top of page

การให้คำปรึกษา ไม่ใช่การให้คำแนะนำ ความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายบทสนทนาพังโดยไม่รู้ตัว


iSTRONG เก่งงาน แต่พังเรื่องคน ปัญหาที่หลายองค์กรเจอโดยไม่รู้จะแก้อย่างไร

ทำไมเวลาคนมาปรึกษาเรา บทสนทนากลับจบลงแบบแปลก ๆ หลายคนเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ เพื่อนมานั่งเล่าเรื่องปัญหาชีวิตให้ฟัง บางคนกำลังมีปัญหากับงาน บางคนกำลังมีปัญหาความสัมพันธ์ หรือบางคนกำลังสับสนกับการตัดสินใจในชีวิต เราตั้งใจฟังเขาอย่างดี และพยายามช่วยเต็มที่ จึงเริ่มให้คำแนะนำ เช่น


“ลองทำแบบนี้ดูไหม”

“ถ้าเป็นฉัน ฉันจะทำอีกแบบหนึ่ง”

“จริง ๆ เรื่องนี้แก้ไม่ยากนะ”


แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เหมือนที่เราคิด คนที่มาปรึกษาอาจเงียบลง เปลี่ยนเรื่อง หรือจบบทสนทนาอย่างรวดเร็ว บางครั้งเขาอาจไม่กลับมาปรึกษาเราอีกเลย หลายคนจึงเริ่มสงสัยว่า เราพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า ทั้งที่เราก็แค่พยายามช่วย


ความจริงคือ ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยมาก และไม่ได้เกิดจากความตั้งใจไม่ดี แต่เกิดจาก ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้คน เพราะคนจำนวนมากเข้าใจว่า การช่วยคน คือการให้คำแนะนำ แต่ในความเป็นจริง การให้คำปรึกษาในเชิงจิตวิทยาไม่ใช่การบอกทางออกให้คนอื่นเสมอไป


มนุษย์ต้องการ “ความเข้าใจ” ก่อน “คำตอบ”

ในจิตวิทยาการให้คำปรึกษามีหลักการสำคัญข้อหนึ่งคือ มนุษย์ต้องการรู้สึกว่า “มีคนเข้าใจเขาจริง ๆ” ก่อนที่จะพร้อมรับคำแนะนำใด ๆ เมื่อคนกำลังเผชิญกับปัญหา สมองของเขามักเต็มไปด้วยความเครียด ความกังวล และความสับสน หากบทสนทนาเริ่มต้นด้วยการรีบเสนอทางออก เขาอาจรู้สึกว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้เข้าใจสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่จริง ๆ


สิ่งที่ผู้คนจำนวนมากต้องการในช่วงเวลานั้นคือ

  • พื้นที่ที่ปลอดภัยในการพูด

  • คนที่ตั้งใจฟังโดยไม่ตัดสิน

  • การรู้สึกว่าความรู้สึกของเขาถูกเข้าใจ


เมื่อความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว สมองจะค่อย ๆ ผ่อนคลาย และเขาจะเริ่มมองเห็นทางเลือกของตัวเองได้ชัดขึ้น นั่นคือเหตุผลที่นักจิตวิทยาและนักให้คำปรึกษาไม่ได้เริ่มต้นด้วยการให้คำแนะนำทันที แต่จะเริ่มจากการฟังและทำความเข้าใจประสบการณ์ของอีกฝ่ายก่อน


4 วิธีช่วยคนโดยไม่ต้องรีบให้คำแนะนำ

  1. ฟังให้จบก่อนที่จะคิดคำตอบ

    หลายครั้งเราฟังไปพร้อมกับคิดคำตอบไปด้วย แต่การฟังอย่างแท้จริงคือการตั้งใจฟังจนจบ โดยไม่รีบตัดสินหรือวิเคราะห์ทันที วิธีนี้ช่วยให้ผู้พูดรู้สึกว่าความคิดและความรู้สึกของเขามีพื้นที่ในการถูกรับฟัง


  2. สะท้อนความรู้สึกของอีกฝ่าย

    แทนที่จะรีบเสนอวิธีแก้ ลองสะท้อนสิ่งที่ได้ยิน เช่น

    “ฟังดูเหมือนเรื่องนี้ทำให้คุณเครียดมากเลยนะ”

    “เหมือนคุณกำลังรู้สึกสับสนกับทางเลือกนี้อยู่”


    การสะท้อนแบบนี้ช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขาถูกเข้าใจ และมักทำให้เขาเปิดใจเล่าเรื่องต่อมากขึ้น


  3. ใช้คำถามที่ช่วยให้เขาคิด

    คำถามแบบเปิดช่วยให้ผู้พูดสำรวจความคิดของตัวเอง เช่น

    “ตอนนี้สิ่งที่คุณกังวลที่สุดคืออะไร”

    “ถ้าสถานการณ์นี้ดีขึ้น คุณอยากให้มันเปลี่ยนไปอย่างไร”


