-hate) 


ทั้งนี้ แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อดีตอธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้เคยกล่าวไว้ในงานแถลงผลงานวิจัย “อนาคตสุขภาพจิตสังคมไทย พ.ศ. 2576” เมื่อเดือนเมษายน 2566 ว่า คนไทยจำนวนหนึ่งยังขาดความรอบรู้ด้านสุขภาพจิต ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และสังคมรอบข้าง นำไปสู่การละเลย เพิกเฉย และปฏิเสธการเข้ารับบริการสุขภาพจิต


สถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มปัญหาด้านสุขภาพจิตในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสังคมต่าง ๆ  ทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพจิตในสังคมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเครียด การเกิดโรคซึมเศร้า ภาวะหมดไฟ และในบางกรณีนำมาซึ่งการสูญเสียจากการทำร้ายตนเอง ด้วยเหตุนี้ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาจึงได้แนะนำเทคนิคการขอความช่วยเหลือจากความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ที่เหมาะสมกับบริบทสังคมไทย ดังนี้


  1. เปิดใจสื่อสารกับคนใกล้ชิด

    หากความทุกข์แน่นอก ก็ควรระบายบอกเล่าให้คนที่ไว้ใจรับฟัง ซึ่งคนที่เราควรจะไว้ใจที่สุด ก็คือ คนในครอบครัวค่ะ โดยเริ่มจาก เลือกคนที่ไว้วางใจ และเหมาะสมจะรับฟัง เพราะเรื่องบางเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ เป็นเรื่องที่อ่อนไหวและเปราะบางมาก หากเราไปเล่าให้คนที่ไม่พร้อมรับมือ ก็อาจทำให้เขาเครียดได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเลือกคนที่เข้มแข็ง และพร้อมรับฟังเราโดยไม่ตัดสิน แล้วจึงใช้การสื่อสารแบบค่อยเป็นค่อยไป  ใช้ภาษาที่แสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา แต่ไม่รุนแรง เช่น แทนที่จะพูดว่า "ฉันอยากตาย" ให้เปลี่ยนเป็น "ช่วงนี้ฉันรู้สึกแย่มาก ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปดี" แต่ทั้งนี้ ทั้งนั้น เราต้องเข้าใจก่อนว่าคนในครอบครัวไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา หรือต่อให้เป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่เมื่อเป็นคนสนิท เป็นคนในครอบครัวก็ย่อมจะมีข้อจำกัดในการให้คำปรึกษา เพราะฉะนั้นเราควรหลีกเลี่ยงการคาดหวังความช่วยเหลือที่สมบูรณ์แบบ และเราเองก็ต้องแสดงเจตนาการขอความช่วยเหลือให้ชัดเจนเช่นกันค่ะ เช่น การพูดออกมาตรง ๆ ว่า “ฉันไม่ได้ต้องการคำแนะนำมาก แค่อยากให้มีคนฟัง” หรือ “ฉันรู้สึกไม่ไหวเลย ช่วยอยู่เป็นเพื่อนฉันหน่อยได้ไหม” เป็นต้น เพื่อให้คนรอบข้างสามารถให้ความช่วยเหลือได้ตรงตามความต้องการของเราค่ะ

  2. เข้าร่วมกลุ่มสนับสนุน

    หากครอบครัวไม่ใช่ Safe Zone หรือประเมินแล้วว่าครอบครัว หรือคนรอบตัวไม่น่าจะเข้าใจความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ของเราได้ ข้อแนะนำในการขอความช่วยเหลือต่อมา ก็คือ การเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนคือ ซึ่งการเข้าร่วมกลุ่มดังกล่าวเราจะเห็นได้บ่อย ๆ ในภาพยนตร์แถบประเทศยุโรป และอเมริกา เช่น ซี่รี่ย์ The Bear เอนิเมชั่น wake it ralph เป็นต้น เนื่องจากการเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนนั้นจะทำให้เราได้พบกับกลุ่มคนที่มีประสบการณ์คล้ายกัน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมเข้าใจกันและกันได้ดี และจะช่วยให้เรารู้สึกไม่โดดเดี่ยว และได้รับกำลังใจจากผู้ที่เข้าใจสถานการณ์ รวมถึงมีแรงบันดาลใจที่จะเติมไฟในการใช้ชีวิตให้มีความหมายมากขึ้น ทั้งนี้หากคุณมีความสนใจเกี่ยวกับการเข้าร่วมกลุ่มสนับสนุนในการพัฒนาสุขภาพจิตสามารถติตต่อได้ที่โรงพยาบาลที่มีแผนกจิตเวชใกล้บ้าน หรือติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพื่อขอข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้ค่ะ 


