การให้คำปรึกษา ไม่ใช่การให้คำแนะนำ ความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายบทสนทนาพังโดยไม่รู้ตัว
- iStrong team
- 2 hours ago
- 1 min read

ทำไมเวลาคนมาปรึกษาเรา บทสนทนากลับจบลงแบบแปลก ๆ หลายคนเคยเจอสถานการณ์แบบนี้ เพื่อนมานั่งเล่าเรื่องปัญหาชีวิตให้ฟัง บางคนกำลังมีปัญหากับงาน บางคนกำลังมีปัญหาความสัมพันธ์ หรือบางคนกำลังสับสนกับการตัดสินใจในชีวิต เราตั้งใจฟังเขาอย่างดี และพยายามช่วยเต็มที่ จึงเริ่มให้คำแนะนำ เช่น
“ลองทำแบบนี้ดูไหม”
“ถ้าเป็นฉัน ฉันจะทำอีกแบบหนึ่ง”
“จริง ๆ เรื่องนี้แก้ไม่ยากนะ”
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่เหมือนที่เราคิด คนที่มาปรึกษาอาจเงียบลง เปลี่ยนเรื่อง หรือจบบทสนทนาอย่างรวดเร็ว บางครั้งเขาอาจไม่กลับมาปรึกษาเราอีกเลย หลายคนจึงเริ่มสงสัยว่า เราพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า ทั้งที่เราก็แค่พยายามช่วย
ความจริงคือ ปัญหานี้เกิดขึ้นบ่อยมาก และไม่ได้เกิดจากความตั้งใจไม่ดี แต่เกิดจาก ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้คน เพราะคนจำนวนมากเข้าใจว่า การช่วยคน คือการให้คำแนะนำ แต่ในความเป็นจริง การให้คำปรึกษาในเชิงจิตวิทยาไม่ใช่การบอกทางออกให้คนอื่นเสมอไป
มนุษย์ต้องการ “ความเข้าใจ” ก่อน “คำตอบ”
ในจิตวิทยาการให้คำปรึกษามีหลักการสำคัญข้อหนึ่งคือ มนุษย์ต้องการรู้สึกว่า “มีคนเข้าใจเขาจริง ๆ” ก่อนที่จะพร้อมรับคำแนะนำใด ๆ เมื่อคนกำลังเผชิญกับปัญหา สมองของเขามักเต็มไปด้วยความเครียด ความกังวล และความสับสน หากบทสนทนาเริ่มต้นด้วยการรีบเสนอทางออก เขาอาจรู้สึกว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้เข้าใจสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่จริง ๆ
สิ่งที่ผู้คนจำนวนมากต้องการในช่วงเวลานั้นคือ
พื้นที่ที่ปลอดภัยในการพูด
คนที่ตั้งใจฟังโดยไม่ตัดสิน
การรู้สึกว่าความรู้สึกของเขาถูกเข้าใจ
เมื่อความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว สมองจะค่อย ๆ ผ่อนคลาย และเขาจะเริ่มมองเห็นทางเลือกของตัวเองได้ชัดขึ้น นั่นคือเหตุผลที่นักจิตวิทยาและนักให้คำปรึกษาไม่ได้เริ่มต้นด้วยการให้คำแนะนำทันที แต่จะเริ่มจากการฟังและทำความเข้าใจประสบการณ์ของอีกฝ่ายก่อน
4 วิธีช่วยคนโดยไม่ต้องรีบให้คำแนะนำ
ฟังให้จบก่อนที่จะคิดคำตอบ
หลายครั้งเราฟังไปพร้อมกับคิดคำตอบไปด้วย แต่การฟังอย่างแท้จริงคือการตั้งใจฟังจนจบ โดยไม่รีบตัดสินหรือวิเคราะห์ทันที วิธีนี้ช่วยให้ผู้พูดรู้สึกว่าความคิดและความรู้สึกของเขามีพื้นที่ในการถูกรับฟัง
สะท้อนความรู้สึกของอีกฝ่าย
แทนที่จะรีบเสนอวิธีแก้ ลองสะท้อนสิ่งที่ได้ยิน เช่น
“ฟังดูเหมือนเรื่องนี้ทำให้คุณเครียดมากเลยนะ”
“เหมือนคุณกำลังรู้สึกสับสนกับทางเลือกนี้อยู่”
การสะท้อนแบบนี้ช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าเขาถูกเข้าใจ และมักทำให้เขาเปิดใจเล่าเรื่องต่อมากขึ้น
ใช้คำถามที่ช่วยให้เขาคิด
คำถามแบบเปิดช่วยให้ผู้พูดสำรวจความคิดของตัวเอง เช่น
“ตอนนี้สิ่งที่คุณกังวลที่สุดคืออะไร”
“ถ้าสถานการณ์นี้ดีขึ้น คุณอยากให้มันเปลี่ยนไปอย่างไร”
คำถามลักษณะนี้ไม่ได้บอกคำตอบ แต่ช่วยให้คนค้นหาคำตอบของตัวเอง
เข้าใจว่าบางครั้งคนไม่ได้ต้องการคำตอบทันที
บางสถานการณ์ คนเพียงต้องการใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ และรับฟังเขา การมีคนฟังอย่างจริงใจอาจช่วยให้เขารู้สึกเบาลง และพร้อมที่จะจัดการปัญหาด้วยตัวเอง
