top of page

ความรักยังอยู่ แต่ทำไมความตื่นเต้นหายไป? เคล็ดลับในการจุดประกายความสัมพันธ์อีกครั้ง


iSTRONG ความรักยังอยู่ แต่ทำไมความตื่นเต้นหายไป? เคล็ดลับในการจุดประกายความสัมพันธ์อีกครั้ง

มีคนเคยเปรียบเปรยเอาไว้ว่า ความรักที่ดีจะเป็นเหมือนไวน์องุ่นเกรดพรีเมี่ยม ที่ยิ่งนานยิ่งดี ยิ่งมีคุณค่า แต่คู่รักส่วนใหญ่กลับพบว่าความสัมพันธ์ยิ่งนานยิ่งหมดอายุ ดังนั้นการจุดประกายความสัมพันธ์อีกครั้งจึงมีความสำคัญเพื่อบ่มเพาะความสัมพันธ์ให้กลายเป็นไวน์องุ่นรสเลิศ แทนการกลายเป็นน้ำองุ่นรสเปรี้ยวที่มีวันหมดอายุ


เมื่อมาพิจารณาข้อมูลเชิงสถิติ พบว่า อัตราการหย่าร้างโดยเฉลี่ยทั่วโลกเมื่อปี 2022 มีอัตราอยู่ที่ประมาณ 1.6 ต่อประชากร 1,000 คน อีกทั้งยังพบว่า ผู้ที่แต่งงานครั้งแรกในช่วงอายุ 15 – 44 ปี มีแนวโน้มจะหย่าร้างภายใน 10 ปี สูงถึง 36% เลยทีเดียว โดยคู่หย่าร้างทั่วโลกมีระยะเวลาเฉลี่ยของชีวิตการแต่งงานอยู่ที่ 8 ปีเท่านั้น


และเมื่อศึกษาถึงสาเหตุการหย่าร้าง พบว่า คู่หย่าร้างโดยส่วนใหญ่มีสาเหตุการหย่าร้างมาจากการหมด Passion ในความสัมพันธ์ เกิดความรู้สึกเบื่อหน่ายคู่รัก รู้สึกว่าความรักไม่ตื่นเต้นอีกต่อไป ด้วยเหตุนี้นักจิตวิทยาครอบครัวจึงหันมาให้ความสำคัญกับการจุดประกายความสัมพันธ์อีกครั้ง เพื่อให้ความสัมพันธ์สดใสและยืนยาว


ตามทฤษฎีจิตวิทยาความต้องการของ Maslow (Maslow's Hierarchy of Needs) ได้อธิบายความสำคัญของการจุดประกายความสัมพันธ์อีกครั้งเอาไว้ว่า ความรักและการเป็นที่ยอมรับ (Love and belonging) ถือว่าเป็นความต้องการในระดับที่ 3 ของมนุษย์ (จากทั้งหมด 5 ระดับ) เนื่องจากคนเราต้องการความใกล้ชิด ความรัก และการเชื่อมโยงกับผู้อื่น


ดังนั้น เมื่อความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอน คนเราจะยังคงพยายามเติมเต็มความต้องการด้านนี้ก่อนจะไปสู่การตัดสินใจหย่าร้าง ซึ่งถือเป็น “การสูญเสียความรัก” ดังนั้นการจุดประกายความสัมพันธ์อีกครั้ง เช่น การสื่อสารใหม่ การใช้เวลาร่วมกัน การให้อภัย หรือการบำบัดคู่ (Couples therapy) ต่างก็เป็นเทคนิคจิตวิทยาที่ช่วยให้คู่รักกลับมาเติมเต็มความรักและการเป็นที่ยอมรับ และอาจหลีกเลี่ยงการหย่าร้างได้


ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญทางจิตวิทยาได้แนะนำ 4 เคล็ดลับในการจุดประกายความสัมพันธ์อีกครั้ง เพื่อให้ความรักมั่นคงและแข็งแรงเอาไว้ดังนี้ค่ะ


