ข้อสังเกตจิตวิทยา ในการทำนายความสัมพันธ์ว่าจะ “รักต่อ” หรือ “พอแค่นี้”
- Chanthama Changsalak
- 4 days ago
- 2 min read

เมื่อความสัมพันธ์เชิงโรแมนติก แต่ขาดความชัดเจน เดินทางมาถึงจุดที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตั้งคำถามว่า “ควรไปต่อ” หรือ “พอแค่นี้” เพราะหลายคู่ไม่สามารถทำนายความสัมพันธ์ได้ เนื่องจากมีความสัมพันธ์แบบ “ไม่เลิกรัก แต่กั๊กจังเลยตัวเอง”
เช่น ปากบอกพี่น้อง แต่ไปรับไปส่ง ไปหา ทานข้าวด้วยทุกวัน หลายคู่ก็อยากจะข้าม Friendzone แต่ก็กลัวจะเสียเพื่อนแล้วไม่ได้แฟน หลายคู่เจอกันในแอปหาคู่ แต่ก็ไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ หรือหลายคู่รัก รัก ๆ เลิก ๆ จนตัดสินใจในความสัมพันธ์ไม่ได้ บทความนี้จิตวิทยามีคำตอบค่ะ
ในทางจิตวิทยา ความสงสัยในความสัมพันธ์ว่าจะ “รักต่อ” หรือ “พอแค่นี้” มักถูกอธิบายด้วยแนวคิดจิตวิทยา “ความไม่แน่ใจในความสัมพันธ์” (Relationship Uncertainty) และ “ทฤษฎีการลงทุนในความสัมพันธ์” (Investment Model of Commitment) โดยแนวคิดความไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ (Relationship Uncertainty) ของ Knobloch และ Solomon ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาชื่อดัง ได้อธิบายไว้ว่า
ความไม่แน่ใจในความสัมพันธ์เกิดจากการไม่มั่นใจเกี่ยวกับตนเอง (Self-uncertainty) ความไม่มั่นใจในคู่รัก (Partner uncertainty) และความไม่มั่นใจในความสัมพันธ์ (Relationship uncertainty) ซึ่งความไม่แน่ใจนี้อาจทำให้บุคคลไม่สามารถทำนายความสัมพันธ์ได้ จึงเกิดความลังเลว่าจะดำเนินความสัมพันธ์ต่อหรือพอแค่นี้ดี
ทางด้านทฤษฎีการลงทุนในความสัมพันธ์ (Investment Model of Commitment) เป็นทฤษฎีจิตวิทยาของ Rusbult อธิบายว่า การตัดสินใจอยู่ต่อหรือยุติความสัมพันธ์ขึ้นกับความพึงพอใจ (Satisfaction) ระดับความสุขและการเติมเต็มที่ได้รับคุณค่าทางเลือก (Quality of Alternatives)
การมองเห็นทางเลือกอื่นที่ดีกว่าการลงทุนในความสัมพันธ์ (Investment) กล่าวคือ หากบุคคลประเมินว่าสิ่งที่ได้ลงแรง ลงเวลา หรือเสียสละไปแล้วในความสัมพันธ์ แต่ไม่สามารถสร้างความพึงพอใจ หรือมีความพึงพอใจในความสัมพันธ์ที่ลดลง แล้วเห็นว่ามีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า บุคคลก็มีแนวโน้มตัดสินใจ “พอแค่นี้”
บทความจิตวิทยานี้ จึงได้รวบรวมข้อสังเกตจิตวิทยา ในการทำนายความสัมพันธ์ว่าจะ “รักต่อ” หรือ “พอแค่นี้” มาฝากกันเพื่อประกอบการตัดสินใจในความสัมพันธ์ ดังนี้ค่ะ
ระดับความพึงพอใจ (Relationship Satisfaction)
หากคุณอยู่ในความสัมพันธ์ใด ๆ แล้วรู้สึกว่าใจเป็นสุข และรู้สึกว่าความสัมพันธ์นั้นตอบสนองความต้องการทางอารมณ์และจิตใจ ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาแนะนำว่า คุณควร “ไปต่อ” ในความสัมพันธ์ ในทางตรงกันข้าม หากคุณอึดอัดในความสัมพันธ์ รู้สึกว่าความสัมพันธ์ไม่สามารถตอบสนองความพึงพอใจอย่างที่คุณต้องการ หรือยิ่งคบกันไปยิ่งหงุดหงิด ยิ่งมีความคิดลบ อารมณ์ขุ่นมัว ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาก็ได้แนะนำว่า “พอแค่นี้” ดีกว่าค่ะ เพราะสามารถทำนายความสัมพันธ์ได้ว่า ยิ่งคบจะยิ่งแย่
