ความรักไม่เท่ากับการอ่านใจ จัดการกับความคาดหวังที่ไม่ตรงกันในคู่รัก
- นิลุบล สุขวณิช
- Jan 15
- 2 min read

ปัญหายอดฮิตที่มักจะเกิดขึ้นในหลายคู่ก็คือปัญหาที่มาจากความเชื่อที่ก่อขึ้นมาโดยต่างฝ่ายต่างไม่รู้ตัว โดยเฉพาะคู่ที่คบกันเป็นเวลานานก็คือความเชื่อว่า “เธอควรจะรู้ว่าฉันต้องการอะไรโดยที่ไม่ต้องรอให้ฉันบอกเธอ”
แต่ในความเป็นจริงนั้น ต่อให้คบกันมานานแค่ไหนมันก็เป็นไปได้ยากที่จะรู้ใจหรืออ่านใจคนรักได้ถูกต้องทุกครั้ง ยิ่งบางคนที่มีลักษณะแบบแสดงออกไม่ตรงกับสิ่งที่คิดหรือต้องการมันก็จะยิ่งทำให้ยากเข้าไปใหญ่ ความคาดหวังว่าจะให้คนรักรู้ใจเหมือนว่าอีกฝ่ายมีพลังพิเศษในการอ่านใจคนรักได้ มันจึงเป็นความคาดหวังที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงเลย
โดยความคาดหวังแบบนี้อาจจะมีที่มาจากการมีนิยามความรักที่ไม่สมจริง เช่น มีแฟนแล้วจะต้องไม่เหงา แฟนควรจะเป็นคนที่เข้ามาช่วยเติมเต็มชีวิต ความรักที่ดีแปลว่าจะต้องไม่มีความขัดแย้งกันเลย การมีมุมมองเช่นนั้นมักจะทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวังคับข้องใจและมันมักจะนำไปสู่ความขัดแย้งที่ในหลายคู่ถึงกับต้องเลิกรากันไปเพราะมีความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน
ทั้งนี้ เมื่อพูดถึงความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน ผู้เขียนก็อดนึกถึงเรื่อง “ภาษารัก” ไม่ได้ เพราะหลาย ๆ ครั้งคู่รักก็ผิดใจกันเพราะมีภาษารักที่ไม่ตรงกัน โดยคำว่า “ภาษารัก” มาจากแนวคิดของ Dr. Gary Chapman ซึ่งมีด้วยกันอยู่ 5 แบบ ได้แก่
ภาษารักผ่านถ้อยคำ เช่น บอกรัก เขียนการ์ดบรรยายความรักความรู้สึก
ภาษารักผ่านการใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน เช่น หากิจกรรมที่ทำร่วมกันได้ พูดคุยกัน อยู่ด้วยกัน
ภาษารักผ่านการสัมผัส เช่น กอด หอม รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์กัน
ภาษารักผ่านการปรนนิบัติ เช่น คอยสังเกตใส่ใจความรู้สึก ช่วยแบ่งเบาภาระ ช่วยทำให้คนรักมีชีวิตที่สะดวกสบายมากขึ้น
ภาษารักผ่านสิ่งของ เช่น ซื้อของขวัญให้คนรักในวันครบรอบแต่งงาน
ทั้งนี้ ภาษารักของแต่ละคนก็จะมีความแตกต่างกันไป ซึ่งหากคนที่มาเป็นคู่รักกันไม่เข้าใจภาษารักของตัวเองและอีกฝ่ายมันก็สามารถทำให้ความรักมีปัญหาได้ เพราะเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้แสดงออกอย่างที่ตนคาดหวังก็จะทำให้เกิดความรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่รัก เช่น ภาษารักของภรรยาคือการสวมกอด ส่วนของสามีคือการให้ของขวัญ แม้ว่าสามีจะซื้อของขวัญให้บ่อย ๆ
แต่ไม่เคยสวมกอดภรรยาเลย ภรรยาก็อาจจะเกิดความรู้สึกผิดหวังคับข้องใจขึ้นมาได้ และมันก็จะยิ่งมีปัญหามากขึ้นหากต่างฝ่ายต่างไม่เคยสื่อสารความต้องการของตัวเองออกไปเพราะคาดหวังว่าอีกฝ่ายควรจะอ่านใจได้โดยที่ไม่ต้องให้บอก
แต่ความรักไม่เท่ากับการอ่านใจ ดังนั้น การจัดการกับความคาดหวังที่ไม่ตรงกันในคู่รักจึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญโดยมีวิธีที่แนะนำดังต่อไปนี้
สื่อสารกันอย่างเปิดใจ ตรงไปตรงมา โดยทำด้วยกันทั้งสองฝ่าย
