เหตุผลทางจิตวิทยาที่ควรออกจากความสัมพันธ์กับ Narcissist และเทคนิคในการออกจากความสัมพันธ์เป็นพิษ
- Chanthama Changsalak
- May 28
- 2 min read

เมื่อพูดถึงการมีความสัมพันธ์กับผู้ที่มีบุคลิกภาพแบบ Narcissist หรือบุคลิกภาพหลงตัวเองไม่ว่าจะเป็นในฐานะครอบครัว เพื่อน เพื่อนร่วมงาน ล้วนกลายเป็นความสัมพันธ์เป็นพิษ (Toxic relationship) เพราะผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์ได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมอันตรายและคุกคามของ Narcissist กันทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนรักของผู้ที่มีบุคลิกภาพแบบ Narcissist หรือบุคลิกภาพหลงตัวเองนั้นดูจะเป็นความสัมพันธ์เป็นพิษที่รุนแรงมากที่สุด จากงานวิจัยทางจิตวิทยา พบว่า คนรักของผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเอง หรือ Narcissist มีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ
เนื่องจากผู้ที่มีภาวะ Narcissist มีแนวโน้มที่จะกระทำความรุนแรงเชิงจิตวิทยา และเชิงสังคมกับคนรักของตน อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่า Narcissist จะยึดติดกับคนรักของตนอย่างมาก จนทำให้คนรักของ Narcissist รู้สึกอึดอัด ไม่มีพื้นที่ส่วนตัว รู้สึกไม่ปลอดภัยในความสัมพันธ์
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยทางจิตวิทยา พบว่า ภรรยาที่มีภาวะ Narcissist จะทำให้สามี หรือคู่สมรสมีความพึงพอใจในชีวิตแต่งานน้อยลง จนนำไปสู่การหย่าร้างในเวลาอันรวดเร็ว ในขณะที่หากสามี หรือฝ่ายชายมีบุคลิกภาพหลงตัวเอง จะควบคุมชีวิตอีกฝ่ายอย่างเข้มงวด มีการบังคับให้อีกฝ่ายสนใจตนเพียงคนเดียว มีการบิดเบือนความจริง (Gaslighting)
ส่งผลให้ฝ่ายหญิงเกิดความทุกข์ในใจ จนส่งผลให้คนรักของผู้ที่มีภาวะ Narcissist เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคทางจิตเวชสูง เช่น โรคซึมเศร้า (Depression) โรควิตกกังวล (Anxiety Disorder) โรคเครียด (Acute Stress Disorder) หรือกลายเป็นโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ (Post-Traumatic Stress Disorder: PTSD) ได้
จากผลกระทบดังกล่าว จึงทำให้คนที่เคยอยู่ในสถานะคนรักของผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเอง เจ็บปวดใจ จนเกิดความตระหนักได้ว่า คนที่ควรรักมากที่สุด คือ “ตัวเอง” จึงพยายามถอนตัว ถอนใจออกมาจากความสัมพันธ์เป็นพิษกับ Narcissist แต่จากข่าว หรือจากงานวิจัยทางจิตวิทยาเอง พบว่า การที่จะออกจากจากวงจรความสัมพันธ์กับ Narcissist เป็นเรื่องยากมากค่ะ
เพราะผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเอง มักจะการบิดเบือนความจริง (Gaslighting) มีการทุ่มเทให้กับความรักอย่างมากในช่วงเริ่มต้นความสัมพันธ์ (Love-bombing) มีการสร้างภาพฝันของชีวิตคู่ในอุดมคติ (Idealization) เมื่อมีคนตกหลุมรักคนเหล่านี้แล้ว ภาพฝันหวานจะกลายเป็นฝันร้าย เพราะ Narcissist จะค่อย ๆ บั่นทอนและลดคุณค่าของคนรักเขาลง
มีการควบคุมและจำกัดอิสรภาพของคนรัก เมื่อคนรักไม่สามารถทำตามความคาดหวังได้ ก็แสดงความโกรธออกมาอย่างน่ากลัว จนทำให้คนรักของผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเองสูญเสียตัวตน เชื่อว่าตนไม่มีคุณค่า แต่เมื่อคนที่รักจะเลิกรา ผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเองก็จะปรับพฤติกรรมเข้าวงจรเดิมค่ะ
คือ แสดงความรักอย่างรุนแรง >>> ทำให้ตกหลุมรัก >>> ลดทอนคุณค่า >>> ทำร้ายจิตใจ ส่งผลให้ผู้ที่หลงอยู่ในวงจรความสัมพันธ์เป็นพิษกับ Narcissist มีภาวะวิตกกังวล ซึมเศร้า หรืออาจเกิดปัญหาความไว้วางใจในความสัมพันธ์ได้