การสื่อสารและการจัดการความขัดแย้ง (Communication & Conflict Management)
ความสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนไปด้วยการสื่อสารเชิงบวก เมื่อมีผู้พูด อีกฝ่ายก็ฟังอย่างตั้งใจ และเมื่อเกิดปัญหา คู่รัก หรือผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์ก็ร่วมกันแก้ไขปัญหาโดยไม่โจมตีว่าเป็นความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง สามารถทำนายความสัมพันธ์ได้ว่า
ความสัมพันธ์เชิงบวกเช่นนี้มีแนวโน้มเติบโตและยั่งยืนค่ะ แต่ถ้าความสัมพันธ์ใดเต็มไปด้วยการสื่อสารเชิงลบ เช่น วิจารณ์อีกฝ่ายเสีย ๆ หาย ๆ ดูหมิ่น ด้อยค่า ไม่รับฟังกันและกัน หรือมีกำแพงใจต่อกันสูง หากคุณอยู่ในความสัมพันธ์เช่นนี้ “การพอแค่นี้” น่าจะดีต่อสุขภาพจิตในระยะยาวมากกว่า
ความผูกพันและการลงทุนในความสัมพันธ์ (Commitment & Investment)
หากคนรัก หรือผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์มีความผูกพันต่อกันสูงและมีการลงทุนด้วยแรงกาย แรงใจ เวลา และทรัพยากร และความสัมพันธ์นั้นก็ตอบสนองต่อความพึงพอใจ สามารถทำนายความสัมพันธ์ได้ว่า มีแนวโน้มที่จะพัฒนาได้อย่างแน่นอน และงานวิจัยทางจิตวิทยายังพบว่า ในคู่รัก หรือในความสัมพันธ์ที่มีการลงทุนสูง คือ ทุ่มเวลา ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ ทุ่มเงินทองไปมากแล้ว แม้ในระยะยาวความพึงพอใจในคู่รักจะลดลง แต่ความสัมพันธ์มีแนวโน้มสูงที่จะดำเนินต่อไป เพราะได้ลงทุนไปมากแล้วนั่นเอง แต่ในคู่รัก หรือในความสัมพันธ์ที่มีการลงทุนน้อย ความผูกพันก็จะน้อยตามไปด้วย เพราะต่างฝ่ายต่างรู้สึกว่าไม่ได้รับความใส่ใจมากเท่าที่ควร จึงมีแนวโน้มที่ความสัมพันธ์จะไม่ได้ไปต่อสูง
คุณค่าของทางเลือกอื่น (Quality of Alternatives)
ทฤษฎีการลงทุนในความสัมพันธ์ (Investment Model of Commitment) อธิบายว่า หากบุคคลประเมินว่าความสัมพันธ์ไม่สามารถสร้างความพึงพอใจ หรือมีความพึงพอใจลดลง แล้วเห็นว่ามีทางเลือกอื่นที่ดีกว่า เช่น เป็นโสดแล้วมีความสุขกว่า อยู่คนเดียวแล้วเลี้ยงแมวดีกว่า หรือมีคนใหม่เข้ามาในชีวิตที่ทำให้มีความสุขมากกกว่า ก็มีแนวโน้มสูงที่จะยุติความสัมพันธ์ แต่ถ้าคนรัก หรือผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์ยังคงประเมินแล้วเห็นว่าคนที่ตัวเองมีใจมีคุณค่า และยังสามารถสร้างความสุข ความพึงพอใจ ความสัมพันธ์ก็ยังคงดำเนินต่อไปได้
ความไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ (Relationship Uncertainty)
ความสัมพันธ์ที่กั๊ก ๆ จะไปต่อก็ไม่สุด แต่ก็ยังขยันมาหยอด มาจีบ มาทำให้ใจเต้นแรง แต่ก็ไม่ได้พัฒนาความสัมพันธ์ให้เป็นคนรักแบบเต็มขั้น ก็จะทำให้ผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์ลักลั่นนี้เกิดความไม่มั่นใจในความรู้สึกของตนเอง ไม่มั่นใจในอนาคตของความสัมพันธ์ ซึ่งมีแนวโน้มสูงว่า จะทำให้ความสัมพันธ์ยุติลง แต่สำหรับความสัมพันธ์ที่จริงใจ รัก็แสดงออกว่ารัก ห่วงใยก็ใส่เต็มร้อย จะสร้างความมั่นใจในความสัมพันธ์ และสามารถทำนายความสัมพันธ์ได้ว่า มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อย่างแน่นอน
ปัจจัยภายนอกและแรงกดดันทางสังคม (External & Social Factors)