การสื่อสารความคาดหวังของตัวเองที่มีต่อคนรักเป็นสิ่งที่สำคัญ แต่ทั้งสองฝ่ายก็จำเป็นที่จะต้องใช้การฟังอย่างตั้งใจ (Active listening) ระหว่างที่อีกฝ่ายสื่อสารความต้องการของตัวเองออกมา โดยมีเป้าหมายให้เป็นแบบพบกันครึ่งทาง การที่ทั้งสองฝ่ายสื่อสารกันอย่างเปิดใจตรงไปตรงมาจะช่วยลดความเข้าใจผิดและความคาดหวังที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงลงได้
อยู่กับความเป็นจริงและมีความยืดหยุ่น
ทำความเข้าใจความเป็นจริงว่าไม่มีใครบนโลกนี้ที่จะเป็นคนรักที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้นมันก็จะต้องมีบ้างที่คนรักของคุณจะทำให้คุณรู้สึกผิดหวัง การปรับตัวให้ยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นรวมถึงการปรับเปลี่ยนความคาดหวังของตัวเองจึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นต่อการรักษาความสัมพันธ์
ฝึกทักษะการทบทวนตนเองและการตระหนักรู้ในตนเอง
ฝึกให้ตัวเองได้มีเวลาไว้สำหรับทบทวนความรู้สึก ความคิด และพฤติกรรมของตนเอง รวมถึงฝึกตระหนักรู้ความต้องการของตัวเองเพื่อที่จะได้ระบุออกมาได้ว่าตัวเองมีความต้องการอะไร รวมถึงเพื่อให้สามารถทบทวนตัวเองได้ว่าความคาดหวังของตนเองมันตั้งอยู่บนหลักความเป็นจริงหรือมันยุติธรรมต่อทั้งสองฝ่ายไหม
ซึ่งการมีทักษะเหล่านี้จะช่วยให้ความสัมพันธ์เป็นไปในทางที่สนับสนุนกันในทางบวกทั้งด้านอารมณ์ จิตใจ และร่างกาย (healthy relationship)
นอกเหนือจาก 3 วิธีที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว การวางขอบเขตก็มีความสำคัญเช่นกัน นึกถึงประโยคหนึ่งของ คาลิล ยิบราน (Kahlil Gibran) ที่กล่าวว่า “จงยืนอยู่ด้วยกัน แต่ว่าอย่าใกล้กันนัก เพราะว่าเสาของวิหารนั้นก็ยืนอยู่ห่างกัน และต้นโพธิ์ ต้นไทร ก็ไม่อาจเติบโตใต้ร่มเงาของกันและกันได้”
คู่รักหลายคู่มีปัญหารักร้าวเพราะมีมุมมองต่อความรักว่าคนรักกันจะต้องตัวติดกันหรือเป็นหนึ่งเดียวกันตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงนั้น แม้จะเป็นคู่รักกันก็ยังคงจำเป็นที่จะต้องมีพื้นที่ส่วนตัวอยู่บ้าง โดยวิธีการวางขอบเขตในความสัมพันธ์มีดังนี้
ทบทวนความต้องการของตัวเอง
เลือกวิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เช่น
- เลือกช่วงเวลาและสถานที่ที่มีความเหมาะสมในการพูดคุยกัน
- ใช้การสื่อสารแบบ “I” statements ตัวอย่างเช่น “ฉันรู้สึกว่า...” แทนที่จะบอกว่า “คุณทำให้ฉันรู้สึก...” เพื่อป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตนเองกำลังถูกกล่าวโทษ
- พูดกันอย่างเปิดเผยแต่เลือกใช้คำที่สุภาพและแสดงถึงการให้เกียรติกัน
ตั้งและรักษาขอบเขตส่วนตัวในความสัมพันธ์อย่างชัดเจนและต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความเข้าใจและความเคารพพื้นที่ส่วนตัวของกันและกัน
หมั่นเช็คกันและกัน รวมถึงปรับจูนทำความเข้าใจกันบ่อย ๆ
ใจดีกับตัวเอง เนื่องจากการวางขอบเขตในความสัมพันธ์ไม่ใช่เรื่องง่ายและมันเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยการฝึกฝน ดังนั้น หากลองทำแล้วมันไม่สำเร็จก็เริ่มต้นใหม่ได้