  1. สร้าง “ความแปลกใหม่” ในชีวิตคู่

    เนื่องจาก “ความเบื่อ” เป็นตัวการที่ทำลายคุณภาพความสัมพันธ์ของคู่รัก ดังนั้นการสร้าง “ความแปลกใหม่ และความเร้าใจ” จึงเป็นการจุดประกายความสัมพันธ์อีกครั้ง ผ่านการกระตุ้นระบบรางวัลในสมอง (Dopaminergic system) ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้น และโหยหาคนรักคล้ายกับช่วงตกหลุมรักกันใหม่ ๆ เนื่องจากกิจกรรมแปลกใหม่ที่ท้าทายเมื่อคนรักทำร่วมกัน จะช่วยฟื้นฟูอารมณ์เชิงบวกในความสัมพันธ์ และสร้างความรู้สึก “ตื่นเต้น”  เนื่องจากร่างกายหลั่งสารโดพามีน (Dopamine) ซึ่งมีผลต่อความสุข ความตื่นเต้น และแรงจูงใจ จึงส่งผลให้เกิดกระบวนการทางจิตวิทยาที่เรียกว่า Misattribution of arousal คือ การที่สมองตีความความตื่นเต้นจากกิจกรรมว่าเกิดจากความรู้สึกที่มีต่อคู่รักนั่นเอง


  2. ส่งพลังงานบวกให้กันและกัน

    พลังงานบวกในที่นี้ ไม่ได้หมายความรวมถึงพลังงานบวกเชิงลบแต่อย่างใด แต่หมายถึงพลังงานบวกที่ทำให้คู่รักใจฟู และรู้สึกดีต่อกัน โดย B. F. Skinner บิดาแห่งทฤษฎีจิตวิทยาการปรับพฤติกรรม กล่าวไว้ว่า พฤติกรรมที่ได้รับ “การเสริมแรงทางบวก” (Positive reinforcement) เช่น การได้รับคำชม การแสดงความรัก หรือท่าทีอ่อนโยน จะมีแนวโน้มเกิดซ้ำ


    ดังนั้นเมื่อเราส่งพลังงานบวกให้คู่รัก เช่น การพูดว่า “ขอบคุณนะที่ช่วยฉันวันนี้” ย่อมส่งผลให้พฤติกรรมดี ๆ ของอีกฝ่ายจะถูกรับรู้และ “ย้ำว่าเขามีค่า” ทำให้เกิดการจุดประกายความสัมพันธ์อีกครั้ง เกิดความอบอุ่นใจ มีความใส่ใจ และมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากขึ้น


  3. พูดคุยอย่างเปิดใจ

    Sue Johnson ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาความสัมพันธ์ เสนอว่า “การพูดคุยอย่างเปิดใจ” จะเป็นการสร้างช่วงเวลาทางอารมณ์ใหม่ ๆ ที่สามารถช่วยจุดประกายความสัมพันธ์อีกครั้ง เนื่องจากความใกล้ชิดของคู่รัก เป็นผลมาจากการเปิดใจให้แก่กัน เช่น การเปิดใจพูดถึงความเจ็บปวดหรือความต้องการที่ไม่เคยพูดมาก่อน การตอบสนองต่อกันด้วยความเข้าใจ การทำให้อีกฝ่ายเกิดความรู้สึก “ปลอดภัยและได้รับการยอมรับ” สิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์ใหม่ในเชิงอารมณ์ ที่ช่วยฟื้นฟูความสัมพันธ์ของคู่รักได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อคู่รักไว้ใจซึ่งกันและกัน เข้าอกเข้าใจกัน จะกระตุ้นสมองระบบความผูกพัน (Attachment system) ทำให้รู้สึกว่า “ฉันสำคัญ” และ “เราเชื่อมโยงกัน” ลดการตั้งรับเชิงลบ (Negative cycle) เช่น การต่อว่า การหลบหน้า ความรู้สึกโกรธ การเงียบไม่พูดคุย เป็นต้น และเมื่อคู่รักได้ยินเสียงของกันและกันจากมุมมองที่เปราะบางและจริงใจจะช่วยเปลี่ยนจาก “การอยู่ร่วมกันแบบหน้าที่” ไปสู่ “การเชื่อมโยงด้วยหัวใจ” ดังเดิม