ถึงแม้ว่าการออกจากจากวงจรความสัมพันธ์กับผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเองจะเป็นเรื่องยาก แต่ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยา ก็แนะนำให้คนรักของ Narcissist พาตัวเองให้หลุดออกมาจากความสัมพันธ์เป็นพิษ นั้น เพื่อรักษาสุขภาพจิต และความภาคภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยมีเทคนิคจิตวิทยาในการออกจากจากวงจรความสัมพันธ์กับ Narcissist มาฝาก ดังนี้ค่ะ
ตัดการติดต่อ (No Contact)
เทคนิคแรกในการออกจากจากวงจรความสัมพันธ์กับ Narcissist ก็คือ การตัดการติดต่อสื่อสารอย่างสิ้นเชิง (No Contact) กับผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเองในทุกช่องทาง เว้นแต่ว่าในกรณีจำเป็น เช่น มีลูกที่ต้องดูแลร่วมกัน มีการจัดการการหย่าที่ยังไม่สมบูรณ์ ให้ใช้วิธี “จำกัดการติดต่อ” (Limited Contact) แทนได้ค่ะ การตัดการติดต่อสื่อสารกับ Narcissist จะช่วยให้เราถูกควบคุมน้อยลงค่ะ ผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเองจะไม่สามารถบิดเบือนความจริง (Gaslighting) กับเราได้อีก รวมถึงจะไม่สามารถเสริมแรงแบบเป็นระยะ ๆ (Intermittent Reinforcement) เพื่อไม่ให้เราหลงเข้าไปในวงจรความรัก ความเจ็บปวดได้อีก
ไม่สนใจ ไม่ตอบสนอง (Gray Rock Technique)
การทำตัว “ไม่สนใจ” หรือ “ไม่ตอบสนอง” ต่อพฤติกรรม หรือการปั่นหัวของที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเอง เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของ Narcissist น้อยลง เช่น ไม่ไปหาในเวลาที่เขาต้องการ รับโทรศัพท์บ้าง ไม่รับบ้าง อ่านไลน์แต่ไม่ตอบ พยายามรักษาระยะห่างให้มากขึ้น พยายามไม่เปิดเผยอารมณ์ ไม่แสดงปฏิกิริยาโต้ตอบต่อผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเอง การทำเป็นไม่สนใจ หรือตอบสนองต่อผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเองน้อยลงนั้น เป็นการค่อย ๆ ถอนความสัมพันธ์อย่างค่อยเป็นค่อยไป จน Narcissist ยอมรับได้เองว่าเราจบความสัมพันธ์กับเขาแล้ว
การกำหนดขอบเขตความสัมพันธ์ (Boundary Setting)
เทคนิคจิตวิทยาในการออกจากจากวงจรความสัมพันธ์กับ Narcissist เทคนิคต่อมา คือ การกำหนดขอบเขตความสัมพันธ์ (Boundary Setting) ที่ชัดเจน โดยจำกัดเวลาในการติดต่อกับผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเอง จำกัดวิธีในการติดต่อ จำกัดการติดต่อ และไม่สนใจ ไม่ตอบสนองต่อพฤติกรรมของที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเอง การกำหนดขอบเขตความสัมพันธ์เช่นนี้ จะเป็นการป้องกันการคุกคามจาก Narcissist ซึ่งโดยปกติแล้วมักจะมีพฤติกรรมไม่เคารพขอบเขตส่วนตัวของผู้อื่น
การเสริมสร้างความเมตตากรุณาต่อตนเอง (Self-compassion) และอัตลักษณ์แห่งตนเอง (Self-identity)
การมีความสัมพันธ์กับ Narcissist ส่งผลให้คนที่เผลอใจไปรัก Narcissist เห็นคุณค่าของตนเองน้อยลง รักตัวเองน้อยลง เพราะปล่อยให้ความรักเป็นพิษมาทำร้ายตัวเอง ดังนั้น หากเราต้องการที่จะออกจากจากวงจรความสัมพันธ์กับ Narcissist เราต้องกลับมาฟื้นฟูความภาคภูมิใจในตนเอง (Self-esteem) รวมถึงฝึกการมีเมตตาต่อตนเอง (Self-compassion) เพื่อกอบกู้ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองที่ถูกบั่นทอน และกลับมาสร้างและอัตลักษณ์แห่งตนเอง (Self-identity) ที่ชัดเจนอีกครั้ง
ใช้การสนับสนุนทางสังคม (Social Support) เสริมความแข็งแกร่งทางจิตใจ