ในความสัมพันธ์เชิงโรแมนติก หรือในการที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ไปสู่คนรักกัน นอกจากจะเป็นเรื่องของคนสองคนแล้ว ยังเป็นเรื่องของครอบครัว กลุ่มเพื่อน สังคม และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังที่เราได้เห็นในซีรีบ่อย ๆ ว่า พระเอก นางเอก ที่มีฐานะแตกต่างกัน สังคมแตกต่างกัน มักจะไปกันไม่รอด นั่นก็เพราะในทุกความสัมพันธ์ต้องอาศัยปัจจัยทั้งภายใน คือ ผู้ที่อยู่ในความสัมพันธ์เอง และปัจจัยภายนอก เช่น ครอบครัว เพื่อน หรือสังคม ช่วยพัฒนาให้ความสัมพันธ์ยั่งยืนนั่นเองค่ะ
การที่เราสามารถทำนายความสัมพันธ์ว่าจะ “รักต่อ” หรือ “พอแค่นี้” มีประโยชน์ในการช่วยให้เราเกิดความตระหนักในความสัมพันธ์และเข้าใจตนเองมากขึ้นว่าเรามีความสุขกับความสัมพันธ์หรือไม่ อีกทั้งยังสามารถป้องกันปัญหาความสัมพันธ์ล่วงหน้าจากสัญญาณเตือนต่าง ๆ (Warning signs) เช่น การสื่อสารเชิงลบ หรือความไม่แน่ใจในความสัมพันธ์ ก็สามารถใช้เป็นแนวทางในการตัดสินใจในความสัมพันธ์อย่างมีเหตุผล เพื่อแก้ไขปัญหา หรือพัฒนาความสัมพันธ์ไปในทางที่เหมาะสมต่อไปในอนาคตค่ะ
เมื่อความสัมพันธ์อยู่ในจุดที่ “ไม่ชัดเจน” หลายครั้งสิ่งที่ทำให้ตัดสินใจไม่ได้ไม่ใช่เพราะเรารักหรือไม่รัก แต่เป็นเพราะเรายัง “ไม่เข้าใจความต้องการของตัวเองและอีกฝ่ายอย่างแท้จริง” การมีพื้นที่ปลอดภัยในการพูดคุยจึงช่วยให้ความรู้สึกที่สับสนค่อย ๆ ชัดขึ้น
บริการปรึกษาเรื่องคู่รัก ความสัมพันธ์ (Couple Counseling) ของ iSTRONG อาจช่วยให้คุณได้สำรวจความรู้สึก ความคาดหวัง และรูปแบบความสัมพันธ์เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างชัดเจนว่าจะ “ไปต่อ” หรือ “พอแค่นี้” ในแบบที่ไม่ทิ้งรอยแผลไว้กับตัวเอง เพราะบางครั้งคำตอบของความสัมพันธ์ไม่ได้อยู่ที่อีกฝ่าย แต่อยู่ที่ “ความชัดเจนในใจของเราเอง”
iSTRONG Mental Health
ผู้ดูแลสุขภาพใจให้กับบุคคล ครอบครัว และองค์กร
บริการของเรา
สำหรับบุคคลทั่วไป
บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : http://bit.ly/3lmThUa
คอร์สฝึกอบรมทักษะด้านจิตวิทยา : http://bit.ly/3RQfQwS
สำหรับองค์กร
EAP โปรแกรมสำหรับองค์กร : http://bit.ly/3RLI8Z8
โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong
บทความแนะนำ
อ้างอิง
Gottman, J. M., & Levenson, R. W. (1992).
Marital processes predictive of later dissolution: Behavior, physiology, and health.
Journal of Personality and Social Psychology, 63(2), 221–233.
Knobloch, L. K., & Solomon, D. H. (1999).
Measuring the sources and content of relational uncertainty.
Communication Studies, 50(4), 261–278.
Rusbult, C. E. (1980).
Commitment and satisfaction in romantic associations: A test of the investment model.
Journal of Experimental Social Psychology, 16(2), 172–186.
ประวัติผู้เขียน
จันทมา ช่างสลัก บัณฑิตจิตวิทยาคลินิกจากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตจาก NIDA ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูก 1 ผู้เป็นทาสแมว ที่มุ่งมั่นจะพัฒนาการเขียนบทความจิตวิทยาให้โดนใจผู้อ่าน และสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกบนโลกใบนี้