Case Study เมื่อคำแนะนำทำให้บทสนทนาหยุดลง
คุณซีเป็นหัวหน้าทีมที่ลูกทีมหลายคนมักมาปรึกษาเรื่องงาน วันหนึ่งลูกทีมคนหนึ่งเข้ามาคุยด้วยและเล่าว่าเขากำลังคิดจะลาออก เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่เหมาะกับงานนี้ คุณซีตั้งใจช่วยเต็มที่ จึงตอบทันทีว่า “อย่าเพิ่งลาออกเลย ลองทนอีกสักหน่อย เดี๋ยวก็ผ่านไป”
แต่หลังจากวันนั้น ลูกทีมคนนั้นกลับไม่มาคุยเรื่องนี้อีก ต่อมาคุณซีได้เรียนรู้เรื่องทักษะการฟังในเชิงจิตวิทยา และเริ่มเข้าใจว่า บางครั้งคนที่มาปรึกษาไม่ได้ต้องการคำตอบทันที เขาอาจต้องการพื้นที่ในการสำรวจความรู้สึกของตัวเองก่อน หากย้อนเวลากลับไปได้ บทสนทนาอาจเริ่มต้นแบบนี้
“ฟังดูเหมือนช่วงนี้คุณกำลังหนักใจกับงานมากเลยนะ”
“อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกว่าอาจจะไม่เหมาะกับที่นี่”
คำถามเหล่านี้ไม่ได้รีบตัดสิน แต่เปิดพื้นที่ให้ลูกทีมได้สำรวจความคิดของตัวเอง และช่วยให้บทสนทนาดำเนินต่อไปอย่างลึกซึ้งมากขึ้น
การช่วยคนไม่จำเป็นต้องมีคำตอบเสมอไป
หลายคนคิดว่าการช่วยเหลือผู้คนต้องมาพร้อมคำแนะนำที่ดี แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ผู้คนต้องการมากที่สุดในช่วงเวลาที่ยากลำบาก อาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องที่สุด แต่คือการมีใครสักคนที่รับฟังเขาอย่างจริงใจ
การฟังอย่างลึกซึ้ง การเข้าใจอารมณ์ และการตั้งคำถามที่เหมาะสม เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้บทสนทนาธรรมดา กลายเป็นบทสนทนาที่ช่วยให้คนมองเห็นทางออกของชีวิตตัวเอง และทักษะเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องของบุคลิกอย่างเดียว แต่เป็นทักษะทางจิตวิทยาที่สามารถเรียนรู้และฝึกฝนได้
ทักษะการฟังอย่างลึกซึ้ง การตั้งคำถาม และการเข้าใจอารมณ์ของผู้คน
เป็นหัวใจสำคัญของ จิตวิทยาการให้คำปรึกษา (Counseling Psychology) ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในการทำงาน การเป็นผู้นำ และความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน
ในหลักสูตรทักษะจิตวิทยาการให้คำปรึกษา จาก iSTRONG ผู้เรียนจะได้เรียนรู้และฝึกทักษะสำคัญ เช่น
โครงสร้าง 6 ขั้นตอน 7 ทักษะของการให้คำปรึกษา
การฟังอย่างลึกซึ้ง (Active Listening) เพื่อเข้าใจอารมณ์และมุมมองของผู้พูด
การสะท้อนความรู้สึกอย่างเหมาะสม เพื่อสร้างความไว้วางใจในบทสนทนา
เทคนิคการตั้งคำถามที่ช่วยให้ผู้คนค้นพบคำตอบของตัวเอง
การเข้าใจแรงจูงใจ ความต้องการ และความคาดหวังที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมของผู้คน
พร้อมการฝึกปฏิบัติผ่านกรณีศึกษาจริง เพื่อให้ทักษะเหล่านี้สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในงาน การเป็นผู้นำ และความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน
สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนาทักษะด้านการสื่อสาร การรับฟัง และความเข้าใจผู้คนในทีม ทาง iSTRONG ยังมีบริการ In-house Training เพื่อพัฒนาทักษะด้านจิตวิทยา ซึ่งสามารถออกแบบเนื้อหาและ Workshop ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กรได้
เพราะเราเชื่อว่าเมื่อองค์กรสร้างวัฒนธรรมให้คนในองค์กรเข้าใจตัวเอง เข้าใจผู้อื่น และมีทักษะในการสื่อสารที่ลึกขึ้น การทำงานร่วมกันก็จะเปลี่ยนจากความตึงเครียด ไปสู่ความร่วมมือที่สร้างคุณค่าให้กับทั้งคนและองค์กรได้มากขึ้น
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