ผู้ที่ตกอยู่ในวังวนความสัมพันธ์กับผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเอง มักจะเกิดความรู้สึกว่าตนเองต้องยึดติดกับคนรัก เพราะผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเองมักจะปั่นหัวจนทำให้คนรักเชื่อว่าทั้งโลกนี้มีแค่ “เธอกับฉัน” ดังนั้นการที่จะถอนตัวออกมาจากความสัมพันธ์ เราก็ต้องกลับมาเข้าสังคม กลับไปหาครอบครัวที่อบอุ่น กลุ่มเพื่อนที่หวังดี หรือไปเข้ากลุ่มสนับสนุนของผู้ที่มีประสบการณ์คล้ายกัน เพื่อเติมกำลังใจและเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางจิตใจให้ตัวเองอีกครั้ง
การออกจากความสัมพันธ์เป็นพิษกับ Narcissist ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้ที่มีบุคลิกภาพหลงตัวเองมักใช้การควบคุมทางอารมณ์ การปั่นหัว บิดเบือนความจริง บั่นทอนจิตใจ ลดทอนคุณค่า และการทำให้คนรักสับสน จนไม่กล้าเดินออกมาจากความสัมพันธ์ แต่ถ้าสามารถ “ก้าวออกมาได้” จากความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ โดยใช้ 5 เทคนิคจิตวิทยาในการออกจากจากวงจรความสัมพันธ์กับ Narcissist ที่ได้แนะนำไปข้างต้น ก็จะผลดีต่อสุขภาพจิตและคุณภาพชีวิตในระยะยาวค่ะ
การอยู่ในความสัมพันธ์กับ Narcissist ไม่ได้ทำให้เหนื่อยแค่เรื่องความรัก แต่ค่อย ๆ ทำให้เราสงสัยในคุณค่าของตัวเอง สูญเสียความมั่นใจ และหลงลืมไปว่าความสัมพันธ์ที่ดีควรทำให้เรารู้สึก “ปลอดภัย” ไม่ใช่ต้องคอยระวังหรือเจ็บปวดอยู่ตลอดเวลา และหลายครั้ง การเดินออกจากความสัมพันธ์ลักษณะนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องของความเข้มแข็งอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยทั้งความเข้าใจ การเยียวยา และพื้นที่ปลอดภัยทางใจในการค่อย ๆ ฟื้นตัว
หากคุณกำลังเผชิญความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยการควบคุม การบั่นทอนจิตใจ หรือความสับสนทางอารมณ์ iSTRONG มีบริการดูแลสุขภาพใจคู่รักและความสัมพันธ์ (Couples & Relationship Counseling) โดยนักจิตวิทยาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้คุณได้สำรวจความสัมพันธ์ เข้าใจรูปแบบทางอารมณ์ และค่อย ๆ กลับมาสร้างความมั่นคงทางใจให้ตัวเองอีกครั้ง
เพราะความรักที่ดี ไม่ควรทำให้คุณต้องสูญเสียตัวตนของตัวเองเพื่อแลกกับการถูกรัก 💜
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความแนะนำ
อ้างอิง
Day, N. J. S., Townsend, M. L., & Grenyer, B. F. S. (2020).
Living with pathological narcissism: A qualitative study.
Borderline Personality Disorder and Emotion Dysregulation, 7(1), 19.
Neff, K. D. (2003).
Self-compassion: An alternative conceptualization of a healthy attitude toward oneself.
Self and Identity, 2(2), 85–101.
Oliver, E., Coates, A., Bennett, J. M., & Willis, M. L. (2024).
Narcissism and intimate partner violence: A systematic review and meta-analysis.
Trauma, Violence, & Abuse. Advance online publication.
Watts, A. L., Salekin, R. T., Harrison, N., Clark, A., Waldman, I. D., Vitacco, M. J., & Lilienfeld, S. O. (2016).
Psychopathy: Relations with three conceptions of intelligence.
Personality Disorders: Theory, Research, and Treatment, 7(3), 269–279.
ประวัติผู้เขียน
จันทมา ช่างสลัก บัณฑิตจิตวิทยาคลินิกจากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตจาก NIDA ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูก 1 ผู้เป็นทาสแมว ที่มุ่งมั่นจะพัฒนาการเขียนบทความจิตวิทยาให้โดนใจผู้อ่าน และสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกบนโลกใบนี้