  3. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา

    ในกรณีที่การพูดคุยกับคนใกล้ตัวไม่ได้ผล เทคนิคการขอความช่วยเหลืออีกข้อที่แนะนำ คือ การขอคำปรึกษาจาก ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา

สุดท้ายนี้ความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ หรือ Passive Death Wish ถือว่าเป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพจิตคนไทยอย่างช้า ๆ แต่มาแรง ดังนั้นแล้วการทำความรู้จักและเข้าใจภาวะนี้จะสามารถช่วยให้ผู้ที่มีภาวะนี้เองสามารถขอความช่วยเหลือ และผู้ใกล้ชิดเองก็สามารถให้ความช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเช่นกันค่ะ


หลายคนที่มีความปรารถนาตายแบบเงียบ ๆ ไม่ได้ต้องการจบชีวิตตนเองในทันที แต่กำลังรู้สึกเหนื่อยล้ากับการใช้ชีวิตจนไม่เห็นความหวังหรือทางออกของปัญหา สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือความทุกข์เหล่านี้มักถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้คำว่า “ไม่เป็นไร” จนคนรอบข้างไม่ทันสังเกตเห็น


หากคุณกำลังรู้สึกว่าชีวิตหนักเกินกว่าจะรับมือเพียงลำพัง รู้สึกโดดเดี่ยว หมดหวัง หรือมีความคิดว่า “ถ้าหายไปก็คงไม่มีใครเดือดร้อน” อย่าปล่อยให้ตัวเองต้องแบกรับความรู้สึกเหล่านั้นเพียงคนเดียว


 บริการปรึกษาสุขภาพจิตโดยจิตแพทย์และนักจิตวิทยา จาก iSTRONG พร้อมเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้คุณได้พูดคุย ระบายความรู้สึก และทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นภายในใจร่วมกับนักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพราะบางครั้งการมีใครสักคนรับฟังอย่างเข้าใจ อาจเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยให้คุณมองเห็นทางออกและกลับมามีความหวังกับการใช้ชีวิตอีกครั้ง 💙

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

  • โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong

บทความแนะนำ

อ้างอิง

Joiner, T. E. (2005).

Why people die by suicide.

Harvard University Press


Phatphicha Lerksirinukul. (2566).

เจาะลึกผลวิจัย 'อนาคตสุขภาพจิตสังคมไทย พ.ศ. 2576' เตรียมรับ 'การระเบิดของความหวาดกลัว' กับ 'ความโดดเดี่ยว'. https://techsauce.co/report/futures-of-mental-health-in-thailand-2033


Sapara, A., Shalaby, R., Osiogo, F., Hrabok, M., Gusnowski, A., Vuong, W., ... & Agyapong, V. I. O. (2021).

COVID-19 pandemic: demographic and clinical correlates of passive death wish and thoughts of self-harm among Canadians. Journal of Mental Health, 30(2), 170-178.


โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลปันแต. (2565).

โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการฆ่าตัวตายสำเร็จ.


ปิยภรณ์ กรวยทอง และคณะ. (2566).

อยู่ก็ได้ตายก็ดี: ความคิดอยากตายโดยไม่มีแผนชัดเจน. วารสารคลินิกจิตเวช, 50(3), 270 - 180.

ประวัติผู้เขียน

จันทมา ช่างสลัก บัณฑิตจิตวิทยาคลินิกจากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตจาก NIDA ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูก 1 ผู้เป็นทาสแมว ที่มุ่งมั่นจะพัฒนาการเขียนบทความจิตวิทยาให้โดนใจผู้อ่าน และสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกบนโลกใบนี้

iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2026 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page