นอกจากนั้น การวางขอบเขตในความสัมพันธ์อาจจะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากจนดูเหมือนเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับบางคน โดยอาจจะมาจากการที่ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นยังไง มีปัญหาในการรักษาความต่อเนื่องในการวางขอบเขต ไม่แน่ใจว่าการวางขอบเขตมันมีความจำเป็นต่อคู่ของตนเองไหม มีบาดแผลทางใจหรือประสบการณ์เจ็บปวดในอดีตที่ส่งผลให้มีปัญหาความรักความสัมพันธ์
เพราะความรักที่ดี ไม่ได้เกิดจากการรู้ใจ แต่เกิดจากการเรียนรู้และเข้าใจกันอย่างต่อเนื่อง
ความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน การสื่อสารที่คลาดเคลื่อนหรือการวางขอบเขตที่ทำได้ยากไม่ได้แปลว่าความรักของคุณล้มเหลว แต่มักสะท้อนว่าความสัมพันธ์กำลังต้องการความเข้าใจในระดับที่ลึกขึ้นกว่าเดิม
สำหรับคู่รักบางคู่ ต่อให้พยายามสื่อสาร เปิดใจ และปรับตัวแล้วแต่ก็ยังรู้สึกวนอยู่กับปัญหาเดิม ๆ ไม่แน่ใจว่าควรเริ่มตรงไหนหรือมีบาดแผลทางใจจากประสบการณ์ในอดีตที่ทำให้การรักและการไว้ใจกันเป็นเรื่องยากโดยไม่รู้ตัว
การได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเช่น นักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์อาจช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมองเห็นรูปแบบความสัมพันธ์ของตัวเองชัดขึ้นเข้าใจความต้องการ ความกลัว และภาษารักของกันและกันรวมถึงช่วยสร้างวิธีการสื่อสารและวางขอบเขตที่เหมาะสมกับความเป็นจริงของคู่คุณ
การขอคำปรึกษาไม่ใช่สัญญาณว่าความรักไปต่อไม่ได้ แต่เป็นการดูแลความสัมพันธ์อย่างรับผิดชอบเพื่อให้ความรักเติบโตไปในทิศทางที่ปลอดภัยและยั่งยืน หากคุณและคนรักกำลังเผชิญความสับสน ความอึดอัดใจหรืออยากเข้าใจความสัมพันธ์ของตัวเองให้ลึกขึ้นเรามีบริการให้คำปรึกษาสำหรับคู่รักโดยนักจิตวิทยาและจิตแพทย์ที่พร้อมรับฟังและช่วยคุณทั้งสองคนไปหาทางออกด้วยกันอย่างเข้าใจ
iSTRONG Mental Health
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร
บริการของเรา
บุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5
คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U
องค์กร
บริการดูแลสุขภาพใจพนักงาน : https://cutt.ly/KtkKwjXg
ติดต่อ
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความที่เกี่ยวข้อง
อ้างอิง:
Mark Travers (2023).
Signs That a Partner Has Unrealistic Ideas About Love.
Olivia Guy-Evans (2024).
The 5 Love Languages: How to Receive and Express Love.
Two Chairs Content Team (2024) The Ultimate Guide to Setting Boundaries in a Relationship. https://www.twochairs.com/blog/setting-boundaries-in-a-relationship
ประวัติผู้เขียน
นิลุบล สุขวณิช (เฟิร์น) เคยมีประสบการณ์ทำงานเป็นนักจิตวิทยาการปรึกษาในมหาวิทยาลัยและเป็นวิทยากรเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพจิต/การพัฒนาตนเองให้แก่นักศึกษาเป็นเวลา 11 ปี ปัจจุบันเป็นนักเขียนบทความให้กับ ISTRONG และเป็นทาสแมวคนหนึ่ง
Nilubon Sukawanich (Fern) have had experience working as a counseling psychologist at a university and as a speaker on mental health issues and self-development for students for 11 years. Currently, I am a writer for ISTRONG and a cat slave.