    คำถามลักษณะนี้ไม่ได้บอกคำตอบ แต่ช่วยให้คนค้นหาคำตอบของตัวเอง


  4. เข้าใจว่าบางครั้งคนไม่ได้ต้องการคำตอบทันที

    บางสถานการณ์ คนเพียงต้องการใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ และรับฟังเขา การมีคนฟังอย่างจริงใจอาจช่วยให้เขารู้สึกเบาลง และพร้อมที่จะจัดการปัญหาด้วยตัวเอง


Case Study เมื่อคำแนะนำทำให้บทสนทนาหยุดลง

คุณซีเป็นหัวหน้าทีมที่ลูกทีมหลายคนมักมาปรึกษาเรื่องงาน วันหนึ่งลูกทีมคนหนึ่งเข้ามาคุยด้วยและเล่าว่าเขากำลังคิดจะลาออก เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับงานนี้ คุณซีตั้งใจช่วยเต็มที่ จึงตอบทันทีว่า “อย่าเพิ่งลาออกเลย ลองทนอีกสักหน่อย เดี๋ยวก็ผ่านไป”


แต่หลังจากวันนั้น ลูกทีมคนนั้นกลับไม่มาคุยเรื่องนี้อีก ต่อมาคุณซีได้เรียนรู้เรื่องทักษะการฟังในเชิงจิตวิทยา และเริ่มเข้าใจว่า บางครั้งคนที่มาปรึกษาไม่ได้ต้องการคำตอบทันที เขาอาจต้องการพื้นที่ในการสำรวจความรู้สึกของตัวเองก่อน หากย้อนเวลากลับไปได้ บทสนทนาอาจเริ่มต้นแบบนี้


“ฟังดูเหมือนช่วงนี้คุณกำลังหนักใจกับงานมากเลยนะ”

“อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกว่าอาจจะไม่เหมาะกับที่นี่”


คำถามเหล่านี้ไม่ได้รีบตัดสิน แต่เปิดพื้นที่ให้ลูกทีมได้สำรวจความคิดของตัวเอง และช่วยให้บทสนทนาดำเนินต่อไปอย่างลึกซึ้งมากขึ้น


การช่วยคนไม่จำเป็นต้องมีคำตอบเสมอไป

หลายคนคิดว่าการช่วยเหลือผู้คนต้องมาพร้อมคำแนะนำที่ดี แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ผู้คนต้องการมากที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบาก อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุด แต่คือการมีใครสักคนที่รับฟังเขาอย่างจริงใจ


การฟังอย่างลึกซึ้ง การเข้าใจอารมณ์ และการตั้งคำถามที่เหมาะสม เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้บทสนทนาธรรมดา กลายเป็นบทสนทนาที่ช่วยให้คนมองเห็นทางออกของชีวิตตัวเอง และทักษะเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของบุคลิกอย่างเดียว แต่เป็นทักษะทางจิตวิทยาที่สามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้


ทักษะการฟังอย่างลึกซึ้ง การตั้งคำถาม และการเข้าใจอารมณ์ของผู้คน

เป็นหัวใจสำคัญของ จิตวิทยาการให้คำปรึกษา (Counseling Psychology) ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในการทำงาน การเป็นผู้นำ และความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน


ในหลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษา จาก iSTRONG ผู้เรียนจะได้เรียนรู้และฝึกทักษะสำคัญ เช่น

  • โครงสร้าง 6 ขั้นตอน 7 ทักษะของการให้คำปรึกษา

  • การฟังอย่างลึกซึ้ง (Active Listening) เพื่อเข้าใจอารมณ์และมุมมองของผู้พูด

  • การสะท้อนความรู้สึกอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความไว้วางใจในบทสนทนา

  • เทคนิคการตั้งคำถามที่ช่วยให้ผู้คนค้นพบคำตอบของตัวเอง

  • การเข้าใจแรงจูงใจ ความต้องการ และความคาดหวังที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมของผู้คน

  • พร้อมการฝึกปฏิบัติผ่านกรณีศึกษาจริง เพื่อให้ทักษะเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในงาน การเป็นผู้นำ และความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน


สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร การรับฟัง และความเข้าใจผู้คนในทีม ทาง iSTRONG ยังมีบริการ In-house Training เพื่อพัฒนาทักษะด้านจิตวิทยา ซึ่งสามารถออกแบบเนื้อหาและ Workshop ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กรได้


เพราะเราเชื่อว่าเมื่อองค์กรสร้างวัฒนธรรมให้คนในองค์กรเข้าใจตัวเอง เข้าใจผู้อื่น และมีทักษะในการสื่อสารที่ลึกขึ้น การทำงานร่วมกันก็จะเปลี่ยนจากความตึงเครียด ไปสู่ความร่วมมือที่สร้างคุณค่าให้กับทั้งคนและองค์กรได้มากขึ้น

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

บุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

องค์กร

ติดต่อ

โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong



iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2025 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page