  4. ยอมรับความเปลี่ยนแปลงของความรัก

    ทุกสิ่งในโลกย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา โดยไม่เว้นแม้แต่ “ความรัก” ที่ในตอนแรกจะเต็มไปด้วย Passion มีความน่าหลงใหล รู้สึกเร้าใจเมื่ออยู่ใกล้กัน แต่เมื่ออยู่ด้วยกันนานวันเข้า ก็เปลี่ยนแปลงเป็นความเบื่อหน่าย ความเฉยชา จนนำไปสู่การเลิกราในหลาย ๆ คู่ ดังนั้นหากคู่รักเรียนรู้ธรรมชาติของความรักผ่าน “ความเปลี่ยนแปลงของความรัก” และยอมรับความเปลี่ยนแปลงนั้น โดยการปรับความคาดหวังที่มีต่อคนรักให้เหมาะสม และหันมาเสริมสร้าง “ความใกล้ชิด” และ “ความมุ่งมั่น” ให้แน่นแฟ้นขึ้น ก็จะสามารถนำไปสู่ความรักที่ลึกซึ้ง ยั่งยืน และ “อบอุ่น” กว่าเดิม


แม้ความรักจะยังอยู่ แต่หลายครั้งความรู้สึกที่ห่างกัน ไม่ได้เกิดจากการหมดรักแต่อาจเป็นเพราะ “รูปแบบความสัมพันธ์” ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว การมีพื้นที่ให้คู่รักได้กลับมาพูดคุย ทำความเข้าใจ และมองเห็นกันในมุมใหม่จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการจุดประกายความสัมพันธ์อีกครั้ง


บริการปรึกษาเรื่องคู่รัก ความสัมพันธ์ (Couple Counseling) ของ iSTRONG อาจเป็นหนึ่งตัวช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้เรียนรู้วิธีสื่อสาร เข้าใจความต้องการของกันและกันและค่อย ๆ สร้างความใกล้ชิดทางความรู้สึกให้กลับมาอีกครั้ง เพราะความรักที่ยั่งยืนไม่ใช่การไม่มีปัญหา แต่คือการ “กลับมาเชื่อมโยงกันได้อีกครั้ง” แม้ในวันที่ความรู้สึกเริ่มจางลง

iSTRONG Mental Health

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพใจและทักษะจิตวิทยา สำหรับบุคคล องค์กร


บริการของเรา

สำหรับบุคคลทั่วไป

  • บริการปรึกษา จิตแพทย์และนักจิตวิทยา : https://cutt.ly/LtkJ6SA5

  • คอร์สฝึกอบรม ทักษะด้านจิตวิทยา : https://cutt.ly/qtkLhw8U

สำหรับองค์กร

โทร. 02-0268949 หรือ Line : @istrong

บทความแนะนำ

อ้างอิง

Aron, A., Norman, C. C., Aron, E. N., McKenna, C., & Heyman, R. E. (2000).

Couples' shared participation in novel and arousing activities and experienced relationship quality.

Journal of Personality and Social Psychology, 78(2), 273–284.


Graziano & Flynn. (2025).

Divorce Statistics 2025: Everything You Need To Know.


Johnson, S. M. (2004).

The practice of emotionally focused couple therapy: Creating connection (2nd ed.).

Brunner-Routledge.


Maslow, A. H. (1943).

A theory of human motivation. Psychological Review, 50(4), 370–396.

ประวัติผู้เขียน

จันทมา ช่างสลัก บัณฑิตจิตวิทยาคลินิกจากรั้ว มช. และมหาบัณฑิตจาก NIDA ปัจจุบันเป็นคุณแม่ลูก 1 ผู้เป็นทาสแมว ที่มุ่งมั่นจะพัฒนาการเขียนบทความจิตวิทยาให้โดนใจผู้อ่าน และสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคม ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกบนโลกใบนี้

iSTRONG ผู้ให้บริการด้านสุขภาพจิต Solutions ด้านสุขภาพจิต ให้คำปรึกษาโดยนักจิตวิทยา นักจิตบำบัด นักจิตวิทยาคลินิกที่มีใบรับรอง รวมถึงบทความจิตวิทยา

© 2016-2026 Actualiz Co.,Ltd. All rights reserved.

contact@istrong.co                     Call 02-0268949

  • Facebook Social Icon
  • YouTube Social  Icon
  • Instagram
  • Twitter
bottom of page